ชัชชาติ ฝากตัวเป็น ‘ผู้สูงอายุหน้าใหม่’ – เดินหน้าเปลี่ยนเมืองทุกด้าน ดูแลถึงชุมชน ‘รองรับสังคมสูงวัย’– พร้อมติดสกิล AI – อาชีพยุคใหม่ เผยจ้างงานแล้ว 1,100 คน ลุยค้นหาปราชญ์ทั้ง 50 เขต
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “กรุงเทพมหานครกับสังคมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ” ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสหพันธ์ชมรมผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติกล่าวว่า ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรที่มีค่าของกรุงเทพมหานคร ต่อไปพวกเราต้องช่วยกันสร้างเศรษฐกิจ
“อย่าเพิ่งหยุดทำงาน ถ้ามีงานก็ทำต่อ เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นหลัง” นายชัชชาติ กล่าว

จากนั้นได้บรรยายถึงสถานการณ์ของสังคมผู้สูงอายุว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว โดยในปี 2568 มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณร้อยละ 22 ของประชากรทั้งหมด และในอนาคตสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรุงเทพมหานคร ณ ปี 2565 มีผู้สูงอายุรวม 1,194,171 คน และเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกปี
สำหรับเขตที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุด ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต และบางกอกน้อย สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่กรุงเทพมหานครต้องเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนกลุ่มนี้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และการพัฒนาเมือง
ด้าน นายชัชชาติกล่าวถึง ‘การส่งเสริมสุขภาพ’ ว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาเส้นเลือดฝอยของเมือง เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามตรอกซอยต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ตามแนวระบบขนส่งมวลชน จึงเพิ่มงบประมาณให้สำนักงานเขต เพื่อให้บริการเข้าถึงผู้สูงอายุในทุกพื้นที่ พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้ศูนย์บริการสาธารณสุขและศูนย์สุขภาพชุมชนใกล้บ้าน ซึ่งเป็นด่านหน้าของการดูแลประชาชน แทนที่จะทุ่มแต่โรงพยาบาลใหญ่เพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการตรวจสุขภาพประชาชน 1 ล้านคน เพื่อให้มีฐานข้อมูลด้านสุขภาพสำหรับวางแผนการรักษาและป้องกันโรคในแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขยายคลินิกผู้สูงอายุครบวงจรให้ครอบคลุมทุกเขต เพื่อดูแลโรคเฉพาะทาง เช่น โรคหลงลืม ภาวะซึมเศร้า และปัญหาการทรงตัว ตลอดจนให้บริการ Palliative Care และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Mobile Medical Unit) ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้าส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุผ่านชมรมผู้สูงอายุ โดยตั้งเป้าเพิ่มจากกว่า 400 ชมรม เป็น 1,000 ชมรม พร้อมผลักดันกว่า 2,000 โครงการสุขภาพผ่านงบประมาณ สปสช. ส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกาย การเต้นแอโรบิก โยคะ และกิจกรรมนันทนาการในชุมชน รวมถึงเปิดให้ประชาชนจองใช้ศูนย์กีฬาและลานกีฬาผ่านแอพพลิเคชั่น BKK Active เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงกิจกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น

“เพราะเราไม่อยากให้ผู้สูงอายุติดเตียง แต่อยากให้ติดเพื่อน ติดคาราโอเกะ ติดรำกระบอง ให้ชีวิตมีความสุขและกระฉับกระเฉง” นายชัชชาติระบุ
ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ นายชัชชาติกล่าวว่า กรุงเทพมหานครส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีการจ้างงานแล้วกว่า 1,100 คน ควบคู่กับโครงการคลังปัญญาผู้สูงอายุ เพื่อค้นหาปราชญ์ในทั้ง 50 เขตมาถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์ม Next Learn และยกระดับศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ให้มีหลักสูตรที่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ เช่น การเรียนรู้เรื่อง AI การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือการดูดวง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกวัย โดยกรุงเทพมหานครพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้ผู้สูงอายุในชุมชนสามารถนำทักษะและประสบการณ์มาต่อยอดสร้างรายได้ใกล้บ้าน
ด้าน การพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครยังเดินหน้าพัฒนาสวน 15 นาทีใกล้บ้าน พื้นที่สาธารณะ และกิจกรรมสร้างสุข เช่น ดนตรีในสวน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถออกมาใช้ชีวิต พบปะผู้คน และมีกิจกรรมร่วมกับชุมชนได้สะดวกยิ่งขึ้น
พร้อมย้ำว่า การพัฒนาเมืองในระยะต่อไปจะยึดแนวทางการพัฒนาทั้งคน เมือง เศรษฐกิจ และระบบ เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

“วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างเมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน หากเราเอาภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ มาบวกกับความสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้ นั่นคือคำตอบของเมือง” นายชัชชาติกล่าวย้ำ
จากนั้น นายชัชชาติ ได้กล่าวถึงนโยบายที่ตั้งเป้าไว้ อาทิ การขยายการรองรับผู้ป่วยบัตรทองจาก 1 ล้านคน เป็น 1.3 ล้านคน การเพิ่มเตียงโรงพยาบาลอีก 2,000 เตียง การแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรีทุกบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่มีความจำเป็น การพัฒนาระบบนัดหมายหมอล่วงหน้าให้รอไม่เกิน 1 ชั่วโมง การเพิ่มไฟแสงสว่าง การปรับปรุงทางเท้าและระบบรถ Feeder การขยายผลโรงเรียนผู้สูงอายุ การผลักดันการจ้างงาน ตลอดจนการรับฟังไอเดียแก้ปัญหาเมืองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
ในช่วงท้าย นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า กรุงเทพมหานครจะเดินหน้ารับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาเมืองที่เอื้อต่อผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน พร้อมอวยพรให้ผู้สูงอายุทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง มีเพื่อน มีรายได้ และมีความสุข
“ขอฝากเนื้อฝากตัว ในฐานะผู้สูงอายุหน้าใหม่ด้วยครับ” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความเป็นกันเอง




