นักวิจัยเล่านาทีพบร่างจนท.เคราะห์ร้าย ชี้ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของเสือโคร่งจ้องล่ามนุษย์ เป็นอาหาร
ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ เสือโคร่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแห้งทำร้ายเจ้าหน้าที่นั้น
เวลา 14.30 น.วันที่ 5 สิงหาคม เพจ Thailand Tiger Project ซึ่งเป็นเพจของนักวิจัยเรื่องเสือโคร่ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้โพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไปนี้
ข้อเท็จจริง :กรณีเสือโคร่งกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
สถานที่เกิดเหตุ (ครัวมะขาม) เป็นอาคารเปิดโล่งที่มีราวรั้วต่ำๆ ล้อมมีฝั่งด้านในเป็นที่นั่งโดยรอบและเว้นช่วงเป็นช่องทางสำหรับเดินเข้าออก ข้างๆอาคารมีเส้นทางที่ปรากฏรอยตีนเสือโคร่งสม่ำเสมอเป็นปกติ ในอดีตเคยมีเจ้าหน้าที่ใช้เป็นที่พักนอนมาก่อน ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่กางมุ้ง นอนที่พื้นอาคาร พร้อมพัดลม
สภาพพื้นที่หลังเกิดเหตุ พบขนเสือหลุดร่วงที่พื้นที่นั่งและมีร่องรอยที่บ่งชี้ว่า เสือหิ้วมนุษย์ออกไปโดยการข้ามราวรั้วอย่างง่ายดาย ไม่ได้เดินไปตามช่องว่างที่ราวเว้นไว้ และไม่มีรอยเลือด หรือหยดเลือดในบริเวณที่นอน
ห่างจากตัวอาคารราว 15 เมตร พบมุ้งเขียวที่เปื้อนเลือดห่างกองอยู่ ระหว่างทางที่พบรอยเสือโคร่งเดิน ไม่พบหยดเลือดหรือ รอยเลือด??? กระทั่งปลายทางพบผู้เสียชีวิตที่มีร่องรอยโดนกัดกิน แต่รอยเลือดแห้งแล้ว
พฤติกรรมที่เสือโคร่งตอบสนองต่อมนุษย์ : จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรมเสือโคร่ง พบว่าเสือโคร่งหลบเลี่ยงมนุษย์ที่มีการเคลื่อนไหว เช่น หากเสือมนุษย์นั่งอยู่ จะขยับหลบหนีทันทีที่ มนุษย์ลุกขึ้นยืนหรือขยับตัว
ดังนั้นการที่เสือโคร่งคาบมนุษย์ออกจากที่นอนอย่างง่ายดาย และไม่ปรากฏร่องรอยดิ้นรน ต่อสู้ จึงเป็น เหตุการณ์ที่ชวนสงสัยยิ่ง หรือว่า หลับลึกเกินกว่าจะรู้สึกถึงความเจ็บจากกรงเล็บ และคมเขี้ยว
ท้ายที่สุดคงต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์ ก่อนที่จะสรุปและวางแผนป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของเสือโคร่ง ที่ จ้องล่ามนุษย์ เป็นอาหารแน่นอน



