ป.ป.ท.ลุยล้างปืน-กระสุนเถื่อน จับมือปกครอง-ตร.บังคับใช้กม.เข้ม พร้อมจัดการ ทุจริตออกบัตรชมพู
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 24 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตนำชื่อของบุคคลต่างด้าวผิดกฎหมายไปสวมรอยใส่ในระบบทะเบียนราษฎรเพื่อออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย(บัตรสีชมพู)ว่า ผู้ว่าฯกทม. และที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่เห็นว่า มีรายงานหรือรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่อย่างน้อยจะเห็นว่า ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ได้ลงไปดำเนินการแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องดี เป็นสิ่งที่สำนักงาน ป.ป.ท.ภายใต้การขับเคลื่อนของนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายและมอบมาโดยตลอดว่า เราต้องลงไปขับเคลื่อนให้หน่วยงานที่มีอำนาจและหน้าที่เข้าไปดำเนินการ
ในส่วนของการตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เรื่องนี้มีเรื่องของเส้นทางการเงินอยู่แล้ว ซึ่งถ้า ป.ป.ท. หรือ กทม. หรือตำรวจ มีข้อมูลเราจะส่งให้ ปปง.ไปดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่ระดับเขตอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ท.ใช่หรือไม่ นายภูมิวิศาล กล่าวว่า ในบางระดับอยู่กับ ป.ป.ท. เมื่อถามย้ำว่า มีเหนือกว่าระดับข้าราชการหรือไม่ นายภูมิวิศาล กล่าวว่า ที่เราตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบ ซึ่งวันนี้กระบวนการเพิ่งเริ่ม ถ้าไปถึงใครก็แล้วแต่ จะส่งไปหน่วยงานที่มีอำนาจและหน้าที่ ถ้าเป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะส่งไปที่ ป.ป.ช. แต่ถ้าอยู่ในอำนาจ ป.ป.ท.เราก็จะดำเนินการเองได้
เมื่อถามว่า นอกจากพื้นที่ กทม. มีการพบพฤติกรรมแบบนี้ในต่างจังหวัดอีกหรือไม่ นายภูมิวิศาล กล่าวว่า วันนี้เป็นการขยายผลจากที่เราได้ดำเนินการไปแล้ว และบังเอิญมามีข้อมูลตรงกับข้อมูลของ กทม. และ กทม.ได้รับลูก โดยที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ลงไปดำเนินการตรวจสอบ เท่าที่ตนได้ฟัง ท่านได้ไปดำเนินการ ซึ่งท่านคงมีข้อมูลมาระดับหนึ่งแล้วที่ไปตรวจพบ แต่ในรายละเอียดตนไม่ทราบ ต้องรอให้ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้แถลง
เมื่อถามว่า มีการโยงไปถึงเรื่องพ่อทิพย์ด้วยหรือไม่ นายภูมิวิศาล กล่าวว่า เกี่ยวข้องกันหมด ตนอยากให้มองว่า วันนี้รัฐบาลมีแนวนโยบายที่ชัดเจนว่า หากการกระทำทุจริตไปเกี่ยวข้องกับความมั่นคง สำนักงาน ป.ป.ท.จะต้องลงไปบังคับใช้กฎหมาย และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลดำเนินการปราบปรามการทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น และขบวนการทุจริตนำบัตรสีชมพู จากนี้จะมีการดำเนินการเรื่องใดอีกบ้าง นายภูมิวิศาล กล่าวว่า มีอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต นโยบายของนายกฯชัดเจน โดยนายกฯมอบหมายให้นายภราดร ให้ลงมากำกับ เพราะฉะนั้น ทุกเรื่องเราจะรายงานเมื่อได้พบเห็นอะไรก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริตและเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราจะไม่เพิกเฉย จะดำเนินการด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะหลังจะเห็นเรื่องบัตรสีชมพู ทุจริตสอบท้องถิ่น และวันนี้มีเรื่องของอาวุธปืนที่เราต้องลงไปตรวจสอบ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามดำเนินการ
เมื่อถามย้ำว่า เรื่องปืนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว หลังพบอาวุธปืนหายจากระบบ มีแต่ใบอนุญาตให้ซื้อหรือใบ ป.3 แต่ไม่มียื่นขอใบ ป.4 มากสุดในประเทศถึง 2,255 กระบอกหรือไม่ นายภูมิวิศาล กล่าวว่า ใช่ ถูกต้อง ส่วนเรื่องของความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่อยากลงไปในรายละเอียด
เมื่อถามว่า เรื่องปืนทำกันเป็นขบวนการใช่หรือไม่ นายภูมิวิศาล กล่าวว่า เวลาเราพูดว่า เป็นขบวนการดูแล้วค่อนข้างที่จะน่ากลัว เอาเป็นว่า เรื่องนี้เป็นความผิดของบุคคลที่มีอำนาจและเจ้าหน้าที่ในการออกใบอนุญาต เขาอาจจะไปใช้อำนาจและหน้าที่ของเขาในการไม่ควร หรือผิดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือสรรหาผลประโยชน์ที่ไม่ควรได้ แต่การที่เขาทำแบบนั้นมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศมาก ปืนจึงมีจำนวนมาก ไม่รวมถึงกระสุนปืนอีก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ท. ลงไปขับเคลื่อนร่วมกับกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเร็ววันนี้คิดว่า น่าจะมีการเข้าบังคับใช้กฎหมาย เมื่อถามย้ำว่า ทำให้ได้เห็นช่องโหว่ที่ผ่านมาเลยใช่หรือไม่ว่า กลไกและขบวนการเหล่านี้ทำกันมานานแล้ว นายภูมิวิศาล ยอมรับว่า ใช่



