กสถ.สั่งโละ 5,925 ราย ให้ ก.จังหวัดใช้บัญชีใหม่ ญาติ บิ๊กเนม ชื่อหลุดอื้อ อีก 7 คนแก้คำตอบพบ ตร. รบ.ยันล้างขบวนการโกง ปปง.ลุยเส้นเงิน 200 ราย
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีทุจริตสอบการเเข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนต้องถิ่น(สถ.) ซึ่งมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีทั้ง 13 ราย โดยมีผู้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 6 ราย ส่วนอีก 7 ราย ที่ทำหน้าแก้ไขกระดาษคำตอบ จะยังมีการเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ในวันที่ 10 สิงหาคม เช่นเดิม ยังไม่มีการเปลี่ยนเเปลงใดๆ ซึ่งผู้ต้องหากลุ่มนี้พนักงานสอบสวนได้สอบคำเบื้องต้นไว้ก่อนเเล้วภายหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ ซึ่งคาดว่าจะมีการสรุปสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันดังกล่าวด้วย
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า ไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่การถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,925 ราย และยืนยันว่าการสอบสวนจะหาตัวผู้ร่วมกระทำการ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ คืนความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้เสียโอกาส ตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ว่าจะเป็นใคร หากเกี่ยวข้องกับการทุจริต ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด” โดยจะมีการจัดการ 3 ส่วน คือ 1.การถอดถอนชื่อผู้สอบที่เกี่ยวกับการทุจริต กระทรวงมหาดไทยดำเนินการถอดถอนรายชื่อ 5,295 ราย หลังพบว่ามีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
2.การดำเนินคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหา จำนวน 13 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่โดนข้อหา ซึ่งมีอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. อยู่ในกลุ่มนี้
อีกลุ่มหนึ่ง มี 11 ราย ที่ร่วมกระทำผิดแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกดำเนินคดีในข้อหา อั้งยี่ ซ่องโจร ทั้งนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน จะสามารถสรุปสำนวนส่งให้ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนได้ภายในวันที่ 12 ส.ค.นี้ ในส่วนของเส้นเงิน ปปง. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากอาจขัดต่อกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
3.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 2568 ได้ดำเนินการสรุปผลการทุจริตการสอบท้องถิ่นแล้วฯ ขั้นตอนต่อไป คือการเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการต่อ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรม
วันเดียวกัน คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 (ยกเว้นกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ) บางส่วน และประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 (ยกเว้นกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2)
นอกจากนี้ ยังได้เผยแพร่ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ประกาศเรื่อง ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เฉพาะกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และ เขต 2 บางส่วน และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เฉพาะกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2
รายงานข่าวแจ้งว่า การขึ้นบัญชีใหม่ครั้งนี้ เป็นชื่อทดแทน ผู้ที่พบว่ามีคะแนนผิดปกติ และจะถูกเพิกถอนจำนวน 5,925 ราย ซึ่งพบว่ามีคนสนิทนักการเมือง และข้าราชการระดับสูงหลุดจากบัญชีจำนวนมาก
รายงานข่าวเปิดเผยว่า โดยรายชื่อผู้สอบผ่านบางรายที่เคยอยู่ในประกาศเดิม หายไปจากประกาศ กสถ. ที่ออกใหม่ เช่น ชื่อของ นางสาวมาลี ลีหล้าน้อย และ นางสาวกรรณิการ์ ลีหล้าน้อย ที่มีนามสกุลเดียวกับ นายสมชาย ลีหล้าน้อย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เคยอยู่ในลำดับที่ 4 และ 16 ของประกาศสอบผลสอบเก่า แต่ในประกาศใหม่ ไม่พบชื่อ นางสาว มาลี ลีหล้าน้อย และ นางสาวกรรณิการ์ ลีหล้าน้อย อยู่ในลำดับที่ 4 และ 16 เหมือนเดิม นอกจากนี้ ยังมีกรณี นายชยุตพงศ์ ชูแก้ว น้องชาย นายรัชพงศ์ ชูแก้ว อดีตเลขานุการ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เคยปรากฏชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้ เขต 1 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน ศูนย์สอบจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งสอบได้ในลำดับที่ 2 ก็ไม่ได้อยู่ในลำดับเดิมตามประกาศใหม่ด้วย

