หน้าแรก ในประเทศ ดร.จอห์น โวย ...

ดร.จอห์น โวย ‘เราชักจะเป็นสภาโจ๊ก’ ก่อนรับจบ นั่ง 1 ใน 3 กก.สอบปมเสียบบัตร หลัง วิพุธ-อนุรักษ์ ถอนตัว

17.08.26 | 14:11 น.

ดร.จอห์น โวย ‘เราชักจะเป็นสภาโจ๊ก’ ก่อนรับจบ นั่ง 1 ใน 3 กก.สอบปมเสียบบัตร หลัง วิพุธ ถอนตัว แจง ไม่ใช่ไม่เป็น ‘ลูกผู้ชาย’ แค่เปิดทางคนเหมาะสมทำหน้าที่ 


เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม ครั้งที่ 4 ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมีวาระการประชุม การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิก สภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอรายชื่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 3 คนต่อที่ประชุม ได้แก่ 1. นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ 2. นายวิพุธ ศรีวะอุไร และ 3. นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ อย่างไรก็ตาม นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก ซึ่งมีชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แจ้งต่อที่ประชุมว่า ไม่ขอรับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ พร้อมเสนอชื่อนายสุรจิตต์เข้ารับหน้าที่แทน

นายวิพุธ กล่าวว่า ตนต้องขอบคุณท่านสุรจิตต์และเพื่อนๆสมาชิก ที่เสนอชื่อตน และให้เกียรติได้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาในประเด็นด้านจริยธรรม ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและจะนำไปสู่การวินิจฉัยที่มีผลต่อสภาพของสมาชิกสภาด้วยกัน ซึ่งขอให้ความเห็นว่า คณะกรรมการชุดนี้ควรจะต้องประกอบไปด้วยบุคคลที่มีประสบการณ์ ความอาวุโสในด้านนี้ รวมไปถึงความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและจริยธรรมโดยตรง เพื่อให้กระบวนการเที่ยงตรงและมีน้ำหนักที่สุด และได้รับการยอมรับที่สุด

Advertisement

“เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตด้วยตัวผมเอง ผมจะขออนุญาตถอนชื่อตนเองจากคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ตรงกว่าผม ได้เข้ามาทำหน้าที่ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องจริยธรรม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก” นายวิพุธ กล่าว

นายวิพุธ กล่าวต่อว่า สภาจะเริ่มการทํางานได้อย่างโปร่งใส ในการตรวจสอบงบประมาณ ในการทําหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร แน่นอนต้องเริ่มจากความโปร่งใสที่ตัวสภาเอง และขอยืนยันว่าตนให้ความสําคัญกับเรื่องจริยธรรมที่สุด แต่เพื่อให้องค์ประกอบในคณะกรรมการชุดนี้พิจารณาได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ และได้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่มันตรงประเด็น จึงจะขอถอนรายชื่อ ออกจากคณะกรรมการชุดนี้

ต่อมา นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก.เขตตลิ่งชัน กล่าวว่า ภายหลังนายวิพุธขอถอนชื่อออกจากการเป็นคณะกรรมการ ขอเสนอชื่อนายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ เป็นคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดดังกล่าว

ด้าน นายอนุรักษ์ กล่าวว่า การเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการในเรื่องต่างๆ โดยปกติจะมีการพูดคุยหารือกันก่อน แต่กรณีนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันมาก่อน จึงขอขอบคุณที่ได้รับเกียรติจากสมาชิกที่เสนอชื่อ แต่เห็นว่าควรมีการหารือและทำความเข้าใจรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน เพื่อให้กระบวนการมีความโปร่งใสและรอบคอบมากยิ่งขึ้น ตนเพิ่งทราบว่ามีการประชุม เมื่อนาน จึงได้รีบเดินทางมาร่วมประชุม และและยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

“ต้องขอบคุณด้วยที่ให้เกียรติ แต่อย่างไร เราลองมาคุยกันก่อนไหมว่าจะอะไรยังไง อย่างท่านวิพุธ ผมก็เข้าใจว่าน่าจะเพิ่งได้รับการเสนอชื่อจึงขอถอนตัวเองออกไป ส่วนผมเองขออนุญาตถอนตัวเองออกไปเหมือนกัน ซึ่งยังไม่ได้ทราบรายละเอียด ขอให้ได้ทราบรายละเอียดและคุยให้ชัดเจนก่อนว่าจะอย่างไรใครจะเป็นกรรมการอย่างไร ผมไม่ได้ทราบเรื่อง และถ้าต้องมาเป็นกรรมการรู้แค่ผิวเผิน มันจะไม่ดี” นายอนุรักษ์ กล่าว

ด้าน นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง กล่าวว่า ตนว่าเราชักจะเป็นสภาโจ๊กแล้ว รายชื่อเป็นรายชื่อที่ท่านผ่านการพิจารณามาแล้ว ไม่มีใครเอาโพยมาโดยเลขาสภากรุงเทพมหานครหรือสมาชิกเองไม่รู้ว่าชื่อตนเองจะอยู่ในนี้ ซึ่งผ่านการคัดกรองมาหมดแล้วและพวกท่านทราบ ท่านจะได้เป็นคณะกรรมการ แต่ตนไม่ทราบว่ากลัวอะไร ผิดถูกก็ตรวจสอบกันไปเลย สภาเราต้องโปร่งใส ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นคณะกรรมการ

“ต้องขอชื่นชมท่านสุชัย ท่านเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ท่านไม่ถอนชื่อ อยากให้สมาชิกที่ตอบรับปากตั้งแต่แรก ปฏิบัติหน้าที่ไปเลย” นายสุรจิตต์ กล่าว

นายวิพุธ จึงกล่าวว่า การที่ตนถอนชื่อ ไม่ใช่เพราะตนไม่เป็นลูกผู้ชาย แต่จริงๆ ตนเป็นลูกผู้ชาย เพราะตนมีลูกชาย 1 คน และจริงๆ เรื่องนี้น่าจะคุยกันได้ว่าจะเสนอชื่อใครขึ้นมาเป็นคณะกรรมการที่เหมาะสม

“เพื่อให้การประชุมสภาไปต่อได้และเรื่องนี้จะได้เดินหน้าต่อ ดังนั้นผมขอเสนอชื่อท่านสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา เป็นคณะกรรมการในชุดนี้ท่านที่ 3“ นายวิพุธกล่าว

ด้าน นายสุจิตต์ กล่าวว่า ต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก ท่านวิพุธ ศรีวะอุไร ที่กรุณาสละตำแหน่ง ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ตน ตนยินดีรับไว้เอง

“ผมจะยึดหลักอภิบาล ความถูกต้อง ความโปร่งใส เป็นสำคัญ ผมกลุ่มอิสระ ผมรับไว้เองครับจะได้จบ“ นายสุจิตต์กล่าว

ด้าน นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ ส.ก.เขตดินแดง กล่าวขอบคุณที่ไว้วางใจและให้เกียรติในการเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอยืนยันว่า การที่ได้รับมอบหมายให้เป็น 1 ในคณะการตรวจสอบ จะทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เที่ยงธรรม ยุติธรรมตามพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริง

“ผมจะถอดเข็มกลัดของพรรคนี้เพื่อความเป็นกลาง ผมยืนยันว่าสภาแห่งนี้ จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างโปร่งใสให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อบังคับของสภากรุงเทพมหานครเพื่อรักษาหลักธรรมาภิบาล“ นายอัมรินทร์ กล่าว

 

 

ต่อมา นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ส.ก.คลองเตย กล่าวว่า จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพื่อนำเรียนต่อประธานสภากรุงเทพมหานครให้ดีที่สุด

ด้าน นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง พิจารณาเรื่องที่ได้รับร้องเรียน ตามข้อบังคับนี้อย่างโปร่งใสในยุติธรรม

ทั้งนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 ประกอบด้วย 1.นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ส.ก.เขตคลองเตย 2. นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ ส.ก เขตดินแดง 3. นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา นายวิพุธ  โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า วันนี้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาเรื่องจริยธรรม กรณีการลงคะแนนแทนกันในสภากรุงเทพมหานครขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความไว้วางใจและเสนอชื่อ แต่ได้ขอถอนตัวจากการเสนอชื่อในครั้งนี้ เหตุผลตรงไปตรงมา เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และการทำหน้าที่พิจารณาจริยธรรมของสมาชิกด้วยกันเอง ควรเป็นหน้าที่ของผู้ที่มีประสบการณ์ คุณวุฒิ และความเหมาะสมมากที่สุด เพื่อให้กระบวนการพิจารณามีน้ำหนัก เป็นธรรม และได้รับการยอมรับ เชื่อว่ายังมีเพื่อนสมาชิกที่มีประสบการณ์และความเหมาะสมกับหน้าที่นี้มากกว่า จึงขอเปิดทางให้บุคคลที่เหมาะสมกว่าเข้ามาทำหน้าที่

ความตอนหนึ่งว่า

‘สิ่งหนึ่งที่ผมได้ยืนยันต่อที่ประชุม และยังยืนยันเหมือนเดิม คือ หากเราต้องการยกระดับความโปร่งใสของกรุงเทพมหานคร ในฐานะฝ่ายที่มีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ตรวจสอบการใช้งบประมาณ และตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ เราต้องเริ่มต้นจากความโปร่งใสของตัวเราเองก่อน เราไม่สามารถเรียกร้องมาตรฐานจากคนอื่น โดยไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเราเองได้ การถอนตัวจากคณะกรรมการครั้งนี้ จึงไม่ได้หมายความว่าผมจะลดความสำคัญของเรื่องจริยธรรมหรือความโปร่งใสลง ตรงกันข้าม ผมจะยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับแรก และทำหน้าที่ของผมในฐานะสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ ทั้งการตรวจสอบงบประมาณ การตรวจสอบฝ่ายบริหาร และการผลักดันให้สภาของเราเป็นองค์กรที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้เพราะก่อนที่เราจะตรวจสอบใครเราต้องพร้อมให้ประชาชนตรวจสอบเราได้เช่นกัน’