กรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติขี่ควอสสกี ซึ่งเป็นเจ็ตสกีแบบสะเทินน้ำสะเทินบก มีทั้งล้อรถยนต์ และเครื่องเจ็ตอยู่ด้านท้าย โดยนำขึ้นมาวิ่งบนชายหาดเกาะมัดสุม ม.2 ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และขี่ลงทะเลกลับไปยังเกาะสมุย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดแนวปะการัง ทำให้ปะการังเสียหายนั้น
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายอภิชัย เอกวนากุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ออกตรวจสอบบริเวณแนวชายหาดเกาะมัดสุม พบร่องรอยล้อของควอสสกีบนชายหาด และได้ตรวจร่องรอยเลี้ยวขึ้นลงทะเลตรงช่วงร่องน้ำทางเดินเรือที่มีไม้ปักไว้เป็นสัญลักษณ์การเข้าออกของเรือ แต่อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลออกตรวจเฝ้าระวัง หากพบการกระทำผิดลักษณะดังกล่าวจะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด
นายอภิชัย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดี ควอดสกีเป็นยานพาหนะนวัตกรรมใหม่ ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าจะต้องเรียกเจ้าของมาแสดงตนพร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน เพื่อตรวจสอบจากสำนักงานมาตรฐานเรือว่าเข้าหลักเกณฑ์อนุญาตได้หรือไม่ และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะสมุย พบว่ามีเอกสารการนำเข้าจากศุลกากรแต่มีความผิดใช้เรือก่อนได้รับอนุญาตจึงเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวน 5,000 บาท

