โทน บางแค ปฏิเสธข้อกล่าวหา ไม่ให้การชั้นสอบสวน คดีโกงกล้องส่องพระ คาดเสียหายกว่า 40 ล้าน

6.08.26 | 16:11 น.

‘โทน บางแค’ ปฏิเสธข้อกล่าวหา ขอไม่ให้การในชั้นสอบสวน คาดมีผู้เสียหายมากกว่า 40-50 คน

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ความคืบหน้ากรณีจับการกุม นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) ได้เปิดเผยถึงผลการนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักและบริษัทพระเครื่องของนายโทนทองว่า เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีได้หลายรายการ อาทิ กล้องส่องพระ ซึ่งเป็นวัตถุพยานในลอตตามคดีประมาณ 10 ตัว ใบโบรชัวร์โฆษณาสินค้า เอกสารประกอบต่างๆ เสื้อ และตราประทับบริษัท


พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิยืนยันว่า คดีนี้เป็นคนละส่วนกับคดี “มาดามเก่ง” ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย บก.ปอศ.รับผิดชอบเฉพาะคดีกล้องส่องพระ ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของโทน บางแค เข้าแจ้งความไว้แล้ว 12 ราย มูลค่าความเสียหายในส่วนที่ร้องทุกข์ประมาณ 3.2 ล้านบาท โดยพฤติการณ์คือผู้ต้องหาโฆษณาขายกล้องส่องพระ อ้างว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ด แต่จากการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้นำเข้า และพยานหลักฐาน พบว่าไม่ได้เป็นรุ่นลิมิเต็ดตามอ้าง และมีคุณภาพเทียบเท่ากล้องราคา 1,000 บาทเศษ แต่กลับนำมาหลอกขายในราคาสูงถึงตัวละกว่า 10,000 บาท

ผบก.ปอศ.กล่าวต่อว่า จากการประเมินคาดว่ามีผู้เสียหายรวมประมาณ 40-50 คน มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นราว 40 ล้านบาท ทั้งนี้ มีผู้เสียหายบางส่วนที่ไม่ประสงค์ดำเนินคดีเนื่องจากได้รับการชดใช้ความเสียหายแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่านายโทนหลบหนีนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยเจ้าหน้าที่นำหมายจับเข้าตรวจค้นบ้านพัก และเมื่อนายโทนทราบเรื่องจึงเดินทางมาพบ ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย

เบื้องต้น นายโทนทองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอไม่ให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ “ฉ้อโกง”, “ฉ้อโกงประชาชน” และ “ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ)” จากนั้นได้นำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือและสอบปากคำตามขั้นตอน ส่วนการประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ผกก.4 บก.ปอศ. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน

Advertisement

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานเบื้องต้น ยังพบว่าผู้กระทำความผิดชี้เป้าไปที่นายโทนทองเพียงผู้เดียว ยังไม่พบผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ส่วนรายละเอียดเงินหมุนเวียนในบัญชี ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับการสืบสวนในคดีอื่น