หน้าแรก ในประเทศ เปิดเวที ปีศา...

เปิดเวที ปีศาจในประมงไทยคือใคร จี้รัฐแก้ระบบล้มเหลว พบ แรงงานถูกยึดเอกสาร-ทำงานเกินเวลา

14.08.26 | 15:49 น.

เปิดเวทีสับแหลก “ปีศาจในประมงไทยคือใคร?” ภาคประชาสังคมจี้รัฐแก้ระบบล้มเหลว ชู 5 ข้อเสนอรับมือการค้าโลก ด้าน ก.แรงงาน เร่งสางปมขาดแคลน-นำเข้าแรงงานศรีลังกา

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) จัดเวทีแถลงข่าวและเสวนาเข้มข้นในหัวข้อ “ปลดใบเหลืองติดใบแดง ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ ปีศาจในประมงไทย คือใคร?” สะท้อนปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการจัดการแรงงานข้ามชาติบนเรือประมง พร้อมฉายคลิปวิดีโอสั้นตีแผ่ความจริง “เปิดวงจรปีศาจ:อุตสาหกรรมแสนล้าน แลกชีวิตแรงงานด้วยเงิน 2,000 บาท” และ “วงจรปีศาจแรงงานประมง:บาดแผล หนี้สิน และภาพลวงตาสากล” ชี้ชัดปัญหาแรงงานประมงกำลังลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับชาติ


ในช่วงแรกของการแถลงข่าว ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ขึ้นกล่าวถึงทิศทางนโยบายของภาครัฐ โดยยอมรับว่า อุตสาหกรรมประมงมักถูกมองว่าเป็นกล่องดำที่ตรวจสอบยาก โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานค่าจ้าง ซึ่งขณะนี้สมาคมประมงได้เสนอขอจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสด เนื่องจากข้อจำกัดในการจ้างแรงงานข้ามชาติ ซึ่งกระทรวงฯ เตรียมนำเรื่องนี้หารือกับรัฐมนตรีเพื่อหาทางออก

สำหรับวิกฤตขาดแคลนแรงงาน กระทรวงฯ ได้ต่ออายุ MOU แรงงาน 3 สัญชาติไปแล้ว และเตรียมขยายตลาดใหม่โดยเจรจาทำ MOU กับศรีลังกา เตรียมนำร่องนำเข้าแรงงาน 10,000 คน รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาบังกลาเทศและเนปาล

Advertisement

นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับข้อกีดกันทางการค้าโลก (FTA, OECD, US 301) กระทรวงแรงงานได้ตั้ง คณะกรรมการจัดการเรื่องแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกรมศุลกากร โดยใช้ตัวชี้วัดแรงงานบังคับ 11 ประการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มาสกัดกั้นไม่ให้สินค้าไทยเกี่ยวพันกับแรงงานบังคับ พร้อมทิ้งท้ายว่าปีศาจร้ายที่แท้จริงคือ การทำงานแบบต่างคนต่างทำ 2 ซึ่งรัฐบาลชุดนี้พร้อมเปิดโต๊ะหารือร่วมกับทุกฝ่าย

ด้านนัฐวุฒิ กาเซ็ม เจ้าหน้าที่อาวุโส มูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม (EJF) เผยข้อมูลการศึกษาปี 2567–2569 จากการสัมภาษณ์ชาวประมง 238 คน บนเรือ 90 ลำ พบข้อบ่งชี้แรงงานบังคับอื้อ โดย 98% ถูกยึดเอกสารประจำตัว สภาพการทำงาน และอยู่อาศัยที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากล และชั่วโมงการทำงานที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

คุณนัฐวุฒิ ย้ำว่า นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาสิทธิมนุษยชน แต่คือ “ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ” เพราะปี 2567 ไทยส่งออกอาหารทะเลมูลค่ากว่า 8.8 หมื่นล้านบาท โดยกว่า 69.4% ส่งไปยังตลาดที่เข้มงวดเรื่องสิทธิมนุษยชน การเจรจา FTA ไทย-อียู หรือการนำเข้าสินค้าของยุโรป ล้วนถูกผูกติดกับกฎระเบียบการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในวงเสวนาหลัก “ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์: ปีศาจในประมงไทยคือใคร” ดำเนินรายการโดยโรยทราย วงศ์สุบรรณ ได้มีการเปิดโปง “ปีศาจ” 3 ตัวที่เกาะกินอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่

ปีศาจตัวที่ 1 “ปีศาจแห่งกฎหมายและระบบ” นาตยา เพชรัตน์ ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา-Stella Maris ไม่ชี้ว่าแม้มีกฎหมายบังคับให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยบนเรือ แต่รัฐขาดการสนับสนุนทักษะ ทำให้ลูกเรือใช้อุปกรณ์ไม่เป็น อาทิ ทำ CPR ไม่เป็นเมื่อมีคนตกน้ำ กฎหมายกองทุนเงินทดแทนมีช่องโหว่ และขาดการประชาสัมพันธ์ แรงงานต้องอยู่ด้วยความเครียดเพราะขาดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว

ปีศาจตัวที่ 2 ปีศาจแห่งอำนาจที่ไม่เท่าเทียม และอคติ คุณณีรนุช จิตต์สม รองประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย-สสรท. ระบุว่า ปีศาจร้ายที่สุดคือ อคติและการเหยียดเชื้อชาติรัฐบาลพยายามผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งมีเงื่อนไขต้องเคารพสิทธิแรงงาน แต่ไทยกลับเพิกเฉยต่อการรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเป็นอนุสัญญาที่เกี่ยวกับสิทธิในการรวมตัว และเจรจาต่อรองโดยอ้างเรื่องความมั่นคง สสรท. จึงได้ยื่นหนังสือต่อตัวแทน OECD เรียกร้อง 5 ประเด็นเพื่อกดดันให้ไทยแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานอย่างจริงจัง

ปีศาจตัวที่ 3 “ปีศาจแห่งกฎหมายและระบบ” สหัสวัต คุ้มคง ส.ส.พรรคประชาชน และกรรมาธิการแรงงาน ยืนยันว่า ปีศาจคือทั้งระบบกฎหมายมีช่องโหว่ การบังคับใช้ล่าช้าและยุ่งยาก ระบบการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติสร้างภาระค่าใช้จ่ายและเปิดช่องทุจริต หากกระทรวงแรงงานไม่จริงจัง ปัญหานี้จะลุกลามไปทำลายความเชื่อมั่นในเวทีการค้าโลก โดยเฉพาะการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป รัฐบาลมีความกลัวเกินเหตุในการรับรองมาตรฐานสากล

ในช่วงท้ายของการเสวนา อดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่าย MWG สรุปว่า ปีศาจไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง หรือเรือลำใดลำหนึ่ง แต่คือความล่าช้า อืดอาด และความซับซ้อนของระบบที่สร้างภาระหนี้สินให้แรงงาน ล่าสุดคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของ ILO ได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยชี้แจงข้อกังวลในการปฏิบัติตามอนุสัญญา C188 แต่ไทยยังคงประวิงเวลา ซึ่งส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือ ทางเครือข่ายฯ จึงได้ยื่นข้อเสนอ 5 ประการต่อรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ดังนี้

1.ยกระดับกฎหมายคุ้มครองแรงงานประมง ให้สอดคล้องกับอนุสัญญา ILO C188 โดยต้องไม่ลดทอนมาตรฐานเดิม
2.เพิ่มการเข้าถึงประกันสังคมและการรักษาพยาบาล แก่แรงงานประมงให้ได้มาตรฐานสากล
3.รับรองสิทธิการรวมตัวและเจรจาต่อรอง โดยให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 พร้อมแก้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์
4.กำหนดมาตรการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้า อาทิ FTA ไทย-อียู
5.จัดทำแผนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างยั่งยืน โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

“หากประเทศไทยต้องการเป็นผู้นำด้านการประมงที่ยั่งยืน ปีศาจเหล่านี้ต้องถูกกำจัดด้วยการปฏิรูปกฎหมาย การบังคับใช้ที่จริงจัง และเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน” อดิศร กล่าว

ในช่วงท้ายงานแถลงข่าว ผู้ร่วมเสวนาและเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันชูป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ เพื่อส่งสารสะท้อนไปยังภาครัฐอย่างชัดเจนว่า “ปีศาจในอุตสาหกรรมประมงไทย คือ ระบบการบริหารจัดการ”