พนักงานสอบสวนคุมตัว ดำบ้านใต้ หลังก่อเหตุแทงตำรวจ 191 บาดเจ็บสาหัสคาบ่อตกกุ้ง ฐานพยายามฆ่า ส่วนอาการตำรวจ191 ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว
จากกรณี นายฉลวย หรือ ดำบ้านใต้-ดำบางกะปิ ก่อเหตุแทง ร.ต.ท.สิทธิชัย เพชรอินทร์ หรือ หมวดแจ๊ค 191 สังกัด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในงานวันเกิดของ “อู๊ด รัชดา” ที่ร้านบ่อตกกุ้ง Harley บริเวณซอย 93-95 (ซอยโกยี) ใกล้แยกวังหิน เขตลาดพร้าว กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัยจับกุมตามหมายจับศาลอาญารัชดาในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ เมื่อวานนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำตลอดทั้งคืนถึงสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้
ล่าสุด เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนสน.โชคชัยได้คุมตัวนายฉลวยขึ้นรถคุมขังเพื่อนำไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ระหว่างนำตัวออกมาทางผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายฉลวยถึงสาเหตุการก่อเหตุว่าทำไปเพื่ออะไร หรือมีเรื่องบาดหมางกับใคร โดยเจ้าตัวใส่หมวกได้แต่ก้มหน้าไม่ตอบคำถามใดๆกับสื่อมวลชนทั้งสิ้น
ขณะที่ พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผู้กำกับการสน.โชคชัย เปิดเผยว่า นายฉลวย ผู้ต้องหาให้การกับพนักงานสอบสวน ว่า สาเหตุที่มีการใช้อาวุธมีด อ้างว่าเป็นการป้องกันตัวจากการถูกบุคคลที่สามทำร้าย ซึ่งยืนยันว่าไม่รู้จัก และไม่เคยมีปัญหาเรื่องบาดหมางกันกับคู่กรณี ส่วนอาวุธมีด มีการพกมาเตรียมการหรือไม่นั้น มีการปฏิเสธกับพนักงานสอบสวนโดยอ้างว่าจะขอให้การในชั้นศาล

ส่วนอาการบาดเจ็บของ ร.ต.ท.สิทธิชัย เพชรอินทร์ รองสารวัตร สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ หมวดแจ๊ค 191 ขณะนี้อาการบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีการไปสอบปากคำ เจ้าตัวให้การกับตำรวจว่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรือมีเรื่องมาดหมางอะไรกันกับนายฉลวย ซึ่งเจ้าตัวเดินทางไปร่วมงานเพียงคนเดียว โดยไม่ได้เป็นลูกน้องของใคร ยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนผู้ก่อเหตุ ก็ไม่ได้มีการให้ข้อมูลว่าใครเป็นหัวหน้า หรือมีการชักชวนไปร่วมงานวันเกิด ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากผู้ต้องหาสามารถที่จะให้การอย่างไรก็ได้ ตำรวจจึงมีการดำเนินคดีในฐานความผิด พยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธมีด
แม้ว่าหลังจากเกิดเหตุ นายฉลวย ผู้ต้องหามีการเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตำรวจมีการออกหมายจับก่อนหน้านี้แล้ว และยืนยันว่าเป็นการจับกุมตัวตามหมายจับ ส่วนเหตุผล การจะได้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

