มท. ปัดโยนเผือกร้อนให้ อปท. ท้องถิ่น จี้ ส่งหลักฐานโกง ห่วงสั่งถอนชื่อ โดนฟ้อง ปปช.ดึงกองปราบร่วมทำคดี
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า การส่งรายชื่อผู้ที่พบความผิดปกติจากการสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 5,925 ราย ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน จะเป็นการโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่นหรือไม่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การโยนภาระให้ท้องถิ่น แต่เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน และส่วนกลางต้องรับผิดชอบในการกำหนดข้อมูล หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติให้มีความชัดเจน กรณีดังกล่าวต้องแยกให้ออกระหว่างการตรวจพบความผิดปกติกับการดำเนินการด้านสถานะบุคคล เพราะแต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่แตกต่างกัน ไม่ใช่การนำรายชื่อ 5,925 รายไปให้ท้องถิ่นตัดสินเองว่าใครผิดหรือใครต้องออกจากราชการ
“ผมขอพูดให้ชัดว่านี่ไม่ใช่การโยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น ส่วนกลางเป็นคนตรวจสอบข้อมูล เป็นคนกำหนดแนวทาง และเป็นคนส่งข้อมูลที่ผ่านกระบวนการมาแล้ว ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองเมื่อได้รับข้อมูลและแนวทางที่ชัดเจน เรื่องนี้ต้องแยกบทบาทกันให้ถูก ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าทุกอย่างโยนให้ท้องถิ่น ทั้งที่ระบบราชการแต่ละระดับมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกัน” นายวรศิษฎ์ กล่าว
ด้าน นายบรรณ แก้วฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายนิติการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)พระนครศรีอยุธยา และอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การจัดอปท. และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ ทางนายก อปท. ยังไม่เซ็นคำสั่งเพิกถอนผู้ที่ทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นมองว่า การที่นายก อปท. เรียกร้องให้มีการส่งหลักฐานการทุจริตของแต่ละรายมาประกอบการพิจารณาถือเป็นการเรียกร้องที่ถูกต้องเพราะการมี รายชื่อกับการมี หลักฐานการทุจริต เป็นคนละเรื่องกัน บางคนอาจเสพข่าวจนเกิดความเข้าใจว่า เมื่อมีรายชื่อเผยแพร่ออกมาแล้ว เท่ากับมีหลักฐานชัดเจนว่าบุคคลเหล่านั้นทุจริต แต่จากข้อมูลที่ผมติดตามผ่านสื่อมายังไม่เห็นว่ามีการเปิดเผยหลักฐานการทุจริตเป็นรายบุคคลให้เห็นอย่างชัดเจน
‘ผมไม่คิดว่าจะมีนายก อปท. คนไหนต้องการปกป้องคนโกง แต่คำถามสำคัญคือ เราสามารถยืนยันได้จริงหรือไม่ว่า รายชื่อกว่า 5,000 รายที่ถูกเผยแพร่จนบุคคลเหล่านั้นได้รับความเสียหายและเสียชื่อเสียง เป็นผู้ทุจริตในการสอบจริงทุกราย ‘ นายบรรณกล่าว
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้สรุปสำนวนส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว ทาง ป.ป.ช. มีคำสั่งแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนพิเศษ พร้อมส่งข้อมูลเอกสารบางส่วนกลับมาให้ทางตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อในอีกหลายประเด็น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเข้มงวด สำหรับกลุ่มนายหน้าและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลำดับถัดไปโดยยืนยันว่า ตำรวจจะเร่งดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ ป.ป.ช. ส่งมาและรวบรวมผลการปฏิบัติงานส่งกลับให้ ป.ป.ช. พิจารณาเช่นเดียวกัน โดยขอเวลาให้คณะทำงานและพนักงานสอบสวนทำงานเพิ่มเติม คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้าจะมีความคืบหน้าของคดีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

