เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย พร้อมคณะเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน หารือถึงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและรัฐบาลท้องถิ่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน
นายชัชชาติ กล่าวพูดถึงประเด็นความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับประเทศจีนใน 4 เรื่อง ซึ่งเรื่องแรกเป็นเรื่องของฝุ่นและมลพิษที่เป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนของประเทศจีนในการติดเครื่องวัดฝุ่นมาตรฐานสูงที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เรื่องที่สอง เป็นโครงการแลกเปลี่ยนแพทย์แผนจีนกับนครซัวเถา โดยมีการตั้งศูนย์แพทย์แผนจีนที่โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นอย่างดี
เรื่องที่สาม การแลกเปลี่ยนเยาวชน จะเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระดับประชาชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
และเรื่องที่สี่ ความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ถือเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความสามารถในการสอนภาษาจีนให้นักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น

นอกจากนี้ ด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีได้มีการต้อนรับบริษัทจากจีนมากมายเพื่อนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในกรุงเทพมหานคร โดยมีการเปิดรับภาคเอกชนจากจีนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน เชื่อว่าในอนาคตความร่วมมือทางธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี โดยอาจเริ่มจากความสัมพันธ์ระดับประชาชน เช่น การแลกเปลี่ยนนักเรียน แลกเปลี่ยนภาษา และศิลปวัฒนธรรม น่าจะมีช่องทางในการขยายความร่วมมือได้
ด้าน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนฯ กล่าวว่า จีนพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทั้ง 4 ด้านอย่างต่อเนื่อง ร่วมถึงสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม สำหรับเรื่องฝุ่นและมลพิษ ที่จีนได้ออกมาตรการสอดคล้องกับการเผารวมถึงการตรวจสอบคุณภาพอากาศ สนับสนุนการใช้รถพลังงานสะอาดทั้งรถเมล์ แท็กซี่ และรถยนต์ส่วนบุคคล มีการใช้รถพลังงานสะอาดเกิน 50% แล้ว
ด้าน แพทย์แผนจีน การแลกเปลี่ยนถือว่ามีศักยภาพสูงมาก ปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่พยายามใช้การแพทย์แผนจีนอย่างทั่วถึงและครอบคลุมมากที่สุด ในอนาคตมีศักยภาพสูงในการแลกเปลี่ยนคือสมุนไพร เพราะแพทย์แผนจีนไม่เพียงฝังเข็ม นวด และครอบแก้ว ที่สำคัญคือการใช้สมุนไพรไปปรับปรุงสุขภาพ ยินดีเชิญแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีน
ในส่วนของการแลกเปลี่ยนเยาวชนสำคัญมากเพราะเกี่ยวกับอนาคตของจีน – ไทยเช่นกัน ยินดีอย่างยิ่งที่เห็นเยาวชนไปเรียนรู้ เข้าค่ายฤดูร้อน – ฤดูหนาว และต่าง ๆ ตลอดจนเรียนต่อที่ประเทศจีน ทั้งนี้สามารถจัดคณะเยาวชนของทั้งสองประเทศไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงานซึ่งกันและกันได้ ตอนนี้อุตสาหกรรมชั้นนำ เช่น AI โรบอท และพลังงานสะอาด ของจีนมีความทันสมัยมาก และได้รับความนิยมของนักเรียนนักศึกษาไทย ทำให้สามารถไปเรียนรู้ด้านดังกล่าวที่ประเทศจีนได้

ด้านการเรียนการสอนภาษาจีนนั้น สถานทูตจีนให้การสนับสนุนตลอด ปัจจุบันภาษาจีนได้รับความนิยมจากคนไทยจำนวนมาก มีคนบอกว่าเกิน 1 ล้านคน และประเทศไทยเป็นประเทศที่จีนส่งครูอาสาสมัครมาสอนภาษาจีนมากที่สุด อีกทั้งมีผู้ประกอบการจีนมาตั้งโรงงานที่ประเทศไทยต้องการบุคลากรที่สามารถพูดภาษาจีนได้ ซึ่งมีแนวโน้มว่าผู้ประกอบการจีนยจะไปร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยระยะต่อไปประเทศจีนจะเพิ่มครูอาสาสมัครที่มาสอนภาษาจีนในประเทศไทยมากขึ้น และยินดีที่จะเชิญครูไทยที่สอนภาษาจีนไปเรียนรู้ที่ประเทศจีนแล้วกลับมาสอนที่ประเทศไทย
โอกาสนี้ พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ผู้บริหารสำนักงานการต่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย นายสาวเซี่ย เหวินฟาง (Ms. Xia Wenfang) เลขานุการเอกและผู้อำนวยการฝ่ายการเมือง และนายโจว เสวียโจว (Mr. Zhou Xuezhou) เลขานุการโท


