สยองชุมพร 2 ศพ ลูกอดีตผญบ.-น้องชายนายกอบต.ถูกอาวุธสงครามรัวพรุน โหดลากตัวจ่อยิงซ้ำ

วันที่ 4 มีนาคม เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.ท.เดชบัณฑิต ดุลเภรี พนักงานสอบสวน สภ.สวี อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายในพื้นที่หมู่ 3 ซ.ดอนมะพร้าว ต.ครน จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ประเสริฐผล ผกก.สภ.สวี และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์เขต อ.สวี รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บนถนนลูกรัง ห่างถนนสายเอเซีย 41 ประมาณ 500 เมตร พบรถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีน้ำเงิน มีเครื่องปั่นไฟต่อพ่วงอยู่ด้านหลังจอดติดเครื่องอยู่ ข้างรถมีศพผู้เสียชีวิต สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเอชเค พรุนไปหมดทั้งตัว ส่วนในรถบริเวณที่นั่งข้างคนขับพบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย สภาพศพนั่งพิงเบาะ มีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันจนพรุนทั้งตัวเช่นกัน ที่คอสวมสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น มีญาติๆ ผู้เสียชีวิตยืนร้องไห้ส่งเสียงระงม ส่วนกระจกรถด้านคนขับมีรอยถูกยิง 6 รู และรอบๆ รถยังมีรอยถูกยิงเต็มไปหมด บนพื้นถนนมีปลอกกระสุนปืนเอชเคตกอยู่ 14 ปลอก ปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 อีก 2 ปลอก หัวกระสุนลูกซองตกอยู่เกลื่อนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายซึ่งเป็นเจ้าของรถคือ นายจำรัส หรือ ดำ ศรีวิสัย อายุ 44 ปี เป็นลูกชายอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.วิสัยใต้ ส่วนผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่ในรถคือ นายวิทยา หรือ ไข่เล็ก อาจหาญ อายุ 40 ปี เป็นน้องชาย นายชวลิต อาจหาญ นายก อบต.วิสัยใต้ อ.สวี ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นวานนี้ นายจำรัสได้ขับรถลากจูงเครื่องปั่นไฟของ อบต.วิสัยเหนือ ไปช่วยงานฉลองพระ ห่างที่เกิดเหตุ 2 กิโลเมตร และนั่งร่วมดื่มสุราอยู่จนงานเลิก จึงลากเครื่องปั่นไฟกลับ โดยนายวิทยาขออาศัยนั่งรถกลับบ้านด้วยเพราะเป็นทางผ่าน เมื่อถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน ขับรถไล่ตามพร้อมตะโกนให้หยุด ก่อนใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถของนายจำรัส และคนร้ายคนหนึ่งยังลงจากรถเดินมาลากตัวนายจำรัสออกไปจ่อยิงที่ลำตัวและศีรษะ แล้วหันไปจ่อยิงศีรษะนายวิทยาจนเสียชีวิตทั้งสองคน จากนั้นคนร้ายจึงเดินไปขึ้นแล้วขับหลบหนีไป

ต่อมานายชวลิต อาจหาญ นายก อบต.วิสัยใต้ ได้เดินทางมาดูศพนายวิทยา น้องชายที่โรงพยาบาลสวี แต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ ส่วน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ประเสริฐผล ผกก.สภ.สวี กล่าวว่า คดีนี้กลุ่มคนร้ายมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมมาก เพราะใช้อาวุธสงครามก่อเหตุ ส่วนสาเหตุของการยิงกันอย่างเหี้ยมโหดคงต้องขอเวลาสอบสวนพยานบุคคลและพยานแวดล้อมก่อน ยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ในขณะนี้ เนื่องจากเกรงจะเสียรูปคดีและแนวทางการสอบสวนได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผบก.ตราด ประสานสถานทูตฝั่งเศส ขอผู้เสียหายเบิกความศาลคดีข่มขืน ก่อนบินกลับ “วุฒิ”ถก รปภ.31จังหวัดท่องเที่ยว
บทความถัดไปกปปส. ลั่นไม่ได้ขวางเลือกตั้งปี’57 ซัดกลับ “กกต.-ยิ่งลักษณ์” คือต้นเหตุทำโมฆะ