ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัว 7 คนไทยกลับจาก สปป.ลาว
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 อ.เชียงของ จว.เชียงราย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน ,พ.ต.ท.หญิง กัญญวรัตน์ จุลศาสตร์ รอง ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน , พ.ต.ท.กฤตวัตน์ อำนาจ รอง ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน พร้อมกำลังพล ข้าราชการตำรวจในสังกัด ด่าน ตม.เชียงแสน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับตัวคนไทย จำนวน 7 คน กลับจาก สปป.ลาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM)
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ด่าน ตม.เชียงแสน รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียงจันทร์ สปป.ลาวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่กองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว จะจัดส่งบุคคลสัญชาติไทยจำนวน 7 คน ประกอบด้วยชาย 3 คน ผู้หญิง 4 คน ซึ่งถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีใน สปป.ลาว ในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วกลับประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบุคคลสัญชาติไทยทั้ง 7 คน ประกอบด้วยผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 4 คน (โทรศัพท์มือถือจำนวน 8 เครื่อง) ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองตามกฎหมาย สปป.ลาว และถูกทางการ สปป.ลาวควบคุมตัวมาระยะหนึ่งก่อนผลักดันส่งกลับมายังประเทศไทยผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 จากการคัดกรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ โดยส่วนใหญ่อ้างว่าเดินทางไปหางานทำ จากการประกาศเชิญชวนในกลุ่มหางานในโซเชียล ว่ามีงานหลายตำแหน่งโดยให้ค่าตอบแทนสูงเดือนมีที่พักฟรี อาหารฟรี จึงหลงเชื่อและต้องการมีงานทำพร้อมสวัสดิการที่ดี
ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้ยังไม่ได้เริ่มปฏิบัติงานก็ถูกจับกุมเสียก่อน จากการตรวจสอบยังพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจำนวน 4 หมายผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย คือนายพอเจตน์ (สงวนนามสกุล) เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ข้อหากระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน , นายกวินท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหากระทำความผิดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

น.ส.รุจิรดา (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ข้อหาว่ากระทำความผิด ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใด และหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี คดีเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง และสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งได้ดำเนินการจับกุมนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.สราวุธ กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมา ด่าน ตม.เชียงแสน คัดกรองบุคคลที่จะเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่าอาจถูกหลอกไปทำงานที่ผิดกฎหมาย และอาจถูกดำเนินคดีได้ โดยทำการสัมภาษณ์ซักถามการทำข้อมูล แจ้งเตือนถึงอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดโดยไม่คาดคิด แต่ก็มีบุคคลยังหลงเชื่อว่าไปทำงานแล้วมีรายได้ดี สวัสดิการที่ดี เป็นงานสบายมีสถานที่ทำงาน และสถานที่พักดี มีอาหารครบทุกมื้อจึงหลงเชื่อเข้าไปทำงาน ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ชวนเชื่อแต่อย่างใด บางครั้งอาจจะต้องถูกดำเนินคดี ถูกกักขัง ถูกทำร้าย และไม่ได้รับค่าจ้าง


