ทุกบาทคือเงินภาษี สภากทม.พา ‘Hack งบ 70’ ชวน ปชช.แกะงบ 9.3 หมื่นล้าน ‘ฉัตรชัย’ เผย ‘เนอส’ ควักเงินส่วนตัวจัดงาน
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ชั้น 1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) สภากรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จัดกิจกรรม ‘Hack งบ กทม.70’ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเรียนรู้การอ่านและวิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2570 วงเงิน 93,918.92 ล้านบาท พร้อมชวนตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมเข้มข้นภายใน 1 วัน
เวลาประมาณ 09.30 น. ประชาชนทยอยเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมี ส.ก.ให้การต้อนรับ บรรยากาศภายในงานมีนิทรรศการแสดงข้อมูลการจัดสรรงบประมาณของแต่ละเขตและสำนัก พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเขียนข้อเสนอแนะผ่านโพสต์-อิท เพื่อนำเสนอปัญหาและสิ่งที่ต้องการให้ กทม.ปรับปรุง
ต่อมาเวลา 10.30 น. น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก ตัวแทน ส.ก.กลุ่มคนทำงาน นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ตัวแทน ส.ก.กลุ่มอิสระ และ น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.เขตปทุมวัน ร่วมกล่าวเปิดงาน
น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ยังไม่ถึงเดือนก็ถือว่าเป็นงานไฟไหม้ แต่มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้สภาฯ นี้เป็นสภาที่โปร่งใสพี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และความสำคัญของงานครั้งนี้คือ การปักหมุดหมายใหม่ของสภากรุงเทพมหานคร

“งานนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่จัดโดยสภากรุงเทพมหานคร ในการแฮกงบกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน้าที่ของเพื่อน ๆ ส.ก.ทุกท่าน และจากที่ผ่านมาหลาย ๆ ท่านเห็นลงทะเบียนมาก็เคยไปงาน แฮ็กงบกันมาแล้ว หลายครั้งที่ผ่านมาจะเป็นการจัดโดยพรรคประชาชน และปีล่าสุดเป็นการจัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามงบประมาณที่รัฐสภา ครั้งนี้สำคัญมาก ๆ จัดที่นี่ ที่ๆ เป็นผู้ตรวจสอบงบประมาณของกรุงเทพมหานครโดยตรง” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตรวจสอบและช่วยกันแคะ แกะ เกากันในวันนี้ จะถูกนำไปใช้ ในการพิจารณางบของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเริ่มต้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และห้องพิจารณางบประมาณในปีนี้ ก็จะเป็นปีแรกหลังจากที่ต่อสู้กันมาหลาย ให้มีการไลฟ์สดในห้องพิจารณางบฯ

“ท่านจะได้เห็นสิ่งที่ท่านช่วยกันขุดในวันนี้ ไปอยู่ในการตรวจสอบจริง ๆ โดยเพื่อน ๆ ส.ก.ของพวกเราเองทั้ง 50 เขต 50 คน สําคัญมาก ๆ” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว
น.ส.ภัทราภรณ์กล่าวต่อว่า ในวันนี้เราต้องขอบคุณทาง สำนักงานเลขาสภากรุงเทพมหานคร ที่ช่วยกันทำงานอย่างหนัก จนงานเกิดขึ้นได้ในวันนี้ รวมถึงทั้งพี่แม่บ้าน พี่รปภ. ที่ช่วยกันจัดสถานที่ รวมถึงคณะทำงานเพื่อน ๆ ส.ก. และพี่น้องประชาชนทุกท่านที่เดินทางมาร่วมงานกันในวันนี้
“ในวันนี้เป็นครั้งแรกที่เรามีการจัดงานนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในสมัยของ ส.ก.นี้ และจะไม่ใช่งานสุดท้าย เราจะพยายามดึงทุกท่านเข้ามาเรียนรู้ สร้างการเรียนรู้ร่วมกับพวกเราไปเรื่อย ๆ ว่าจริง ๆ แล้ว ส.ก.ทำงานอะไร มีอํานาจมากแค่ไหน และพี่น้องประชาชนเองก็มีอํานาจในมือของท่านเช่นเดียวกัน” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายวิพุธ ส.ก.เขตบางรัก ตัวแทน ส.ก.กลุ่มคนทำงาน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภารกิจที่สําคัญของสภากทม. เพราะเรามักจะพูดมาตลอดว่าเราอยากจะสื่อสาร อยากจะทำอย่างไรก็ตามให้คำว่า ‘งบประมาณ’ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเข้าถึงมันได้มากขึ้นใกล้ชิดมันได้มากขึ้น
“บางครั้งถ้าเราพูดกันผ่านตัวภาพข่าว เห็นว่างบประมาณก็เป็นตัวเลขชุดหนึ่ง ปีหนึ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่ในความเป็นจริงแล้วงบประมาณเหล่านี้ มันเป็นหัวใจสำคัญที่สภา กทม.อยากจะแปลตัวเลขเหล่านี้ออกมาเป็นผลลัพธ์ ที่ทําให้ประชาชนทุกท่านจับต้องได้ รู้สึกได้ว่าชีวิตเขามีความเปลี่ยนแปลงไป”
นายวิพุธกล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเรากำลังเดินมาถูกทาง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เชื่อว่าการทำงานของสภากทม. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่นของ กทม.นั้น มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการได้ทำงานกับฝ่ายบริหารที่เก่งและมีประสิทธิภาพ มันจะเป็นระบบเช็กแอนด์บาลานซ์ที่จะเกื้อกูลกัน

“ยิ่งฝ่ายบริหารเก่งเท่าไหร่ ในขณะเดียวกัน สภากทม.ในฐานะฝ่ายตรวจสอบยิ่งมีความเข้มแข็ง ทํางานแบบมีมาตรฐาน โปร่งใส มันจะยิ่งทําให้ประสิทธิภาพในการตรวจสอบของ กทม. ดีขึ้นมากยิ่งขึ้นเท่านั้น” นายวิพุธกล่าว
นายวิพุธกล่าวต่อว่า งบประมาณเหล่านี้เกี่ยวกับชีวิตเราตั้งแต่เราเกิด โต แก่ จนถึงจากโลกใบนี้ไป ตั้งแต่ที่ท่านเดินออกจากบ้าน กําลังจะไปโรงเรียน ไปทํางาน เรื่องเหล่านี้มันเกิดจากการจัดสรรงบประมาณของ กทม.และการตรวจสอบงบประมาณของ สภา กทม.
“หมายความว่าเรามีเค้กอยู่ก้อนหนึ่ง เราจะทําอย่างไรให้เค้กเหล่านี้มันถูกแบ่งได้อย่างตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม เพราะฉะนั้นวันนี้ สภากทม.เองเรามี ส.ก.อยู่ 50 คน แน่นอนว่าแต่ละคนมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ใช้คำว่ามาจากอาชีพเฉพาะทาง มาจากการเป็นนักบิน นั่นหมายความว่าผมคงไม่สามารถมีความเชี่ยวชาญได้ในทุก ๆ เรื่อง แต่วันนี้เรามีภาคประชาชน เรามีภาควิชาวิชาการ เรามีคุณครู เรามีนักบัญชีที่จะมาช่วยกันทำงาน” นายวิพุธ กล่าว
นายวิพุธกล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานของ สภากทม.จะทํางานได้อย่างเข้มแข็ง มีมาตรฐาน มันต้องออกมาจากสมาชิก แต่ในขณะเดียวกันมันจะเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น หากมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เมื่อมีการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

“ฉะนั้นผมว่ามันคือหัวใจสําคัญ เวทีในวันนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อยากจะเห็นประชาชนทุก ๆ ท่านใช้วิธีตรงนี้ในการออกแบบไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะต่าง ๆ กันได้ทั้งวัน ใช้เวทีนี้ได้อย่างเต็มที่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าถ้ามีอะไรที่อยากจะให้ กทม. รับใช้ หรืออะไรก็ตาม อยากจะฟังฟีดแบ็ก จากพี่น้องประชาชน
วันนี้อยากจะขอบคุณประธานสภากทม. ท่านรองประธานสภา และทีม ส.ก. รวมไปถึงทีมเจ้าหน้าที่เลขาและภาคประชาชนที่มาร่วมกันแฮกงบในวันนี้” นายวิพุธ กล่าว
ด้าน นายสุรจิตต์ ส.ก.เขตลาดกระบัง กล่าวว่า ในห้องงบประมาณเราจะมีเอกสารเป็นปึก เป็นเล่ม ตนเป็นประธานวิจารณ์งบประมาณของสำนักงานโยธา ซึ่งมีงบ 8,000 กว่าล้าน บางท่านอาจจะคิดว่างบประมาณ เป็นเอกสาร มันเป็นเรื่องน่าเบื่อ
“มันไม่ใช่เรื่องของฉัน มันเป็นเรื่องของนักการเมือง”
“ท่านเปิดประตูออกจากบ้าน ท่านเจอถนนที่น้ำท่วม เจอไฟที่ไม่สว่าง ไปโรงเรียนก็ไม่ปลอดภัย รถสาธารณะก็ไม่มี มันคือคุณภาพชีวิต มันคือสิ่งที่เรา จะต้องติดตามและตรวจสอบ เพราะทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณ 93,000 ล้านเป็นเงินของพวกท่าน เป็นภาษีของประชาชน” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายสุรจิตต์กล่าวต่อว่า การใช้จ่ายงบประมาณ การดูงบประมาณ การตรวจสอบงบประมาณคุ้มค่าหรือไม่ งบประมาณที่ใช้จ่ายเยอะๆ โครงการระดับหมื่นล้าน ไม่ได้แปลว่าคุณภาพชีวิตของพวกท่านจะดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คุ้มค่า
“สำหรับผม หลักการในการทำงานมีอยู่ 3 อย่าง 1.ผลักดัน 2.ตรวจสอบ 3.ติดตาม วนกันไป-วนกันมาได้ 3 สิ่งนี้เป็นเหมือนวัฏจักรวงกลม 1 ผลักดันให้เกิดขึ้นจริง คือเราฟังเสียงจากประชาชนฟังเสียงจากพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน หน้าที่ของนักการเมือง หน้าที่ ตัวแทนประชาชนที่ดีคือเอาปัญหาเหล่านี้มาถกมาพูดมาอภิปรายมาตั้งกระทู้ถามถึงฝ่ายบริหาร ให้ฝ่ายบริหารรับทราบว่าสิ่งเหล่านี้คือปัญหา เป็นปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ท่านต้องรีบดําเนินการแก้ไข” นายสุรจิตต์ชี้

นายสุรจิตต์กล่าวต่อว่า หลังจากการผลักดันเสร็จเราต้องติดตาม หลังจากที่เอาปัญหาไปพูดในสภาฯ พูดให้ทางฝ่ายบริหารทราบ ต้องมีการติดตามให้ถึงที่สุด
“พอติดตามถึงที่สุดก็จะมีตามมาคือหนึ่งโครงการได้รับการอนุมัติหรือไม่ Yes หรือ No ถ้า No ก็ต้อง ดูว่าทําไมฝ่ายบริหารถึงไม่บรรจุเรื่องนี้เข้าไป หรือไม่แก้ไขปัญหา ไม่บรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ถ้า Yes เราก็ต้องดูต่อโครงการเป็นอย่างไร งบประมาณเท่าไหร่ ตอบโจทย์หรือไม่ นี่คือการติดตามให้ถึงที่สุด” นายสุรจิตต์กล่าว
นายสุรจิตต์กล่าวต่อว่า สุดท้ายตรวจสอบ ตรวจสอบให้โปร่งใส วันนี้เสียงของพวกท่าน การตั้งข้อสงสัยของพวกท่าน การตั้งข้อสังเกตของพวกท่าน คือการตรวจสอบงบประมาณที่คุ้มค่าภาษีที่สุด หากไม่ได้มาก็ไม่เป็นไร ท่านสามารถส่งฟีดแบ็กไปได้ ไม่ว่าจะเป็นยูทูป เฟซบุ๊ก หรือตัวแทนที่เลือกมา สามารถแจ้งได้
“ทุกบาททุกสตางค์ของโครงการ 93,000 ล้าน คือเงินภาษีของพวกท่าน คือหยาดเหงื่อ คือความเหนื่อยล้า เพราะฉะนั้นทุกโครงการจะต้องผลักดันติดตามตรวจสอบให้คุ้มค่าที่สุด เมืองที่ดี คือเมืองที่รับฟังเสียงของประชาชน คือเมืองที่สามารถตรวจสอบโครงการได้ทุกโครงการ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณท่านประธานสภากรุงเทพมหานคร ท่านสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ได้มาร่วมกันทําสภาฯ ให้โปร่งใส มาร่วมกันตรวจสอบ มาร่วมกันเสนอแนะมาร่วมกันเป็นกําลังใจให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่สําหรับพวกเราทุกคน” นายสุรจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ น.ส.เมธาวี ส.ก.เขตปทุมวัน กล่าวว่า ตนอยู่กับสภากทม.มาตั้งแต่ งบประมาณ 40,000 กว่าล้าน ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณน้องเนอส (น.ส.ภัทราภรณ์) เนอสบอกว่าวันนี้เราจะต้องมีมิติใหม่ๆ ให้พี่น้อง ไม่ว่าจะข้าราชการ ไม่ว่าจะน้อง ๆ ที่ทำงานการเมืองหรือภาคประชาชน จะได้ทราบหลายเรื่อง
ตนก็อยากฝากด้วย เนื่องจากว่าอาจจะอยู่มาหลายสมัย มีความรู้สึกว่า คนกรุงเทพมหานครจริงๆ อาจยังไม่มีความใส่ใจ สภากทม.มากนัก ดูจากที่นักข่าวลงไปสอบถามว่า รู้จัก ส.ก.หรือไม่ ทำอะไร ก็พบว่าไม่รู้เลย อันนี้เป็นสิ่งที่ตนเสียดาย
“เราอยากจะขอฝากพี่ ๆ น้อง ๆ ทุก ๆ ท่านที่มาในวันนี้ ที่ท่านให้ความสนใจ แต่อยากให้ท่านบอกเพื่อนๆ ที่ยังไม่เข้าใจตรงนี้ ให้ทุกคนเข้าใจ อย่างน้อยรู้บ้างก็ยังดี ไม่ต้องรู้ทั้ง 50 เขต รู้เฉพาะเขตที่เราอยู่ก็ได้ ว่างบประมาณนี้คุ้มค่าหรือไม่ ผู้บริหารเอาไปใช้ ใช้ถูกทิศ ถูกทางหรือไม่”

“ต้องกราบขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลามา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะได้ประโยชน์กันไปมากมาย ไม่ใช่เพียงแต่วันนี้ ท่านเข้าใจ แต่ท่านสามารถบอกต่อให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้มา หรือรุ่นน้องรุ่นพี่ได้ทรา เรื่องของกรุงเทพมหานคร ขอให้วันนี้เป็นวันที่ประสบความสําเร็จทุกท่าน” น.ส.เมธาวี กล่าว
ต่อมา เวลาประมาณ 10.40 น. นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา และประธานคณะกรรมการวิสามัญ งบประมาณ พร้อมด้วย นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ส.ก.เขตบางกอกน้อย และเลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานคร ให้รายละเอียด การอ่านงบประมาณกรุงเทพมหานคร

นายฉัตรชัยกล่าวว่า วันนี้ต้องขอบคุณ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เพราะงานครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร แต่เป็นการออกค่าใช้จ่ายส่วนตัว ก่อนเข้าสู่การอธิบายหลักการเบื้องต้นในการพิจารณาและทำความเข้าใจงบประมาณให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับทราบ
“ปัญหาปัจจุบันเมืองกรุงเทพมหานครของเรา เมืองมันโตขึ้นไปเร็วมาก แต่เมืองมันลืมคน สิ่งสำคัญของเมืองคือคน คนคือหัวใจของเมือง การที่งบประมาณกรุงเทพออกมาในปีนี้ 93,000 ล้าน ปัญหาของงบประมาณพวกเราจะได้มาตรวจสอบกันว่า ปัญหาของงบประมาณแต่ละก้อนเป็นอย่างไร อะไรที่มันแพงเกินไป อะไรที่มันยังไม่จําเป็น วันนี้เราจะได้รู้ว่าอะไรที่ควรตัด มาช่วยกันขุด มาช่วยกันแคะ งบประมาณที่มันไม่จําเป็น” นายฉัตรชัย กล่าว
นายอริย์ธัชกล่าวเสริมว่า หลายคนอาจเคยเห็นการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล หรือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีลำดับจากกระทรวงลงไปยังกรม กอง และสำนักต่างๆ แต่การจัดทำงบประมาณของกรุงเทพมหานครแตกต่างออกไป เนื่องจากทุกหน่วยงานอยู่ภายใต้กรุงเทพมหานคร โดยทั้ง 50 สำนักงานเขต และ 20 สำนัก จะจัดทำคำของบประมาณประจำปีขึ้นมาพร้อมกัน
ทั้งนี้ แต่ละสำนักและสำนักงานเขต มีภารกิจและหน้าที่แตกต่างกัน เช่น สำนักงบประมาณ สำนักการโยธา และสำนักการระบายน้ำ ซึ่งรับผิดชอบภารกิจในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร จึงมีงบประมาณมากน้อยแตกต่างกันไปตามภารกิจและหมวดงบประมาณ
“พี่น้องประชาชนทุกคน ใครที่เคยใช้ ทราฟฟี่ ฟองดูว์ เวลาแจ้งเรื่องร้องเรียนไป เรื่องเหล่านั้นถ้าเป็นในพื้นที่เขตตัวเองก็จะเป็นงบที่สำนักงานเขตขอไป ปรากฏอยู่ทั้ง 50 สำนักงานเขต อย่างกรณีสภากรุงเทพมหานคร เราคือ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ตั้งงบประมาณขอรายปีเช่นกัน” นายอริย์ธัชกล่าว

นายฉัตรชัยกล่าวว่า กทม.มี 3 เสาหลัก ได้แก่ ผู้ว่าฯ กทม. ปลัด กทม. และสภา กทม. โดยผู้ว่าฯ จะกำหนดนโยบายให้ฝ่ายประจำดำเนินการ ก่อนที่ 20 สำนัก และ 50 สำนักงานเขต จะจัดทำคำของบประมาณเสนอสำนักงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายและปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ จากนั้นจัดทำเป็นร่างงบประมาณเสนอให้ สภา กทม. พิจารณาต่อไป
นายอริย์ธัชกล่าวว่า ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ระหว่างการหาเสียง มีคำถามว่า ส.ก.มีอำนาจหน้าที่อะไร และทำอะไรได้บ้าง เช่น การฉีดยุงหรือลอกท่อ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ โดยในกระบวนการงบประมาณ เมื่อสำนักงบประมาณพิจารณาคำของบจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว และผู้ว่าฯ หรือปลัด กทม.ลงนาม จะส่งร่างงบประมาณ มายังประธานสภา กทม. เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี
นายฉัตรชัยกล่าวว่า ร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะเสนอเข้าสู่สภา กทม. ในวาระที่ 1 โดยหลังสภารับหลักการเมื่อวันที่ 3-4 สิงหาคมที่ผ่านมา จะตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติฉบับดังกล่าว ซึ่งตนได้รับเกียรติ จากสมาชิก ให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ
นายอริย์ธัชกล่าวว่า ระหว่างที่คณะอนุกรรมการพิจารณางบประมาณแยกตามกลุ่มสำนักและสำนักงานเขต โดยมี ส.ก.ทำหน้าที่ประธานแต่ละคณะ เมื่อพิจารณาแล้วเสร็จ จะนำผลกลับมารายงานต่อ คณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณฯ ซึ่งเป็นกระบวนการที่คล้ายกับไทม์ไลน์ที่ผ่านมา แต่จะเพิ่มขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญฯ เข้ามา

สำหรับ การดูงบประมาณ กทม. จะมีเอกสารหลัก 2 เล่ม โดยเล่มสีเขียวจะแสดงภาพรวมว่าแต่ละสำนักและเขตตั้งงบประมาณเท่าไร รวมถึงรายจ่ายในแต่ละแผนงาน ส่วนเล่มสีม่วง หรือเอกสารประกอบงบประมาณ จะให้รายละเอียดโครงการมากขึ้น ทั้งชื่อโครงการ งบประมาณ และรายละเอียดการดำเนินงาน ดังนั้น หากต้องการดูภาพรวมให้ดูเล่มสีเขียว แต่หากต้องการรายละเอียดของแต่ละโครงการให้ดูเล่มสีม่วง

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ในฐานะ ส.ก. มีหน้าที่สำคัญ 3 ด้านคือ ผลักดัน ตรวจสอบ และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพื่อนำปัญหาเข้าสู่สภา กทม. และเสนอให้ผู้ว่าฯกทม. รับทราบเพื่อนำไปสู่การจัดทำงบประมาณ จากนั้น ส.ก.ต้องติดตามตรวจสอบว่างบประมาณที่จัดสรร สามารถแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประชาชนได้จริงหรือไม่
“วันนี้เราจึงอยากจะเชิญชวนทุกท่านมาเป็น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 1 วัน ว่าพวกท่านหากได้เป็น ส.ก.แล้ว งบประมาณที่มาดูวันนี้มันตอบโจทย์เขตของทุกท่านไหม และผู้ว่าได้เสนอ นโยบายต่าง ๆ ที่เขาหาเสียงมา เขาได้เสนอกลั่นกรองออกมาเป็นนโยบายหรือไม่” นายฉัตรชัย กล่าว
หลังจากนั้น เชิญทีมงานและ ส.ก.ประจำกลุ่มขึ้นเวที เพื่อแยกเข้ากลุ่มและเริ่มกิจกรรม ‘Hack งบ’









