หน้าแรก ในประเทศ แท็กทีมแจงทุก...

แท็กทีมแจงทุกปม ‘กันงบฯไว้แล้ว’ แก้กลิ่นโรงขยะ บำบัดติดยา เพิ่มดับเพลิง-ถังขยะ 3.5 หมื่นใบ!

4.08.26 | 18:00 น.

ชัชชาติ-รองผู้ว่าฯ ลุกเคลียร์ทุกปม เปิดไทม์ไลน์แก้กลิ่น ‘โรงขยะอ่อนนุช’ – เล็งเชื่อม ‘ส่งต่อคนไข้ติดยา’ เสริมศักยภาพเพื่อการบำบัด เตรียมเพิ่มทั้งถังขยะ – ถังดับเพลิง3,682+


เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2569 เพื่อพิจารณา ‘สภากรุงเทพมหานครพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (วาระที่ 1) ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ โดยมี นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบึงกุ่ม รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 10.30 น. นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวถึงภาพรวมงบประมาณกรุงเทพมหานครปีนี้

ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องขอบพระคุณสำหรับการอภิปรายของท่าน สุทธิชัย ที่ได้ลงรายละเอียดในเนื้องานของแต่ละสำนัก และเขต ต้องเรียนว่างบประมาณเราปีนี้มีข้อจำกัด เนื่องจากมีส่วนที่ต้องไปชำระค่าจ้างเดินรถ BTS และหนี้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายรวม 6,000 กว่าล้าน ทำให้เหลือใช้จ่ายจริงๆ ประมาณ 86,000 ล้าน งบประมาณจึงอาจหายไปหลายส่วน เกี่ยวกับการลงทุนต่างๆ ทางผู้บริหารจะรับไปดู ว่าควรจะสั่งเพิ่มเติมกลับไปหรือไม่ ในกรณีที่มีการตัดงบบางส่วนออก ในชั้น กรรมาธิการพิจารณางบฯ

จากนั้น นายชัชชาติกล่าวถึงประเด็นหลัก คือข้อสังเกต ‘การซ่อมรถดับเพลิงต่างๆ’ ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ จะนำข้อสังเกตของท่านไปดูข้อเท็จจริงให้ละเอียดอีกที

Advertisement

“เข้าใจว่าพึ่งมีการส่งมอบกัน เดือนพฤษภาคมปี 2569 มีรายละเอียดจะให้ท่าน ผอ.สำนักฯ ชี้แจงเพิ่มเติม”

จากนั้น กล่าวถึงประเด็นที่ 2 ที่ นายสุทธิชัย ตั้งข้อสังเกตถึง ‘การก่อสร้างที่ล่าช้า’ โดยเข้าใจว่าบางโครงการเป็นปัญหาของทางผู้รับเหมาในเรื่องรูปแบบการประมูล ใช้วิธี ‘ราคาต่ำสุด’ บางทีก็อาจจะไม่มีศักยภาพดี หรือขาดแคลนสภาพคล่อง ทำให้การส่งงานล่าช้าไป

“อย่างกรณี ‘สถานีดับเพลิงพระโขนง’ ซึ่งเหลืออีกเพียงนิดเดียวก็จะแล้วเสร็จ ต้องมีการผลักดันเพื่อให้ดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จ ซึ่งเชื่อว่ามีหลายหน่วยงานที่มีปัญหาในกรณีนี้ เป็นตัวหนึ่งที่ต้องรีบไปเร่งรัด”

ส่วนเรื่องที่ 3 ที่ท่านตั้งข้อสังเกต สำนักสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องรถต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ต้องบอกว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมานาน เรามีการสร้างรถขยะ รถน้ำ รถดูดฝุ่น มาต่อเนื่องยาวนาน พอจะมีการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มันมีความเห็นที่แตกต่างกันเยอะ ยกตัวอย่างเช่น TOR มีการเปลี่ยนแปลงไม่รู้กี่หน

‘ผมว่าผมก็ทำงานมาหลายที่นะ มีครั้งหนึ่งมั้ง ที่มีการร้องเรียนไปถึง ป.ป.ช. ร้องเรียนไปถึง ครม. แล้ว ครม.ก็มีข้อสังเกตมาถึง กทม. ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยเจอเหมือนกันเรื่องแบบนี้ แค่ประมูลรถขยะ แล้วผมเชื่อว่าทุกคนก็เห็นด้วยที่จะให้เปลี่ยนจากรถน้ำมัน มาเป็นรถไฟฟ้า EV”

“แต่กระบวนการมันมีความซับซ้อน มีการร้องเรียนต่างๆ เห็นว่ามีการตั้ง TOR หลายเรื่อง ซึ่งเราต้องดำเนินการให้รอบคอบที่สุดเพราะมีคนทักท้วงมา คณะกรรมการต่างๆ ก็ต้องดูให้รอบคอบและตอบทุกประเด็น ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีความล่าช้าเกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างพยายามทำให้รอบคอบและโปร่งใสที่สุด”

จากนั้น นายชัชชาติ ชี้แจงกรณี โครงการจ้างเหมาบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงาน (MBT) ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อ หรือ ‘โรงขยะ NBT 800 ตัน’ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช’ โดยชี้ว่า อันนี้ก็เป็นโครงการที่มีปัญหา และความจริงแล้วมีมาตั้งแต่ก่อนที่เราจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง จากที่ท่านแสดงในสไลด์ คือประมูลตั้งแต่ปี 2557 เป็นโครงการที่มีความวุ่นวาย

“แต่เป็นการที่เราไปจ้างบริษัทที่เป็นของเราเอง คือ ‘เคที’ ในการดำเนินงาน และมีรูปแบบทางการเงินที่ซับซ้อน ไม่ใช่รูปแบบที่เราสร้างเอกชนลงทุนปกติ อันนี้คงต้องให้ทาง ‘กรรมการตรวจการจ้าง’ ไปเร่งรัด ดูปัญหาที่เกิดขึ้น

ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการหยุดดำเนินการ เพราะเกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนในแง่ของกลิ่นต่างๆ แม้เป็นบริษัทของเราเองที่ทั้งผู้บริหารชุดก่อนไปจ้างไว้ (เคที) เราก็ต้องทำตามมาตรฐาน ไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน” นายชัชชาติกล่าว

จากนั้น น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กล่าวชี้แจง ในประเด็น ‘เบี้ยเสี่ยงภัย’ โดยเผยว่าทางผู้บริหารชุดก่อนหน้า ได้ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนที่จะหมดวาระ ในช่วงมีนาคม-เมษายนปีที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาทำเรื่องระเบียบ เพื่อเข้าสู่ การทำเป็นข้อบัญญัติ คาดว่าจะสามารถเข้าบอร์ดของ คณะกรรมการข้าราชการ (ก.ก.) ได้ ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะสามารถเข้าสู่สภากทม.ได้ในรอบเดือน ตุลาคม 2569

“โดยที่เราได้กันไว้ในแง่ ‘งบกลาง’ เป็น การจ่ายโดยใช้เงินสำรองค่าใช้จ่ายบุคลากร คือในส่วนของเบี้ยเสี่ยง”

อีกรายการ คือการ ‘เสริมศักยภาพของสถานที่ฟื้นฟูยาเสพติด’ ที่เป็น บ้านพิชิตใจ ของ กทม.นั้น ก็อยู่ในงบประมาณแล้ว

“คือจะมีการขึ้นอาคารในพื้นที่ด้านข้าง ซึ่งจะรองรับได้อีก 80 -100 เตียง โดยจะแยกเป็นชาย-หญิง ทำให้สามารถรับเพิ่มเติมได้” น.ส.ทวิดากล่าว และว่า ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับทาง ป.ป.ส. ตำรวจ และสถาบันจิตเวช ในส่วนของคนไข้สีส้ม/สีแดง เอาไว้ด้วย ว่าจะมีการเชื่อมระบบการส่งต่อ

นอกจากนี้ น.ส.ทวิดา ยังชี้แจงถึงเรื่อง ‘สถานีดับเพลิง ของชุมชนนอกจัดตั้ง’ ในปีงบ 2570 นี้ ซึ่งมีทั้งหมด 28 สำนักงานเขตที่ขอเข้ามา โดยจะใช้หลักเกณฑ์ของมหาดไทย ‘5 หลังคาเรือน ต่อ 1 ถังดับเพลิง’ ซึ่งทางฝ่ายบริหารได้จัดสรรงบประมาณไว้ 3,682 ถัง แต่หากมีการสำรวจเพิ่มเติม ก็จะจัดสรรเพิ่มเติมต่อไป

ต่อมา นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กล่าวชี้แจงถึงประเด็นของ ‘สำนักการศึกษา’ เรื่องที่ นายสุทธิชัย ส.ก.เขตจอมทอง เสนอให้สร้าง ‘โรงเรียนนานาชาติ สังกัด กทม.’ นั้น ทางฝ่ายบริหารก็มีโครงการนี้ เมื่อปีที่แล้ว โดยทางสภากทม.ผ่านงบประมาณมาให้เรียบร้อยแล้ว คือการจัดทำโรงเรียนให้เป็นหลักสูตรมาตรฐานนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ได้ดำเนินการแล้ว ที่โรงเรียนวัดมหรรณพาราม เป็นโรงเรียนที่มีหลักสูตร EP ในอดีตอยู่แล้ว ช่วงชั้นละ 1 ห้อง ซึ่งมีความพร้อมและเทียบเคียงจะเป็นโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติ ได้

“ปัจจุบันเราเปิดไปแล้วได้ระดับชั้น ป.1 และ ป.2 จะทยอยเพิ่มทีละ 1 ชั้นเรียน ป.4 ป.5 ป.6 ซึ่งจะครบระดับชั้น ป.6 ในปีการศึกษา 2573 น่าจะพ้นสมัยของเราไปแล้ว โดยหลักสูตรที่ทำนั้นเราเน้นการเข้าถึง ‘ทุกคน’ เป็นแห่งแรก ที่จะสามารถถอดบทเรียนเพื่อยกระดับโรงเรียนสองภาษา ที่มีห้อง EP (English program) ในปัจจุบันมี 40 เขต ยังไม่ครบทั้ง 50 เขต

ภายใน 4 ปีนี้ก็จะเป็นการทยอยเปิดเพิ่ม ในส่วนของโรงเรียนที่เป็น EP อยู่แล้ว จะหาแนวทางในการขยายผลโรงเรียนมาตรฐานนานาชาติต่อไป” นายศานนท์เผย

จากนั้น นายศานนท์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ‘สำนักพัฒนาสังคมฯ’ ที่เห็นว่างบประมาณอาจจะน้อยกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก ความจริงแล้วนั้นมีงบอยู่อีกก้อนคือ ‘โครงการชุมชนเข้มแข็ง’ ที่ปัจจุบันได้กระจายเข้าไปสู่สำนักงานเขตแล้ว กล่าวคือไม่ได้ตั้งงบฯ ก้อนนี้ ไปที่สำนักพัฒนาสังคมฯ ดังเดิม แต่หากนำงบก้อนนั้นรวมกับ งบของสำนักพัฒนาฯ จะเห็นว่ามีความใกล้เคียงกับทุกปี ที่ตั้งงบประมาณ

ด้าน นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ กล่าวขอบคุณ นายสุทธิชัย ที่ได้กล่าวถึงและมีความห่วงใยในมิติสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจาก โรงขยะอ่อนนุช ซึ่งมีหลายโรงขยะที่เกี่ยวข้อง และการกำจัดขยะหลายวิธีการ ซึ่งหนึ่งในโรงขยะที่เป็นปัญหา ‘โรงขยะ NBT’ ที่มีการคัดแยกและหมักเป็นแก๊สชีวภาพ เพื่อผลิตเป็นพลังงานที่ผ่านมากรุงเทพฯ ร่วมกับหน่วยงานอื่นเช่น กรมโรงงาน ก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด

“ขออนุญาตแชร์ไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2565 กรมโรงงานสั่งปิดโรงงานนี้ เพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไข เดินระบบใหม่

วันที่ 5 มกราคม 2569 เมื่อเปิดใช้แล้วยังมีเรื่องร้องเรียนอยู่ ทาง กทม.ได้สั่งปิดวันที่ 10 มกราคมปี 69 และให้มีการปรับปรุงระบบต่างๆ ที่ผ่านมาก็ได้มีการเทสระบบอยู่ และมีกันติดตามอย่างใกล้ชิด

ส่วนตัวโรงขยะ เราก็ได้ขอให้ผู้ประกอบการปรับปรุงนอกเหนือจากงานของ TOR ด้วย เช่น ให้ปรับปรุงเป็นระบบปิดทั้งหมด, ติดตั้งประตูเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ ช่วงบริเวณตึก RDF (อาคารสำหรับคัดแยกและแปรรูปขยะมูลฝอยให้เป็นเชื้อเพลิงขยะ) จำนวน 3 บาน

มีการขอให้ผู้รับจ้างติดเครื่องวัดกลิ่นแบบเรียลไทม์ เพื่อที่จะสามารถรายงานให้กับประชาชนรอบข้าง แล้วตอนนี้เราก็มีแผนใน100 วันแรก ที่จะเปิดข้อมูลเครื่องตรวจ E-Nose เช่นกัน

รวมถึงมีการติดตั้ง CCTV ประตูปิด-เปิด ติดตั้งระบบบำบัดอากาศภายในอาคารรวม 167,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นมา และอื่นๆ อีกหลายประเด็น ซึ่งเราติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงในโรงอื่นๆ ที่เราดำเนินการขอให้ผู้รับจ้างทำนอกเหนือ TOR ในเรื่องประเด็นของโรงขยะอ่อนนุช” นายพรพรหมเผย

จากนั้น นายพรพรหมกล่าวถึง ‘รถขยะ’ โดยเน้นย้ำว่า ต้องดำเนินการอย่างเร่งรัด เพราะเรื่องขยะตกค้างเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องห้ามไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งมีบรรจุอยู่ในร่างงบฯ ปี 70 ทั้งเรื่องการทำสัญญาระยะสั้น ในส่วนรถขยะที่ทยอยหมดสัญญาไป ตั้งแต่ ปี 68-70

ระหว่างนี้ ยังเร่งรัดเพื่อออกระเบียบ เรื่อง ‘รถขยะ EV’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถ 8 ลบม. ที่อยู่ระหว่างการประกาศเชิญชวนระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม-10 กันยายน 2569 โดยมีกำหนด ยื่นข้อเสนอนี้ในวันที่ 21 กันยายน 69

“ส่วนรถขยะ ขนาด 5 และ 5 ตัน ได้นำ TOR ได้เปิดรับวิจารณ์อีกครั้ง ซึ่งทางคณะกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณา”

สุดท้าย ที่ท่านสมาชิกพูดถึงเรื่อง ‘ถังขยะ’ นั้น ที่ผ่านมา กทม.ก็มีการจัดซื้อถังขยะ และแจกจ่ายให้กับประชาชน แหล่งกำเนิดต่างๆ อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นปี 2569 จัดซื้อจำนวน 96,000 ใบ ปี 2566 จำนวน 96,000 ใบ, ปี 67 จำนวน 138,265 ใบ ที่แยกเป็นชุด ขนาด 85 ลิตร 100 และ 130 ลิตร

“ส่วนปี 2569 ก็ได้มีการจัดซื้อจำนวน 35,000 ใบ ตอนนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อ ล็อตแรก 130 ลิตรได้ 2 รอบแล้ว เรื่องของถังขยะเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนการคัดแยกขยะต้นทาง เราก็รับข้อเสนอแนะของท่าน พยายามปรับปรุงให้ดีที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายแล้วต้องใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมของประชาชนทุกคน
จะต้องมีการดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับสำนักเทศกิจ ฝ่ายรักษาความสะอาด เพื่อดูมาตรการว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถทิ้งขยะได้ถูกที่ ไม่มีขยะตกค้าง” นายพรพรหมกล่าวชี้แจง