หน้าแรก ในประเทศ ตร. ยันยอดเสี...

ตร. ยันยอดเสียชีวิต 8 ราย เหตุกราดยิงในรร. ยังไม่ตัดปมถูกแกล้ง สอบต่อปมภาพถ่ายคู่ปืน

7.08.26 | 19:31 น.

โฆษก ตร.เผยปมกราดยิงโรงเรียน เหตุแรงจูงใจ กดดันจากครอบครัว ครูเรื่องการเรียน ไม่ตัดประเด็นถูกกลั่นแกล้งและเลียนแบบสื่อรุนแรง


เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 7 สิงหาคม ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อ.บางกรวย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ว่า จากการตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุเดินทางมาโรงเรียนตามปกติ เข้าเรียนตามตาราง ก่อนลุกออกจากห้องเรียนและใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด โดยที่บ้านพักพบผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ ปู่และย่า ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการกระทำของผู้ก่อเหตุ ส่วนภายในโรงเรียนเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด โดยยืนยันยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย ประกอบด้วย บุคลากรทางการศึกษาและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน 5 ราย, ปู่และย่า 2 ราย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย ยังไม่มีรายงานนักเรียนเสียชีวิต

ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 30 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยจากการวิ่งหลบหนี มี 9 รายต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด และมีนักเรียนบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืน สำหรับการสืบสวนหาสาเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานและตรวจสอบหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยพบประวัติการเล่นเกมออนไลน์ 2 เกม คือ World of Tanks และ Roblox รวมถึงมีข้อมูลจากชุดสืบสวนว่าผู้ก่อเหตุเคยเข้าชมคลิปข่าวเหตุกราดยิงในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

Advertisement

ด้านประเด็นปัญหาส่วนตัว เพื่อนสนิทระบุว่าผู้ก่อเหตุเคยบ่นเรื่องความเครียดจากการเรียน การทำการบ้าน และความเข้มงวดของทั้งผู้ปกครองและโรงเรียน แม้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง แต่ตำรวจยังไม่ตัดมูลเหตุนี้ทิ้ง รวมถึงประเด็นการฝึกใช้อาวุธปืนที่พบภาพถ่ายคู่กับปืนใน Instagram ส่วนตัว

นอกจากนี้ ลำดับเหตุการณ์ระบุว่าผู้ก่อเหตุพกปืนมาในกระเป๋า ยิงจนหมดแม็กกาซีนแรกก่อนเปลี่ยนแม็กกาซีนที่สอง และพบกระสุนคงเหลืออีกกว่า 30 นัด เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและจับกุมผู้ที่พกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะปืนที่แม้ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง แต่ไม่มีสิทธิพกพา พร้อมสั่งการให้จุดตรวจของตำรวจทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก