หน้าแรก ในประเทศ ผบ.ทร.อาเซียน...

ผบ.ทร.อาเซียน ถกร่วมมือทางทะเลเพื่อความมั่นคง ชี้ภูมิภาคซับซ้อนมากขึ้น ด้านกัมพูชา ร่วมผ่านออนไลน์

19.08.26 | 11:31 น.

ผบ.ทร.อาเซียน ถกร่วมมือทางทะเลเพื่อความมั่นคง ชี้ภูมิภาคซับซ้อนมากขึ้น ด้านกัมพูชา ร่วมผ่านออนไลน์


เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพมหานคร พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม 20th ASEAN Navy Chiefs’ Meeting หรือ ANCM ระหว่างวันที่ 18–21 ส.ค)ภายใต้หัวข้อ “หนึ่งอาเซียน หนึ่งวิสัยทัศน์กองทัพเรือ ความร่วมมือทางทะเลเพื่อความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และความยั่งยืน”

โดยมี พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ในฐานะเจ้าภาพ พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารเรือและเจ้าหน้าที่อาวุโสจากประเทศอาเซียนเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวางแนวทางความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล โดย ANCM ถือเป็นเวทีระดับสูงสุดของกองทัพเรืออาเซียน ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2545 มีสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และเมียนมา

เรือโทหญิง นภัสกร ทิพย์โส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพเรือไทยต้องการผลักดันว่า ทะเลไม่ควรเป็นพื้นที่ของการแข่งขัน หรือความขัดแย้งเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาชนอาเซียน ซึ่งปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางทะเลของภูมิภาคมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยคุกคามข้ามชาติ ความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมทางทะเล ภัยพิบัติ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานวิกฤตใต้น้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายที่ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือได้เพียงลำพังสาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ จึงอยู่ที่การทำให้กองทัพเรืออาเซียนสามารถ “มองทะเลร่วมกัน ทำงานร่วมกัน และรับมือกับความท้าทายร่วมกัน” ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Advertisement

ทั้งนี้การเชื่อมโยง “ความมั่นคงทางทะเล” เข้ากับ “ความมั่งคั่งและความยั่งยืนทางทะเล” เพราะทะเลมิได้เป็นเพียงพื้นที่ด้านความมั่นคง แต่ยังเป็นเส้นทางการค้า แหล่งพลังงาน แหล่งอาหาร แหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยว และเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียนกว่า 700 ล้านคน กองทัพเรือไทยจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Blue Economy หรือเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ซึ่งมุ่งให้การพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากทะเลดำเนินไปควบคู่กับการรักษาความมั่นคง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เพราะหากทะเลไม่มีความมั่นคง เศรษฐกิจทางทะเลก็ไม่สามารถเติบโตได้ และหากเราใช้ประโยชน์จากทะเลโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยีน ความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นก็จะไม่สามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมความร่วมมือผ่านกิจกรรมสำคัญ ทั้งการฝึกผสมพหุภาคีทางทะเลอาเซียน หรือ AMNEX กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรือหนุ่มอาเซียน หรือ ANYOI โครงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ฝึกอบรมทางเรืออาเซียน หรือ ANTEEP และกิจกรรมล่องเรือนักเรียนนายเรืออาเซียนพลัส เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและความสามัคคีในการปฏิบัติงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ขาดเพียงผู้บัญชาการทหารเรือกัมพูชา ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุม แต่ได้เข้าร่วมประชุมผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) แทน