“ครูอ้อย”ร้อง”ดีเอสไอ”หลังถูกขู่เอาเงิน 11 ล้านบาท แฉ มีคนดังร่วมขบวนการ เผย เป็นลูกศิษย์ที่รัก

19.06.17 | 14:30 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 มิถุนายนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง หรือ ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต เดินทางเข้ามอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม กรณีถูกข่มขู่เพื่อกรรโชกทรัพย์เป็นเงิน 11 ล้านบาท ต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ โดยเป็นหลักฐานคือ 1.คลิปบันทึกเสียงที่ผู้ที่ขอกันตัวเป็นพยานได้บันทึกไว้ ขณะที่ขบวนการดังกล่าวมีการปรึกษาหารือกัน 2.คลิปบันทึกเสียงของผู้ที่เคยถูกดึงให้เข้าร่วมขบวนการ แต่ภายหลังเห็นว่า เรื่องนี้เป็นอาชญากรรม จึงถอนตัวออกมา และ 3.เบาะแสในขบวนการข่มขู่ ที่เกี่ยวพันถึงอดีตศิษย์เก่าของฐิตินาถ โดยมีพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษก ดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศก่อนที่น.ส.ฐิตินาถจะเข้ายื่นเอกสารหลักฐานให้กับอธิบดีดีเอสไอนั้น ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาด พงศ์สุชาติ ซึ่งเป็นนักแสดง พิธีกร และดีเจ พร้อมด้วยกลุ่มลูกศิษย์จำนวนหนึ่งที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตรเข็มทิศชีวิตของน.ส.ฐิตินาถมารอมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจน.ส.ฐิตินาถด้วย

น.ส.ฐิตินาถ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา มีจดหมายในรูปแบบเว็บไซด์ส่งมาถึงตน เพื่อขอให้มอบเงินให้ 11 ล้านบาท และให้ตอบตกลงภายใน 36 ชั่วโมง ก่อนจะติดต่อกลับมาบอกสถานที่มอบเงินภายในวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นจะทำการใส่ร้ายตนในทุกด้านของชีวิตอย่างรุนแรง เพื่อไม่ให้สามารถทำงานหรืออะไรได้เลย ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นมืออาชีพด้านไอที และบอกให้ตนตกลงกับเขา อย่างไรก็ตาม ตนไม่ใช่คนเก่งคอมพิวเตอร์และไม่ทราบว่าเขาจะให้เราทำอะไร หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงเดินทางมาร้องทุกข์ต่อดีเอสไอและนำหลักฐานบางส่วนมามอบให้แล้ว


น.ส.ฐิติมา กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 17-18 มิถุนายนที่ผ่านมา บุคคลที่ถูกขบวนการดังกล่าวชักชวนไปร่วมขบวนการ ก็ได้นำหลักฐานเป็นคลิปบันทึกเสียงบางอย่างขณะที่มีการพูดคุยกันไว้ ตนจึงนำมามอบให้ดีเอสไอในวันนี้ เบื้องต้นทราบจากบุคคลที่ขอกันตัวไว้เป็นพยานว่าเป็นขบวนที่ใหญ่ มีความซับซ้อนมาก และมีความมั่นใจว่าเขาจะชนะ สามารถทำให้ตนหายไปจากประเทศไทยได้ เพราะมีการวางแผนเตรียมงานไว้นานแล้ว ทั้งนี้ เมื่อตนได้ศึกษาเกี่ยวกับขบวนการลักษณะดังกล่าว ก็คาดว่าน่าจะมีคนในประเทศถูกเรียกเงินแล้วหลายราย แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาบอกว่าจะไม่ให้เงินตามที่มีการขอ เพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจะต้องมากกว่ามูลค่าเงินนั้นอยู่แล้ว

Advertisement

“มีคนอยู่ในนั้นหลากลุ่มหลายฝ่าย อยากขอเรียนถึงคนในนั้น เรื่องนี้มันเป็นคดี เป็นอาชญากรรม พอเขาจับไปถึงตัวคุณ คุณก็จะไม่ได้เจอหน้าสามี ลูก พ่อ แม่ ภรรยา และคนรักคุณอีก ถ้ามันเป็นคดีที่เขาจับไปถึง เพราะคดีอาญามันคือติดคุก ครูอ้อยเคยบอกแล้วว่า ครูอ้อยเป็นครู เมื่อนอกเวลาการสอน อาจจะไม่ต้องตักเตือน หรือคิดช่วยเหลือใครก็ได้ แต่เมื่อมีคนมาปรึกษาครูอ้อยก็ช่วยตอบให้ทุกคน แต่บางครั้งครูอ้อยอาจจะตอบไม่ตรงใจ อาจจะสอนไม่ดี หรือพูดตรงไป หรือแม้กระทั่งบางคนที่โกรธ เพราะครูอ้อยยกคำของพระพุทธเจ้ามาเปรียบเทียบให้ฟัง และเกิดความหงุดหงิดใจ ไม่ชอบใจ และแค้นครูอ้อย ซึ่งคนที่เขาออกมาเป็นพยาน ยังบอกว่าเรื่องแค่นี้เองหรือถึงจะเอาให้ถึงตายในขณะนั้น” ครูอ้อย กล่าว

น.ส.ฐิตินาถ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนทำเรื่องดีๆทุกอย่าง ในเวลาส่วนตัวก็ทำให้กับคนทั่วทั้งประเทศไทยมากกว่าจะมีเวลาอยู่กับครอบครัวตัวเอง หากคุณจะโกรธเคืองลองนึกดีๆว่าทุกอย่างที่ตนตักเตือน ตนไม่ได้อะไรจากการตักเตือนเลย แต่ถ้าเตือนแล้วไม่ชอบ ตนก็ตำหนิตัวเองตลอดว่าไม่ควรเตือนเขา หรือพูดกับเขาแบบนั้น ทำให้เขาไม่ชอบ ซึ่งหัวออกคนเป็นครู ถ้าวันนี้สิ่งที่เขาขุ่นข้องหมองใจและคิดว่าจะทำร้ายให้ตนพินาศย่อยยับไป ก็ขออโหสิกรรมให้ แต่เรื่องของกระบวนกฎหมายมันก็ดำเนินไป ทั้งนี้ สำหรับเบาะแสที่ปรากฎขึ้นในจดหมายขู่ดังกล่าว เป็นเบาะแสที่มีความเชื่อมโยงมาที่ลูกศิษย์ที่ตนรัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบแล้วใช่หรือไม่ว่ากลุ่มคนที่ไม่พอใจเป็นใคร น.ส.ฐิตินาถ กล่าวว่า ใช่ แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ โดยกระบวนการด้านกฎหมายจะต้องทำงานอย่างรัดกลุ่ม ซึ่งเราจะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใคร ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอบอกว่ากลุ่มดังกล่าว มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่พอใจเนื่องจากตนตักเตือน และอีกกลุ่มคือมีความเจ็บช้ำน้ำใจในเรื่องอื่นๆ

ถามต่อว่า น.ส.ฐิติมากลัวว่าขบวนการดังกล่าวจะนำหลักฐานหรือความลับส่วนอะไรมาเปิดเผยหรือไม่ น.ส.ฐิตินาถ กล่าวว่า สำหรับในใจของตน ข้อมูลที่ขบวนการนี้ทำมาเป็นความเท็จที่รุนแรงมาก ซึ่งวันที่ตนอ่านจดหมายดังกล่าว ตนก็หมดแรงไปนิดนึง แต่รู้สึกว่าสิ่งที่เขาต้องการคือไม่ต้องการให้ตนชวนคนไปทำบุญหรือภาวนาอีก เพราะเขาต้องการที่จะทำเอง และขอให้ตนหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่ทำ ซึ่งรายละเอียดในเนื้อหาเป็นระดับการทำลายล้างที่ทำให้ชอกช้ำน้ำใจมาก ซึ่งข้อมูลที่เขาอ้างว่าจะมีการเปิดเผยนั้น ก็มีการทยอยปล่อยมาบ้างแล้ว

“ครูอ้อยพิจารณาตามพระพุทธเจ้าสอน คือ 1.ถ้าเขาจะทำร้ายเราไม่ให้คนในโลกนี้รักเรา เราจะอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งครูอ้อยก็ตอบว่าได้ 2.เขาทำร้ายเราไม่ให้เราหากินได้อีกเลย ก็ขอตอบว่าอยู่ได้ 3.ถ้าเขาปลุกปั่นกระแสให้คนฆ่าเราทำร้ายเรา เดินไปไหนก็มีคนทำร้าย ซึ่งพิจารณาทั้ง 3 ข้อนี้แล้ว คืออยู่ได้ ทั้งนี้ ครูจะไม่หยุดการอบรมเพราะพวกคนที่ขู่หรอก แต่จะหยุดเพราะครูเหนื่อยและเบื่อเอง” ครูอ้อยกล่าว

ถามด้วยว่า กรณีที่บุคคลออกมาระบุว่าน.ส.ฐิตินาถขโมยชื่อเข็มทิศชีวิตใช้ น.ส.ฐิติมา กล่าวว่า ตนไม่เคยได้ยิน และมีความมั่นใจว่าเข็มทิศชีวิตนั้น ตนจดทะเบียนลิขสิทธิ์เป็นของตนแล้ว และคิดชื่อนี้มาเอง ทั้งนี้ ตนเสียใจมากที่เป็นลูกศิษย์ของตนเองและเป็นคนที่เคยมาเรียนธรรมะกับตน แต่คนที่มาเรียนตนก็จะดูแลเหมือนลูกทุกคน ส่วนจะมีกี่คนนั้นตนไม่ทราบ

ถามต่อว่า เกี่ยวกับข้องกับกลุ่มดาราหรือคนดังหรือไม่ น.ส.ฐิตินาถ กล่าวว่า ในเอกสารที่ข่มขู่มีหน้าจอไลน์ของคนดังคนหนึ่ง ซึ่งได้นำมามอบให้ดีเอสไอแล้ว ซึ่งเป็นหน้าจอที่แคปเจอร์จากหน้าจอที่มีสีเขียวและเป็นของลูกศิษย์ครูเอง ซึ่งหน้าจอไลน์ที่อยู่ในจดหมายขู่เป็นหน้าจอไลน์ที่เป็นของคนดังและชื่อเสียง ซึ่งเป็นคนที่ในสังคมนี้รู้จัก และเป็นลูกศิษย์ของตนเอง ซึ่งในไลน์ที่เขาส่งเป็นไลน์ที่ตนได้ตักเตือนเขาว่าคนเรานั้นให้ทำอะไรที่ดี ที่ไม่ดีไม่ต้องทำ ซึ่งเขาอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้ แต่หน้าจอไลน์เขาไปอยู่ในเอกสารนี้ได้อย่างไร

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวนั้น เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา น.ส.ฐิตินาถได้เดินทางมายื่นเรื่องร้องทุกข์กับทางดีเอสไอไว้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาเรื่องข้อกฎหมายอยู่ เพราะการที่ดีเอสไอจะรับเรื่องอะไรไว้ดำเนินการได้จะต้องดูกฎหมาย ส่วนในวันนี้ก็จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่น.ส.ฐิตินาถนำมามอบให้ หลังจากนี้ก็จะนำเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปรวมกับของเดิมที่น.ส.ฐิตินาถมามอบให้ก่อนหน้านี้เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยคาดกลางสัปดาห์นี้ก็จะสามารถเสนอให้อธิบดีดีเอสไอดสั่งการต่อไปได้ ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ได้รับทราบจากที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ยังไม่เห็นมีว่าปรากฎเป็นใคร