หน้าแรก ในประเทศ สำนักงบฯตอบชั...

สำนักงบฯตอบชัดๆ ‘เป็นนโยบายผู้ว่าฯ’ – ส.ก.ไม่หายสงสัย ขอมอ’ไซค์ไฟฟ้า แล้วทำไมให้น้ำมัน?

18.08.26 | 18:29 น.

สำนักงบฯ ตอบชัดๆ เป็น ‘นโยบายผู้บริหารกทม.+ มติครม.’ หลัง ส.ก.สงสัยมาตรฐาน บางเขตโดนตัดงบฯ ขอทดแทนมอ’ไซค์ไฟฟ้า ให้รถสันดาป 


เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เวลา 13.00 น. ที่ห้องบางกอก ชั้น บี 2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง มีการประชุม คณะกรรมการวิสามัญพิจารณา ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งมี นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา เป็นประธานกรรมการ

โดยมีตัวแทน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์, เขตสะพานสูง, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, เขตสวนหลวง, เขตบางรัก, เขตมีนบุรี, เขตบึงกุ่ม, เขตบางกะปิ, เขตจอมทอง, เขตคันนายาว และเขตทุ่งครุ เข้าชี้แจงข้อซักถามในรายละเอียดของงบประมาณรายการต่างๆ ที่ได้ขอมา

ในตอนหนึ่ง ตัวแทนคณะอนุกรรมการ พิจารณางบฯ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กล่าวรายงานวงเงินหลังจากถูกตัดปรับลดงบประมาณบางส่วน หนึ่งในนั้นคือ ‘รายการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า’ ประเภทแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุตั้งแต่ 1-3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดไม่ต่ำกว่า 2 กิโลวัตต์ จำนวน 1 คัน จำนวนเงิน 58,700 บาท

Advertisement

โดยผลการพิจารณา ‘ตัดทั้งจำนวน’ เหตุผลเนื่องจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่คล่องตัวในการทำงาน มีข้อจำกัดด้านระยะทางและความเร็วซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดความจุของแบตเตอรี่ และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีระยะเวลาในการชาร์จ

จากนั้น นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย สอบถามถึงกรณีนี้ โดยชี้ว่าจากรายการที่ตัดไปนั้น ปัจจุบัน กทม.มีนโยบายในเรื่องการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมีการผลักดันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นรถของสำนักสิ่งแวดล้อม รถเก็บขยะ ทุกประเภทตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป รวมถึงรถประเภทอื่นๆ ที่หันมาใช้ลดพลังงานไฟฟ้าเช่นเดียวกันแล้ว

“รถไฟฟ้าออกมาหลากหลายสมรรถนะ ผมว่าค่อนข้างจะดี แล้วสำนักงานเขตที่ใช้ในแต่ละงานก็ไม่ได้ใช้เยอะ เพราะชาร์จทีนึงผมว่าวิ่งได้เกือบร้อยกิโลฯ ทำไมถึงบอกว่าไม่สะดวกในการใช้งาน ความเร็วประมาณ 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเป็นจักรยานยนต์ไฟฟ้าน่าจะมากกว่า เกือบๆ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ท่านจะขับไวขนาดไหน ท่านจะขับไปไหนในพื้นที่ของเขตป้อมปราบฯ แค่นิดเดียว วันนึงท่านขับกี่กิโลฯ อยากเรียนถามว่ารถยนต์ไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอในพื้นที่ของท่านหรือ” นายนภาพลกล่าว

ด้าน นายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ชี้แจงว่า พื้นที่ 1.9 ตารางกิโลเมตร “เล็กๆ กระทัดรัด”

จากนั้น นายนภาพลกล่าวต่อว่า แล้วทำไมท่านถึงตัดออกไปด้วยเหตุผลความจำเป็นว่า ‘ไม่คล่องตัว’ สถานที่ชาร์จรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องสร้างสถานที่เฉพาะ เพียงแค่เสียบปลั๊กธรรมดาก็สามารถชาร์จได้

“ผมว่ามันไม่ใช่สิ่งที่น่าจะมาเป็นเหตุผล ในการยกเลิกกรณีนี้ได้ในความคิดส่วนตัวของผม ในการตัดออกไปนี้ ถามสำนักงานเขตอีกครั้งว่า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ท่านขอมานั้น ท่านพิจารณาอย่างไร เป็นการขอทดแทนของเดิมใช่หรือไม่” นายนภาพลกล่าว

ด้าน ตัวแทนสำนักงานเขต ชี้แจงว่า เป็นการขอทดแทน ซึ่งเราขอเป็นรถสันดาปปกติ ซึ่งใช้น้ำมัน แต่ทางสำนักงบประมาณพิจารณาในเรื่องโลกสีเขียว (ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) จึงเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าให้ เพื่อเสนอในคณะอนุกรรมการ ผ่านการพิจารณาหลายด้าน ท่านก็ขออนุญาตตัดส่วนนี้ ซึ่งทางสำนักงานเขตก็ยินยอมให้ตัดออก

จากนั้น นายนภาพลกล่าวต่อว่า แล้วทีนี้ท่านจะเอารถที่ไหนใช้ เพราะความจริงแล้วสำนักงบประมาณ ก็มีข้อสังเกต และมีกองวิเคราะห์งบประมาณ

“อย่างที่บอก กรุงเทพมหานครตอนนี้เรารณรงค์เรื่องการใช้พลังงานสะอาดอยู่ แม้แต่รถขยะขนาด 5 ตัน ใช้พลังงานเยอะมากในการบีบอัด เขาก็ยังใช้รถไฟฟ้าเลย ซึ่งจักรยานยนต์คันนิดเดียว ขนาด 7-11 เขายังใช้รถไฟฟ้าส่งอาหารเลยเดี๋ยวนี้มอ’เตอร์ไซค์วินก็มี เขาใช้วันหนึ่งหลายเที่ยวกว่าเราด้วย ของเราแค่ 1.9 ตารางกิโลเมตร โอ้โห มันเล็กเลยนะ

เอาอย่างนี้ ผมถามสำนักงานเขตแล้วกันว่า รถไฟฟ้าเพียงพอในการใช้ในพื้นที่ของท่านหรือไม่ ใช้ทำอะไรบ้าง หากใช้ไม่เยอะก็จะสามารถพิจารณาได้ว่าโครงการนี้ ควรจะพิจารณาของบฯ คืนหรือไม่” นายนภาพลกล่าว

ด้าน นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี กล่าวว่า ตนนั่งพิจารณามา 4 วาระแล้ว พบว่าทุกเขตมีการขอทดแทนในส่วนของรถจักรยานยนต์ EV ซึ่งทราบว่า เป็นนโยบายของฝ่ายบริหาร

“จึงขอถามทางสำนักงบประมาณโดยตรง ว่าความจริงแล้วเป็นนโยบายของทางฝ่ายบริหารหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นนโยบายทุกเขตก็ต้องใช้รถไฟฟ้าเหมือนกัน ส่วนจะตัดงบฯ ออกหรือไม่นั้น จะได้พิจารณาอีกครั้ง”

“เพราะท่านก็ไม่มีรถใช้ถ้าเกิดจำหน่ายไปแล้ว ผมไปเป็นอนุกรรมการเขต ในเขตของผมก็มีเหมือนกัน ซึ่งก็ตอบมาว่า เป็นรถไฟฟ้า เพราะเป็นนโยบายฝ่ายบริหาร ตอบชัดๆ เลย” นายวิรัตน์กล่าว

จากนั้น ตัวแทนสำนักงบประมาณชี้แจงว่า นอกจากจะเป็นนโยบายของผู้บริหารแล้ว ยังเป็นมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย ที่กำหนดให้ทุกส่วนราชการจะต้องใช้ ‘รถพลังงานไฟฟ้า’ เพื่อทดแทนรถของเดิมที่มีการจำหน่ายไปแล้ว กล่าวคือเป็น ‘นโยบายกทม. บวกกับ มติครม.’

จากนั้น ประธานอนุกรรมการ จึงขอคืนรายการที่ถูกตัดไปในส่วนนี้ ภายหลังจากทราบว่าเป็นนโยบายของทางผู้บริหารกทม.

เมื่อถามต่อว่า ทุกเขตที่ได้เสนอมา สำนักงบฯ ได้ปรับให้เป็นรถไฟฟ้าทั้งหมดตาม มติครม. เหมือนกันทุกเขตหรือไม่ ?

ตัวแทนสำนักงบฯ กล่าวว่า จากที่สำนักงานเขตได้ของบประมาณเป็นรถทดแทน ในปี 2570 ขอมาทั้งหมด 301 คัน โดยมีรถหลายประเภทในส่วนที่เรายังคงให้เป็นรถสันดาป ยังคงมีอนุญาตอยู่บ้างในส่วนของรถจักรยานยนต์ รถตู้โดยสาร 12 ที่นั่ง ที่ยังคงเป็นรถน้ำมันอยู่ จะขอนำส่งรายละเอียดเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ต่อไป

นายนภาพลกล่าวว่า เมื่อสักครู่สำนักงานเขตป้อมปราบฯ ขอเป็นรถสันดาปมา แต่ท่านเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า แล้วเขตอื่นทำไมท่านไม่เปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าให้หมด

“เขตป้อมปราบเขาอยากได้สันดาป แต่ท่านบอกไม่ให้เอาไฟฟ้าไป ท่านก็โดนอนุฯ ตัดมา เพราะเขาไม่ทราบว่าเป็นมติครม. และนโยบายกทม. แต่เขตอื่นทำไมท่านไม่เปลี่ยนให้หมด ทำไมมาตรฐานไม่เหมือนกัน หรือเพราะเขตอื่นมันกว้างมากจนต้องใช้รถน้ำมัน?” นายนภาพล ตั้งข้อสังเกต

จากนั้น ตัวแทนนำนักงบฯ ชี้แจงสาเหตุว่า เนื่องจากว่ามีบางงหน่วยงานจำเป็นต้องใช้รถที่มีศักยภาพสูง มีความเร็ว เช่น สำนักเทศกิจ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น ที่ต้องใช้กำลังความเร็วของเครื่องยนต์ที่สูง แต่หากเป็นรถในฝ่ายที่ใช้ตรวจการตามปกติ เราก็ให้ใช้เป็นรถไฟฟ้า