หน้าแรก ในประเทศ อธิบดีคพ.แฉ ล...

อธิบดีคพ.แฉ ลอบทิ้งกาก อัพเกรด ทำกากส่าโรงเหล้าอ้างเป็นปุ๋ย แจกฟรี เกษตรกรใช้ เคมีซึมลงดิน สุดอันตราย

28.08.26 | 18:58 น.

อธิบดีคพ.แฉ ลอบทิ้งกาก อัพเกรด ทำกากส่าโรงเหล้าอ้างเป็นปุ๋ย ทำเป็นแจกฟรี เกษตรกรใช้ เคมีซึมลงดิน สุดอันตราย


เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกรมควบคุมมลพิษ ประจำปี พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Smart PCD Smart Environment เสริมพลัง ต้านทุจริต พิทักษ์สิ่งแวดล้อมไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนผลงานทางวิชาการ นวัตกรรม และร่วมกำหนดทิศทางการปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศร่วมกัน

ดร.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมได้ขยับขึ้นมาเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศแทนที่เรื่องป่าไม้ อันเป็นผลจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม ตนจึงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อน คพ. ให้ก้าวสู่การเป็น “Smart PCD” ด้วยการทำงานแบบ “Work Smart” พัฒนาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ควบคู่กับการสร้างความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกัน หรือ “Live Happiness” (Work Hard, Play Hard) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ประเด็นสิ่งแวดล้อมได้ขยับขึ้นมาเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศเนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม ทว่าปัจจุบันขบวนการลักลอบจัดการกากของเสียอันตรายได้ยกระดับความซับซ้อนขึ้นอย่างน่ากังวล จากเดิมในยุคที่เป็นการขุดฝังถังสารเคมีหรือเทสารตัวทำละลายลงดินในพื้นที่ตนเองโดยตรง ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่กลลวงยุค ที่นำนวัตกรรมในทางที่ผิดมาใช้อำพรางเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

Advertisement

จากเดิมที่ต้องเผาทำลายในเตาเผาอุตสาหกรรม แต่มักอาศัยพื้นที่ป่าหรือพื้นที่กว้างใหญ่ เช่น จังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้วในการก่อเหตุ โดยเฉพาะกลโกงเด่น 2 รูปแบบ ได้แก่ “ขบวนการเศษสายไฟบดผสมดินแจกฟรี” ที่นำพลาสติก PVC ที่เหลือจากการแยกทองแดงไปจำหน่าย มาสับและบดละเอียดผสมเข้ากับดินที่ขุดขึ้นมาเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรฟรี ซึ่งดินที่มีสภาพเป็นกรดจะกัดกร่อนพลาสติก PVC และหากมีการเผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ความร้อนจะทำให้พลาสติก PVC ละลายปนเปื้อนซึมเข้าสู่ดินและรากพืชผักและสร้างฝุ่นละออง PM 2.5

และ “ขบวนการแจกน้ำปุ๋ยฟรีผสมสารเคมีอันตราย” ที่นำน้ำกากส่าจากโรงงานเอทานอลหรือโรงสุราที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรงแต่อ้างว่าเป็นปุ๋ยฟรีไปแอบลักลอบทิ้งตามไร่นา ซ้ำร้ายยังแอบผสมสารตัวทำละลาย (Solvent) สารเคมีอันตรายเพื่อบดบังกลิ่นเหม็น ตบตาการตรวจสอบ ส่งผลให้สารเคมีซึมลงดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ สะสมปนเปื้อนในตัวปลา และย้อนกลับมาสู่ร่างกายของประชาชนผ่านระบบห่วงโซ่อาหาร

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า คพ. จึงมุ่งดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายเพื่อยกระดับบทบาทของหน่วยงาน จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็น “เสือกระดาษ” ให้กลายเป็น “เสือที่มีดาบ มีเขี้ยวเล็บอย่างแท้จริง” ที่สามารถบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชน ทั้งในมิติน้ำ อากาศ และขยะ คพ. ยุคใหม่จึงตั้งเป้าเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ที่มีพลังในการทำงาน ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน หรือพร้อมที่จะ “พับแขนเสื้อลงพื้นที่ลุยงานจริงในทุกสถานการณ์” ในการนำนวัตกรรมความรู้และเทคโนโลยีไปต่อยอดพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนต่อไป ดร.สุรินทร์ กล่าว