ส.ก.เก็ท ร.ร.ขอเบิก ‘กล้องแทร็กใบหน้า’ – แต่คาใจสเปกเครื่องเล่นเด็กโรงเรียนราชบพิธ ราคาแรงไม่ว่า แต่ไร้ ‘มอก.’?
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เวลาประมาณ 14.50 น. ที่ห้องบางกอก ชั้น บี 2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง มีการประชุม คณะกรรมการวิสามัญพิจารณา ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งมี นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา เป็นประธานกรรมการ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กและยูทูบ ‘สภากรุงเทพมหานคร’

ในตอนหนึ่ง นายอัครชัย กันธมาลา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตดุสิต พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึง ‘งบลงทุน (ค่าครุภัณฑ์)’ 65 รายการ เป็นเงิน 12,513,608 บาท ซึ่งถูกบรรจุไว้ใน ร่างข้อบัญญัติงบฯ ปี ประจำปี 70
ซึ่งในส่วนของ ‘งานงบประมาณโรงเรียน’ มีทั้งสิ้น 36 รายการ รวมเป็นเงิน 1,952,708 บาท
ในตอนหนึ่ง นายอัครชัยกล่าวถึง ใบเสนอราคาที่ขอจัดซื้อกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถแทร็กใบหน้าได้ ในโรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ ราคาตัวละ 5,700 บาท ว่ามีความจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่?

จากนั้นกล่าวถึงประเด็นที่ 2 ในส่วนของ ‘การของบประมาณซื้ออุปกรณ์เครื่องเล่นเด็ก’
โดย นายอัครชัยตั้งข้อสังเกต งบประมาณลำดับที่ 62 ซึ่งได้แก่ รายการ ‘โยกเยก’ 2 ชุด (โรงเรียนราชบพิธ) ขอทดแทนของเดิมที่ชำรุด งบประมาณ 4,980 บาท และอีกชิ้นได้แก่ ‘ไม้กระดก 2 ที่นั่ง’ จำนวน 3 ชุด (โรงเรียนราชบพิธ) งบประมาณ 7,050 บาท

นายอัครชัยกล่าวว่า สิ่งที่ผมสังเกตได้อย่างหนึ่ง คือเมื่อเปิดไปดูใบเสนอราคาแล้ว ทุกเจ้าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่มี มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ทั้งหมด จึงฝากความห่วงใยไปถึงน้องๆ
“อันนี้ก็ส่วนตัวนิดนึง ผมเคยเล่นอุปกรณ์โรงเรียน ที่ปีนขึ้นไปได้ 2 ชั้น แล้วผมตกลงมาหัวกระแทก เลยอยากจะสอบถามไปทางสำนักของ กทม.ด้วย ไปเวลาที่เราจะซื้อเครื่องเล่นเด็ก ที่เป็นอนาคตของชาติ เราควรจะใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานหรือเปล่า” นายอัครชัย ชี้

ด้าน ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงกรณีกล้องวงจรปิดว่า จะมีการใช้ติดตั้งเฉพาะจุดที่จำเป็น โดยได้ระบุรายละเอียดจุดที่จำเป็นไว้แล้ว เช่น จุดที่มีรถจักรยานยนต์เข้ามาจอด หรือรถของผู้ปกครองในบริเวณข้างเคียง ซึ่งเคยเกิดเหตุโจรลักขโมยมอเตอร์ไซค์ จึงจำเป็นในลักษณะนี้ด้วย ซึ่งได้แจ้งสำนักงบประมาณไปแล้ว โดยทางสำนักงบฯ เล็งเห็นความจำเป็นจึงอนุมัติให้

ด้าน นางโชติภา ครุเสนีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชบพิธ (สังกัดกรุงเทพมหานคร) ชี้แจงคำถามที่ 2 ว่า การซื้อครุภัณฑ์ที่เป็นเครื่องเล่นสนามของทางโรงเรียนนั้น ได้เป็นการซื้อทดแทนของเก่าที่จำหน่ายไป ซึ่งการกำหนดสเปกนั้นเราก็ได้กำหนดตามของเดิม
“ตามข้อแนะนำของคณะกรรมการเรื่อง มอก. ทางโรงเรียนจะขอกลับไปพิจารณาอีกครั้ง เพราะเราดูจากสเปกเดิม” นางโชติภาเผย

นายอัครชัยจึงสอบถามเพิ่มเติมว่า หมายความว่าของเดิมที่น้องๆใช้เล่นอยู่นั้น ไม่ได้มี มอก. ตั้งแต่ต้นใช่หรือไม่ ?
โดยทาง ผอ.โรงเรียนชี้แจงว่า ของเดิมมีสภาพที่เก่าชำรุดเกินกว่า 20 ปีแล้ว
นายอัครชัยกล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น ตนจึงรู้สึกไม่แน่ใจว่าสิ่งที่จะซื้อมาด้วยราคาประมาณนี้ จริงๆ ช้อปปี้ถูกกว่านี้ หรือไม่
“อันนี้ผมก็เลยอยากฝากไว้ เพราะจริงๆ ผมว่าซื้อราคาประมาณนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ตัวเองเคยประสบอุบัติเหตุมาก่อนตอนที่อายุยังน้อยๆ ก็ขอฝากด้วย ตอนที่ผมปีนขึ้นไปไม่สูงมาก ถ้าสูงกว่านี้อาจจะเกิดเรื่องอันตรายได้” นายอัครชัยเผย

ด้าน นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการ คนที่ 4 กล่าวเสริมว่า ตนว่ากรณีนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ถ้าอย่างนั้นเราสามารถใช้อุปกรณ์เครื่องเล่นจากที่ไหนก็ได้หรือไม่ ?
“ทำเองก็ได้ ผลิตหลังโรงเรียนแล้วเอามาขายประมูลกัน ใบประมูลไม่ต้องมี มอก. เวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาท่านก็บอกว่าท่านไม่ทราบ ท่านยึดใบเสนอราคาแบบเดิม ใช้ไปแล้ว 6 เดือนปีนึงมันชำรุดก็ซื้อใหม่ เงิน กทม.เยอะแยะอย่างนี้หรอ ? ท่านต้องคิดใหม่” นายสุรจิตต์ชี้



