เจ้าของรีสอร์ตทับลาน ยอมรื้อเอง เป็นรายที่ 3 ทส.พร้อมให้ความเป็นธรรม กับราษฎรทับลาน 23 ราย
วันนี้ 6 สิงหาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ยังเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับนายทุน ควบคู่กับการช่วยเหลือราษฎรทับลานที่ได้รับการผ่อนผัน ให้อยู่อาศัยและทำกินได้ในเขตอุทยานแห่งชาติ ตามมติครม. 30 มิถุนายน 2541 ให้มีสิทธิในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่อาศัยและทำกินอย่างมีความสุข
นายสุชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ แจ้งว่าคณะทำงานฯได้เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับนายทุน และให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบกับราษฎรที่อยู่และอาศัยทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน รวมถึงการให้ความเป็นธรรมช่วยเหลือราษฎร 23 ราย ที่ถูกดําเนินคดี เพราะกระทำผิดเงื่อนไข ตามมติครม 30 มิ.ย. 2541 และกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ฉบับเก่า
ในการบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนนั้น ล่าสุด นาย เทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าคณะทำงานฯ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานได้รายงานว่า รีสอร์ต สตาร์เวลล์ โฮม การ์เด้น ที่เจ้าของแสดงความประสงค์ขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างด้วยตนเอง ได้เริ่มดําเนินการรื้อถอนตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2567 ปัจจุปันได้รื้อถอนไปแล้วกว่า 40 % โดยได้ทำการรื้อถอนวัสดุภายในสุขภัณฑ์ต่าง ๆ ก่อน หลังจากนั้นจะนำเครื่องจักร ขนาดใหญ่ เข้าทำการรื้อถอนโครงสร้าง อาคารต่อไป ไม่เกินปลายเดือน สิงหาคม2569 นี้คงจะรื้อถอนหมด 100 %
สำหรับการช่วยเหลือราษฏรในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ล่าสุด นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าคณะทำงานฯ นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ร่วมกันหารือแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎร 23 ราย ที่ถูกดำเนินคดี ในช่วงปี 2554 – 2555 ในกรณีการ กระทำผิดเงื่อนไขมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 และกฎหมายอุทยานแห่งชาติ 2504 ฉบับเก่า ร่วมกับนายเทิดไท แสงผล นายอำเภอวังน้ำเขียว นางธนัญกรณ์ เนียมสูงเนิน กำนันตำบลวังน้ำเขียว นางสาวจุฬาลักษณ์ ทองงาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 (บ้านสวนห้อม) พร้อมตัวแทนราษฎร ณ ห้องประชุมดงลาน อุทยานแห่งชาติทับลาน
โดยได้หารือแนวทางในการทางช่วยเหลือราษฎรดังกล่าว ให้เป็นไปตามระเบียบ และกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64 ฉบับใหม่ ที่ออกมาภายหลังเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดที่ได้ บัญญัติหลักกฎหมายขึ้นมาใหม่ว่าการประกอบอาชีพที่เคยเป็นปกติธุระมาก่อนในเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น การทําลานกางเต็นท์ การเปิดร้านค้าขายของชำ หรือกระทำกิจกรรมอื่นๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติ ถือได้ว่าสามารถทำได้ เป็นกฎหมายที่ออกภายหลังเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด เป็นไปตามหลักการของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรค 2 และ มาตรา 3 ที่บัญญัติไว้ว่า “กฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง การกระทําเช่นนั้นไม่มีความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทําการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทําความผิด และถ้าได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคําพิพากษาว่าได้กระทําความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง ”
ซึ่งคณะทำงานฯจะนำแนวทางดังกล่าวมาช่วยเหลือราษฎรทั้ง 23 รายที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเก่า ต่อไป





