เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาของกรุงเทพมหานครกับนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
นายชัชชาติ กล่าวว่า ในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยนี้ ได้ตั้งเป้าหมายให้กรุงเทพฯ เป็น ‘เมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน’ โดยกำหนดแผนปฏิบัติการ 261+ ข้อ และจัดกลุ่มยุทธศาสตร์เป็น 4 มิติหลัก ได้แก่ คน (คนอยู่ดี) เมือง (เมืองน่าอยู่) เศรษฐกิจ (สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ) และระบบ (ระบบมีประสิทธิภาพ) เพื่อให้การบริหารจัดการเมืองสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
“จริง ๆ แล้วกรุงเทพฯ มีความซับซ้อนอยู่มากมาย และปัญหาเมืองมีความสลับซับซ้อนมาก แต่โครงสร้างทางการเมืองของ กทม. นั้นมีขนาดค่อนข้างเล็ก โดยมีหน่วยการเมืองรวมเพียงประมาณ 19 คน ซึ่งถือว่าจำกัดมากเมื่อเทียบกับภารกิจ จึงจำเป็นต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิหลาย ๆ ด้านมาช่วย โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทุกท่าน ซึ่งหลังจากนี้ การทำงานจะไม่เน้นเพียงการประชุมกลุ่มใหญ่ แต่จะรบกวนที่ปรึกษาแยกประชุมตามกลุ่มประเด็น เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายที่ใหญ่กว่าการบริหารเมือง คือการสร้างความเชื่อมั่นว่าระบอบประชาธิปไตยยังมีความหวัง โดย กทม. ต้องพิสูจน์ผ่านการลงมือทำตามแผนปฏิบัติการให้เห็นผลจริง พร้อมรับข้อเสนอจากคณะที่ปรึกษาในการส่งต่อวัฒนธรรมการทำงานแบบ ‘รับฟัง ทำงานไว โปร่งใส และใช้เทคโนโลยี’ ให้กลายเป็น DNA ของบุคลากรในทุกระดับปฏิบัติการ เพื่อให้สำนักงานเขตและหน่วยงานหน้างานกลายเป็นจุดเชื่อมต่อที่สร้างความไว้ใจให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง
นอกเหนือจากนโยบายหลักแล้ว ที่ประชุมยังได้รับฟังข้อเสนอแนะจากคณะที่ปรึกษาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เห็นผลจริง อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผ่านกลไก Outside-in เพื่อดึงศักยภาพภาคเอกชนและประชาสังคมมาร่วมเป็นหุ้นส่วนพัฒนาเมือง การยกระดับสวัสดิการผ่านแนวคิดคูปองอาหารเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตเด็กเล็ก การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน ตลอดจนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน หรือ Digital Backbone เพื่อปฏิรูประบบงานราชการให้โปร่งใสและให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำถึงความสำคัญของเรื่องที่อยู่อาศัย โดยระบุว่า ที่อยู่อาศัยเป็นกระดุมเม็ดแรกของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่ง กทม. มีเป้าหมายดูแลชุมชนแออัดกว่า 1,000 แห่ง หรือประมาณ 1.4 แสนหลังคาเรือน ผ่านการบริหารจัดการที่ดินของ กทม. และการประสานงานเพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางเข้าถึงที่พักอาศัยที่มั่นคงได้มากขึ้น โดยจะขับเคลื่อนผ่านกลไกสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ด้านนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. พร้อมรับทุกข้อสังเกตจากคณะที่ปรึกษามาปรับปรุงแผนปฏิบัติการทั้ง 4 มิติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมขอให้ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการที่จะมีการทบทวนปรับโครงสร้างคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกลุ่มภารกิจ (Mission-based) ตามแผนปฏิบัติการ 261+ ข้อ มากกว่าการยึดตามโครงสร้างหน่วยงานเพียงอย่างเดียว เพื่อลดการทำงานที่แยกส่วนหรือเป็น Silo

สำหรับกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร ในวาระการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้ตั้งเป้าหมายให้กรุงเทพฯ เป็น ‘เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน’ โดยวางยุทธศาสตร์ 9 ด้าน 9 ดี ได้แก่ เดินทางดี ปลอดภัยดี โปร่งใสดี สิ่งแวดล้อมดี สุขภาพดี เรียนดี เศรษฐกิจดี สังคมดี และบริหารจัดการดี ขณะที่ยุทธศาสตร์ในวาระปัจจุบันได้เชื่อมโยงสู่ 9 ด้านใหม่ ได้แก่ 1. โครงสร้างพื้นฐานและการเดินทาง 2. โปร่งใสและธรรมาภิบาล 3. สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน 4. สาธารณสุขและคุณภาพชีวิต 5. การศึกษา การเรียนรู้ และทุนมนุษย์ 6. เศรษฐกิจเมือง 7. การมีส่วนร่วมและการสื่อสารเมือง 8. นวัตกรรมและเทคโนโลยีเมือง และ 9. ประสิทธิภาพองค์กร กฎหมาย และการปฏิรูประบบ
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงโครงสร้างของกรุงเทพมหานครทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร รวมถึงหน่วยงานในสังกัดและจำนวนบุคลากร ตลอดจนการบริหารแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานครที่ร้อยเรียงความสำคัญตั้งแต่แผนระดับสากล อาทิ SDG และ OECD ไปจนถึงแผนระดับประเทศอย่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อนำมาถ่ายทอดลงสู่แผนปฏิบัติราชการกรุงเทพมหานครให้เห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม




