อธิบดีอุทยาน สั่งจับเสือโคร่งห้วยขาแข้ง รอบพื้นที่สำนักงาน ตรวจ DNA เทียบ หาตัวทำร้ายจนท.ดับ
จากกรณีเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งบุกเข้าไปทำร้ายและลากตัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ขณะกำลังนอนพักผ่อนในช่วงเช้ามืด บริเวณอาคารในที่ทำการฯ จนเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการล่าเสือตัวก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิตว่า ล่าสุดได้สั่งการให้ทีมสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ารวบรวมทีมงานจับเสือไปดำเนินการจับเสือที่อยู่อาศัยบริเวณรอบ ๆ สำนักงานห้วยขาแข้งทั้งหมด ซึ่งน่าจะมีไม่เกิน 5 ตัว เพื่อมาพิสูจน์ ดีเอ็นเอ กับขนที่ทิ้งไว้ในร่องรอยที่เกิดเหตุ
นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า ล่าสุด ยังได้รับรายงานรายงานจากนักวิจัยสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานนางรำว่าระหว่างที่วิจัยออกเก็บข้อมูลในพื้นที่นั้นมีเสือวิ่งไล่ตามรถด้วยซึ่งถือว่าผิดวิสัยเสียในป่าซึ่งปกติแล้วมักจะกลัวรถและกลัวคน ทั้งนี้ในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุพบว่ามีเสือประมาณสองถึงห้าตัวอยู่ในบริเวณดังกล่าว

ด้าน นายมงคล พิทักษ์หมู่ ช่างภาพสัตว์ป่า โพสต์ข้อความระบุว่า “คาดว่าคืนนี้น่าจะกลับมา… จากประสบการณ์ที่เคยพบเห็น เหยื่อที่เสือโคร่งล่าทิ้งไว้ในป่า เคยนั่งเฝ้ารอดู แล้วก็เห็น เสือโคร่งกลับมาที่เหยื่ออีกครั้ง คาดว่าคืนนี้ ก็คงจะกลับที่จุดนั้น จนท. คงมีการวางแผนติดกล้องดักถ่าย คราวนี้คงได้รู้ล่ะครับว่า…เจ้าตัวไหนที่เข้ามาทำร้าย เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง”



