สุดเศร้า! ส่งร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ จากสุวรรณภูมิ ถึง นิติเวช จนท.คาดใช้เวลาชันสูตร 2-3 ชั่วโมง ก่อนกลับบ้านเกิดครั้งสุดท้ายที่กาฬสินธุ์ ชี้ยังไม่มีผลชันสูตรจากจอร์เจีย
จากกรณีการเสียชีวิตของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือ “ฮลุน โซโล่” ที่ประเทศจอร์เจีย ซึ่งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ร่างของนายบวรทัตจะถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 6 สิงหาคม เวลา 5.15 น.
- สถาบันนิติวิทย์ ร่อนแถลงแจง ขั้นตอนชันสูตร ฮลุน โซโล่ ชี้ต้องใช้เวลา-รอข้อมูลจากจอร์เจียวิเคราะห์ร่วม
- กต. เผย ร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ ถึงไทยแล้ว ตรวจนิติวิทยาศาสตร์วันนี้ ก่อนนำกลับบ้านเกิด
- ฮลุน โซโล่ ถึงไทยแล้ว ครอบครัวเตรียมรับร่าง ส่งชันสูตรหาสาเหตุเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 04.58 น. เครื่องบินจากสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ได้เดินทางมาถึงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อเวลา 08.00 น. ร่างของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือ ฮลุน ออกจากสุวรรณภูมิมุ่งสถาบันนิติเวช ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาประกอบพิธีทางศาสนา

ต่อมา เมื่อเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างออกจากเขตด่านตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยใช้รถตู้ โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน 5ขฒ 661 กรุงเทพมหานคร มีรถนำขบวนของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง
ภายในขบวนประกอบด้วยผู้แทนจาก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พี่สาวและพี่ชายของฮลุน โซโล่ ร่วมเดินทาง เพื่อนำร่างส่งชันสูตรตามขั้นตอนที่สถาบันนิติเวช ก่อนรับร่างกลับภูมิลำเนา เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

การเคลื่อนย้ายร่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัวและผู้ร่วมขบวน ก่อนที่ร่างของฮลุน โซโล่ จะเดินทางกลับบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนพิธี
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.15 น. ที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ร่างของ ฮลุนมาถึงเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าใช้เวลาในการชันสูตรประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ผศ.นพ.วรวีร์ ไวยวุธิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว โดยญาติได้ร้องขอให้มีการชันสูตรเพิ่มเติม และมีการแต่งตั้งคณะแพทย์เพื่อดำเนินการผ่าชันสูตร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
เบื้องต้น คณะแพทย์จะพูดคุยกับครอบครัวเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานก่อน จากนั้นเมื่อการชันสูตรเสร็จสิ้น จะนำรายละเอียดเบื้องต้นมาหารือกับญาติ เพื่อหาข้อสรุป รวมถึงชี้แจงขั้นตอนต่างๆ และการส่งมอบร่างให้ครอบครัวต่อไป

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับผลการชันสูตร ผศ.นพ.วรวีร์ ระบุว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ในทันที เนื่องจากต้องหารือกับญาติก่อนว่า ครอบครัวอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด โดยต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้เสียชีวิตและครอบครัวเป็นสำคัญ
สำหรับการเดินทางมาของพี่ชายและพี่สาวผู้เสียชีวิตที่กระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้ นอกจากการขอให้มีการชันสูตรพลิกศพแล้ว ครอบครัวยังต้องการให้กระทรวงยุติธรรมช่วยดูแลและตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนว่าครอบครัวต้องการให้ตรวจสอบประเด็นใดบ้าง

หากมีประเด็นหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจอร์เจีย กระทรวงยุติธรรมสามารถประสานผ่านกระบวนการด้านการต่างประเทศ เพื่อขอข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ โดยกระทรวงมีช่องทางในการประสานข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์กับต่างประเทศ และจะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดของคดี เนื่องจากร่างเพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทย และคณะแพทย์ยังไม่ได้ตรวจสอบร่างอย่างละเอียด
สำหรับขั้นตอนการชันสูตร เบื้องต้นประเทศไทยยังไม่ได้รับผลการชันสูตรจากประเทศจอร์เจีย ดังนั้น แพทย์จะต้องพิจารณาจากสภาพร่างผู้เสียชีวิตเป็นหลัก และอาจจำเป็นต้องเริ่มกระบวนการตรวจสอบใหม่
โดยขั้นตอนแรกจะมีการตรวจด้วย CT Scan เพื่อประเมินสภาพร่างกาย ตรวจสอบความสมบูรณ์ของร่าง รวมถึงดูว่าก่อนหน้านี้มีการตรวจหรือดำเนินการใดกับร่างผู้เสียชีวิตไปแล้วบ้าง ก่อนจะพิจารณาขั้นตอนการชันสูตรต่อไป

ส่วนกรณีที่ร่างผู้เสียชีวิตผ่านระยะเวลามานานแล้ว จะเป็นอุปสรรคต่อการชันสูตรหรือไม่นั้น ผศ.นพ.วรวีร์ ระบุว่า ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ เนื่องจากต้องตรวจสอบก่อนว่า ร่างถูกเก็บรักษาในประเทศจอร์เจียอย่างไร อยู่ในสภาพใด และเก็บรักษามาเป็นระยะเวลานานเท่าใด
สำหรับการประสานข้อมูลจากประเทศจอร์เจีย เจ้าหน้าที่ระบุว่า เครือข่ายความร่วมมือด้านนิติวิทยาศาสตร์ของไทยกับต่างประเทศยังมีอยู่ไม่มาก โดยมีช่องทางความร่วมมือกับบางประเทศ เช่น ประเทศตุรกี ดังนั้นในกรณีของจอร์เจียจึงอาจต้องพิจารณาใช้ช่องทางอื่นในการประสานข้อมูล

เมื่อถามว่า โดยปกติกรณีผู้เสียชีวิตในต่างประเทศ จำเป็นต้องมีผลชันสูตรจากประเทศต้นทางส่งมายังประเทศไทยก่อนหรือไม่ ผศ.นพ.วรวีร์ ชี้แจงว่า ขึ้นอยู่กับกฎหมายและกระบวนการของแต่ละประเทศว่า มีการดำเนินการชันสูตรศพและการส่งข้อมูลอย่างไร
สำหรับประเทศจอร์เจีย มีระบบและกฎหมายเกี่ยวกับการชันสูตรศพ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ผลชันสูตรจะสามารถส่งมายังประเทศไทยผ่านช่องทางใด เนื่องจากประเทศไทยไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตโดยตรงกับจอร์เจีย และไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยประจำอยู่ในประเทศดังกล่าว

ดังนั้น หากจำเป็นต้องขอข้อมูลหรือหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์จากจอร์เจีย อาจต้องประสานผ่านช่องทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต
ส่วนขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า กระทรวงการต่างประเทศหรือฝ่ายจอร์เจียได้รับการประสานเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่ แต่กระทรวงยุติธรรมจะเข้ามาช่วยประสานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตและผลการชันสูตรยังต้องรอการตรวจสอบจากคณะแพทย์อย่างเป็นทางการ และต้องหารือกับครอบครัวก่อนว่าจะสามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้มากน้อยเพียงใด


