หน้าแรก ในประเทศ แม่ค้าคลองถม ...

แม่ค้าคลองถม เปิดใจทั้งน้ำตา ร้านวอดหมด เสียหายหลักล้าน แฉพื้นที่ไร้สปริงเกลอร์-ถังดับเพลิง

30.08.26 | 14:51 น.

แม่ค้าคลองถม เปิดใจทั้งน้ำตา ร้านวอดหมด เสียหายหลักล้าน แฉพื้นที่ไร้สปริงเกลอร์-ถังดับเพลิง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม บริเวณจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร น.ส.วิยพร อายุ 32 ปี ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์และของแต่งรถยนต์ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ร้านของตนตั้งอยู่โซนด้านหน้าจำหน่ายสินค้าประเภทประดับยนต์และของแต่งรถ ซึ่งมีทั้งวัสดุยางและอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สินค้าในร้าน รวมถึงสต๊อกที่เก็บไว้บนชั้นลอยถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว รวมถึงเงินทุนที่เก็บไว้ภายในร้าน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นหลักล้านบาท ซึ่งถือว่าแทบจะหมดตัว


พร้อมยอมรับว่าครอบครัวมีร้านค้าอยู่ 2 ล็อก แต่เนื่องจากทางพื้นที่ได้มีการปรับขึ้นค่าเช่า ทำให้คุณพ่อคุณแม่อยู่ในสภาวะแบกรับไม่ไหว จึงตัดสินใจยุบเหลือเพียงล็อกเดียว และเพิ่งจะเซ็นสัญญาเช่ารอบใหม่ระยะเวลา 4 ปีไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะมาประสบเหตุครั้งนี้

เมื่อถามถึงประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยภายในอาคารเป็นอย่างไร น.ส.วิยพรได้ตั้งข้อสังเกตว่า ภายในพื้นที่ไม่มีระบบป้องกันอุบัติภัยพื้นฐาน อย่างระบบสปริงเกลอร์ฉีดน้ำดับเพลิง หรือแม้กระทั่งถังดับเพลิงประจำจุด ซึ่งตนไม่เคยเห็นว่ามีการติดตั้งไว้ตรงไหนเลย หากจะมี ก็คงมีแค่ร้านที่เปิดขายถังดับเพลิงเท่านั้น

“ย้อนกลับไปตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน ครอบครัวของตนทำมาหากินในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ตนเรียนอยู่ชั้น ป.4 จนปัจจุบันอายุ 32 ปี เคยผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้ในพื้นที่นี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ซึ่งมีสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจรของร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่ในทุกครั้งที่ผ่านมา เพลิงไหม้มักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางวันและจำกัดอยู่ในวงแคบเพียง 2-3 ล็อก เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทำให้ร้านของตนได้รับความเสียหายเพียงแค่ถูกน้ำฉีดเลี้ยงไว้เท่านั้น ไม่เคยลุกลามใหญ่โตและทรุดตัวลงรุนแรงเหมือนครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ พ่อแม่บางร้านอายุเกือบ 70 ปี จึงไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องระบบความปลอดภัย โดยเฉพาะการทำประกัน และประกอบกับลูกหลานส่วนใหญ่หันไปขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หน้าร้านจึงมีไว้เพียงแค่สต๊อกและแพคของส่งต่างจังหวัดเท่านั้น”

Advertisement

สำหรับประเด็นดราม่าเรื่องการช่วยเหลือจากภาครัฐ น.ส.วิยพรระบุว่า ร้านของตนไม่ได้ทำประกันอัคคีภัยไว้ และจากกระแสข่าวที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียว่าหน่วยงานภาครัฐอาจพิจารณาเงินเยียวยาให้ร้านค้าที่ประสบภัยเพียงร้านละ 20,000 บาทนั้น มองว่าไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง จึงคาดหวังและอ้อนวอนขอให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มจำนวนเงินช่วยเหลือให้มากกว่านี้ เพราะมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยนั้นสูงเกินกว่าจำนวนเงินดังกล่าวมาก

น.ส.วิยพรกล่าวอีกว่า บาดแผลที่ใหญ่ที่สุดคือสภาพจิตใจของคนในครอบครัว พื้นที่คลองถมแห่งนี้เป็นสถานที่เติบโตของตน ผูกพันมาเกินครึ่งชีวิต พ่อแม่ทำงานส่งตนเรียนหนังสือจนจบจากที่นี่ เป็นศูนย์รวมความทรงจำของหลายๆ ครอบครัวที่เด็กๆ เคยวิ่งเล่น นัดติวหนังสือ อ่านการ์ตูนหน้าร้านสะดวกซื้อ หรือนั่งอ่านหนังสือในร้านอาหารด้วยกัน

“ที่สำคัญร้านค้าแห่งนี้ เป็นผลงานน้ำพักน้ำแรงของคุณพ่อที่เพิ่งจะล้มป่วย โดยคุณพ่อเป็นลงมือวางเลย์เอาต์ ออกแบบ ต่อตู้เหล็ก และวางระบบภายในร้านด้วยตัวเองทั้งหมด วันนี้เมื่อทุกอย่างสูญสลายไปในกองเพลิงและโครงสร้างอาคารทรุดตัวลงมา การจะให้คุณพ่อที่กำลังป่วยลุกขึ้นมาเริ่มต้นนับหนึ่ง สร้างมันใหม่อีกครั้ง คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ทุกคนอาจจะพูดว่า ข้าวของหรือเงินทองที่ไหม้ไป ยังหาใหม่ได้ แต่ความทรงจำบางอย่างที่สูญเสียไป มันไม่สามารถเอากลับคืนมาได้อีกแล้ว”