เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ภายในศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ ว่า กรุงเทพมหานครยังคงติดตามสถานการณ์และควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 สิงหาคม) พบจุดความร้อน 3 จุด แต่อุณหภูมิไม่สูงมาก ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ และคาดว่าใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ โดยขณะนี้ กทม. ให้ความสำคัญกับการประเมินความปลอดภัยของพื้นที่และอาคารโดยรอบ โดยเฉพาะอาคารแถวด้านหลัง เพื่อพิจารณาว่าบริเวณใดสามารถกลับเข้าใช้งานได้ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเขตติดตามและสำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่และให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ กทม. เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวบรวมข้อมูลความเสียหาย โดยเปิดจุดบริการแบบ One Stop Service บริเวณศาลาวัดพระพิเรนทร์ เพื่อรับลงทะเบียนผู้ได้รับความเสียหายและรวบรวมข้อมูลสำหรับประสานการช่วยเหลือ โดยขณะนี้เริ่มมีผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาแสดงตัวแล้ว รวมถึงกรณีรถยนต์ที่ติดค้างอยู่ภายในอาคาร เบื้องต้นคาดว่ามีประมาณ 8 คัน แต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนที่แน่นอน
ส่วนการชดเชยความเสียหาย กทม. จะรวบรวมข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทประกันภัย และเจ้าของอาคาร เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า กทม. ได้สำรวจพื้นที่ค้าขาย ช่วยผู้ประกอบการเดินหน้าต่อ โดยสั่งการให้สำนักงานเขตสำรวจพื้นที่โดยรอบ ทั้งพื้นที่ว่างและพื้นที่ค้าขายที่สามารถรองรับผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบและต้องการกลับมาประกอบอาชีพ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่พื้นที่เดิมยังไม่สามารถใช้งานได้ หากมีผู้ที่มีพื้นที่ค้าขายและประสงค์เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเข้ามาค้าขาย สามารถแจ้งสำนักงานเขต เพื่อให้ กทม. ประสานและจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป สำหรับพื้นที่บ้านเรือนประชาชนบริเวณด้านหลัง อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเป็นรายกรณี โดยเบื้องต้นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักอยู่บริเวณตัวคลองถมเซ็นเตอร์และห้องแถวอาคารสายทองประมาณ 8-9 คูหา
นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนด้านคุณภาพอากาศ กทม. ยังคงส่งรถตรวจวัดคุณภาพอากาศติดตามสถานการณ์โดยรอบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามแนวทิศทางลม หลังช่วงแรกของเหตุการณ์พบค่าฝุ่น PM2.5 และ PM10 สูง แต่สถานการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่พบก๊าซพิษในระดับที่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม จะยังคงติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ
สำหรับการตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ กทม. ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบพื้นที่

โดยเบื้องต้นคาดว่าจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณบล็อก 5 หรือโซน C ลึกเข้าไปประมาณ 20 เมตร อย่างไรก็ตาม โครงสร้างชั้น 2 ที่พังทลายลงมาทับชั้น 1 ทำให้การเข้าตรวจสอบต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยประสานฝ่ายโยธาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างก่อนให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน โดยการตรวจสอบจะใช้ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล และหลักฐานแวดล้อมประกอบกัน
เมื่อสามารถควบคุมเพลิงได้อย่างเด็ดขาดและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่แล้วเสร็จ กทม. จะดำเนินการกั้นพื้นที่อันตรายและส่งต่อภารกิจในส่วนการรื้อถอนอาคารให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคารตามขั้นตอน รวมถึงจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งดูแลความปลอดภัย ฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบ และประสานความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้พื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด


