เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลความปลอดภัยภายในสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร ว่า กทม. ได้มีมาตรการและยกระดับการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนอย่างรอบด้านและเข้มข้นมาโดยตลอด เพราะความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มีหลายองค์ประกอบเชื่อมโยงกัน ไม่สามารถมองข้ามจุดใดจุดหนึ่งได้
โดยมาตรการความปลอดภัยดังกล่าว ต้องดำเนินการควบคู่กันอย่างเป็นระบบใน 5 มิติ คือ 1. เรื่องสภาพจิตใจและความรู้สึกของเด็ก ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมและเข้าถึงปัญหาของเด็ก เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธี 2. เรื่องสภาพแวดล้อมทางครอบครัว สามารถตรวจสอบผ่านโครงการเยี่ยมบ้าน เพื่อให้ครูได้ทำความรู้จักกับผู้ปกครอง และเข้าใจปัญหาทางบ้านนักเรียนอย่างแท้จริง 3. จำนวนอัตราส่วนครูต่อเด็ก ต้องมีความเหมาะสม ให้ครูสามารถดูแลเด็กทุกคนได้อย่างทั่วถึง 4.การป้องกันการบูลลี่ (Bullying) ต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขสถานการณ์ทันทีหากพบเหตุ และ 5. คัดกรองและควบคุมอาวุธ ตรวจตราความเสี่ยงและการนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่โรงเรียน เพื่อป้องกันเหตุร้าย
นายชัชชาติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนจะทำเพียงมิติเดียวไม่ได้ ต้องทำทั้ง 5 มิตินี้ควบคู่กันไป และต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของระบบการเตือนภัยล่วงหน้าด้วย เพราะเป็นช่องทางที่ช่วยป้องกันปัญหาได้ เช่น กรณีเพื่อนนักเรียนสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติของเพื่อน หรือครูพบสัญญาณความเดือดร้อนของเด็ก ก็จะมีระบบส่งต่อหรือมีนักจิตวิทยาเด็กเข้ามาช่วยดูแล
ทั้งนี้ กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักเรียนและทุกคนในสถานศึกษา และมีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานครและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ลงวันที่ 11 มกราคม 2566 ที่คอยกำกับให้โรงเรียนทุกแห่งดำเนินมาตรการอย่างจริงจังและต่อเนื่องเสมอ



