‘โรม’ ขอฟังทุกฝ่าย ชื่นชมความกล้า-เพียรพยายาม หลังชาวบางพลัด หอบ 8 เอกสาร ค้านทางเดินริมน้ำ

13.08.26 | 16:52 น.

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย กลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร  (อ่านข่าว ชาวบางพลัดลงเรือ ขึ้นท่า ‘รัฐสภา’ ขอ กมธ.ช่วยจ้อง ‘ทางเดินริมน้ำ’ กทม.ยอมเบรก แต่ไม่คอนเฟิร์ม) 


นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับหนังสือเพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด หรือโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เกิดการคุ้มครองในกระบวนการยุติธรรม สิทธิชุมชนดั้งเดิม สิทธิชุมชนท้องถิ่น และสิทธิมนุษยชน โดยกลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด และภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนสิทธิชุมชน วิถีริมน้ำ และมรดกทางวัฒนธรรม ได้ดำเนินการคัดค้านมาโดยตลอด ตนจะให้ผู้ยื่นหนังสือได้อธิบายสาเหตุในการมายื่นหนังสือในวันนี้

ด้าน นางนิศานาถ โยธาสมุทร ทีมงาน ‘กลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนเขตบางพลัด’ เผยถึงสาเหตุในการมายื่นหนังสือในวันนี้ว่า  พวกตนมาในฐานะประชาชนที่ต้องการปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชน ในเอกสารทั้งหมดที่แนบมี 8 ชิ้นด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน และบางเรื่องสาธารณะไม่เคยทราบมาก่อน พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมในการค้าขายมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษา

“ก่อนอื่นคือต้องการให้ข้อมูลทั้งหมดถึงมือทุกฝ่ายของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารท้องถิ่น กทม. และฝ่ายนิติบัญญัติ ทุกฝ่ายต้องมีข้อมูลเพื่อที่จะได้ทราบว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาจากเรื่องอะไรบ้าง มีรายละเอียด และเราจะได้ตรวจสอบเช็กข้อมูลว่าที่เรานำส่งมาทางกรรมาธิการถูกต้องแล้วหรือยัง” นางนิศานาถ กล่าว

Advertisement

นางนิศานาถ กล่าวต่อว่า ในข้อมูลทั้ง 8 ชิ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งเป็นหนังสือ นำเสนอวัตถุประสงค์ว่าอยากจะรบกวนทางกรรมาธิการเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลที่ได้นำยื่นเอาไว้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นที่เราเพียงที่เดียว แต่เป็นผลจากโครงการแผนแม่บทการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยาแผนใหญ่ ซึ่งมีแผนย่อยอยู่ในนั้น 12 แผน และแผนแรกที่ทำคือถนนในแม่น้ำ ซึ่งถูกระงับไปแล้วโดยศาลปกครอง และนี่ก็คืออีกโครงการหนึ่งในแผนใหญ่  (อ่านข่าว เปิดภาพจำลอง ‘ทางเดินริมน้ำบางพลัด’ ชาวบ้านจี้ ชัชชาติ-ผู้ว่าฯใหม่สั่งยุติ ยก 9 ข้อแห่ต้าน) 

“สิ่งเหล่านี้พอเกิดขึ้น ปรากฏว่าตามหนังสือขาดขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น ขั้นตอนของการมีส่วนร่วมก็หายไปในกระบวนการ และขาดการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงผลกระทบต่อที่ดินริมน้ำ

ซึ่งพอชี้ว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่เป็นริมน้ำ ตรงนี้ไม่จริง จะต้องมาพิสูจน์ต่อไป แต่วัตถุประสงค์จริงคือเราต้องการพิทักษ์พื้นที่ทั้งหมดของเขตบางพลัดที่อยู่ริมน้ำ งบประมาณที่ใช้ 264 ล้านบาทนี้ เพื่อปั่นจักรยานเหรอ ซึ่งเราอยากให้ทบทวนตรงนี้” นางนิศานาถ กล่าว

จากนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวขอบคุณที่ยื่นเรื่องนี้มาทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ตนคิดว่าการมายื่นหนังสือของพี่น้องประชาชนที่เข้ามายังสภาแห่งนี้ต้องอาศัยความกล้าหาญ เพราะการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน เอกสารทั้งหมดมาได้ถึงขนาดนี้ เชื่อว่าต้องมีความเพียรพยายามเป็นอย่างมาก ด้วยความเดือดร้อน ความลำบากใจ และความกังวลเป็นห่วงชุมชนเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราในฐานะสภาผู้แทนราษฎรไม่อาจเพิกเฉยได้ เราจะรับเรื่องร้องเรียนนี้ด้วยความเต็มใจ และดำเนินการตรวจสอบโครงการต่อไป” นายรังสิมันต์

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เท่าที่ทราบรายละเอียดจากหนังสือ ได้มีการดำเนินการไปพอสมควร เรียกได้ว่าร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนของ กทม. และ กสม. ดังนั้น จะรวบรวมข้อมูล และตามที่ทางกลุ่มคัดค้านได้ร้องขอให้มีการจับตาโครงการนี้ พวกเรายืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเฝ้าระวัง

“ขณะเดียวกันต้องพูดด้วยความเป็นธรรมว่า เราต้องฟังทุกฝ่าย เพื่อที่จะได้เอาข้อมูลทั้งหมด ทั้งในส่วนของพี่น้องประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบ และในส่วนของภาครัฐว่ามีเหตุผล มีความจำเป็นในการดำเนินการอย่างไร แต่แน่นอนว่าถึงที่สุด เรายึดผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญสูงสุด เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าสุดท้ายโครงการของรัฐนำไปสู่การทำลายชุมชน ดังนั้น เชื่อว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิชุมชน สิทธิประชาชนต่างๆ จำเป็นที่จะต้องได้รับความสำคัญสูงสุด เป็นสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หลังรับเรื่องแล้ว จะนำเข้าสู่ระบบ เพื่อให้มีเอกสารแจ้งหน่วยงานว่าเรื่องดังกล่าวได้ส่งเข้ามายังคณะกรรมาธิการแล้ว จากนั้นจะตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป โดยการให้ทุกฝ่ายเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการตามที่มีการร้องเรียนมา ถือเป็นสิ่งแรกที่สามารถดำเนินการได้ และจะมีการแจ้งความคืบหน้าต่อไป เชื่อว่าเรื่องนี้จะมีความคืบหน้าโดยไม่ชักช้า