12 ก.บ.ศ.ยื่นปธ.ศาลฎีกา ตั้งกก.ศึกษา-พัฒนาการบังคับโทษ เหตุพบจำเลยคดีร้ายแรงได้ลดโทษ

24.08.26 | 17:49 น.

12 ก.บ.ศ.ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง กก.ศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา หลังปรากฏข่าวคดีโทษประหาร แต่ติดคุกแป๊ปเดียว ชี้ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอาญาทั้งระบบ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ศาลฎีกา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ครั้งที่ 8/2569 โดยการประชุมวันนี้มีคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) สายผู้ทรงคุณวุฒิจากข้าราชการตุลาการ 12 ราย (คัดเลือกจากผู้พิพากษาทั่วประเทศ ชั้นศาลละ 4 คน รวม 12 คน) ได้ร่วมลงนามทำบันทึกข้อความ เรื่อง ขอให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ ต่อประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม


โดยเนื้อหาบันทึกข้อความดังกล่าวระบุว่า ศาลยุติธรรมมีภารกิจหลักและเป็นผู้นำในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและความมั่นคงของสังคม อันจะทำให้ประชาชนได้รับความคุ้มครอง
ในสิทธิเสรีภาพอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ แต่จากสภาพสังคมปัจจุบันเกี่ยวกับการบังคับโทษทางอาญาที่มีการลดโทษในชั้นบังคับโทษในคดีร้ายแรงที่มีโทษสูง บางรายมีโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่กลับได้รับการลดโทษในชั้นบังคับโทษทางอาญาหลายครั้ง ทำให้รับโทษสุทธิเพียงเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากโทษตามคำพิพากษาอย่างมาก ทำให้สังคมเกิดความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งระบบ และกรณีการกลับมากระทำความผิดซ้ำของผู้พ้นโทษบางราย

โดยโทษที่กระทำนั้นก็ความผิดร้ายแรง ทั้งที่มีพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 และข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2566 ใช้บังคับอยู่เเล้ว ทำให้สังคมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน รวมถึงการเป็นอยู่อย่างปกติสุข

ศาลยุติธรรม ในฐานะผู้นำในการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และความมั่นคงของสังคมจึงจำเป็นต้องมีคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา การป้องกันการกระทำความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเเละปลอดภัยแก่สังคม

Advertisement

อาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม พ.ศ.2544 ข้อ 5 กรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามที่มีรายนามท้ายหนังสือนี้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานศาลฎีกาได้โปรดบรรจุระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เพื่อพิจารณา “แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความความผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ” ในวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เพื่อให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมพิจารณาต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

แหล่งข่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ก.บ.ศ.ทุกท่านได้ร่วมกันลงลายมือชื่อขอให้บรรจุวาระการประชุม สืบเนื่องมาจากที่ปรากฏทางสื่อมวลชนว่าศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลย จำเลยถูกควบคุมตัวในระยะเวลาสั้น ไม่เป็นไปตามคำพิพากษา แล้วได้รับการปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ แล้วยังไปก่อให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดฐานฆ่าคนตาย ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการบังคับโทษต่อศาล

ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ศาลได้มีการพิจารณาและพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นไปตามข่าวที่ปรากฏ แต่การบังคับโทษเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์

ทาง ก.บ.ศ.เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนจึงเห็นควรขอให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษา วิจัยและพัฒนากระบวนการบังคับโทษดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับการอำนวยความยุติธรรม และเป็นแนวทางการการบังคับโทษที่มีประสิทธิภาพ