หน้าแรก ในประเทศ นักวิชาการยิง...

นักวิชาการยิง 4 คำถาม ปฏิบัติการจัดระเบียบ ‘คนไร้บ้าน’ มุ่งเป้าแก้ปัญหา หรือแค่เคลียร์ออกจากสายตา

1.09.26 | 16:50 น.

สืบเนื่องกรณีกรุงเทพมหานครจัด 4 ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ดูแลและคัดกรองคนไร้บ้านในพื้นที่ราชดำเนินและตรอกสาเก วันละ 3 รอบ เวลา 18.00 น. 20.00 น. และ 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีสำนักเทศกิจ สำนักพัฒนาสังคม สำนักอนามัย สำนักงานเขตพระนคร และสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมปฏิบัติภารกิจ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย พม. ตำรวจ ทหาร และ MCATT ร่วมสนับสนุน


เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน นักวิชาการจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กล่าวถึงประเด็นดังกล่าว ว่า ตนขอชวนตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนไร้บ้าน กับพื้นที่สาธารณะผ่าน 4 คำถามสำคัญ ได้แก่

คำถามแรก การที่คนไร้บ้านนอนในพื้นที่สาธารณะ โดยไม่ได้ใช้ความรุนแรง ข่มขู่ หรือกีดขวางการใช้พื้นที่ของผู้อื่นอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็น ‘การละเมิดสิทธิ’ หรือ ‘การคุกคาม’ จริงหรือไม่ ?
นายอนรรฆ กล่าวว่า เราอาจจำเป็นต้องแยก ‘ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง’ ออกจาก ‘ความรู้สึกไม่สบายใจ ‘ หรือ ‘เหตุรำคาญ’ ของผู้พบเห็น เพราะความรำคาญ ความหวาดระแวง หรือความรู้สึกว่าไม่เหมาะสม ไม่ได้มีสถานะทางจริยธรรมเท่ากับการถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ หรือถูกกีดกันจากการใช้พื้นที่ หากเราไม่แยกสองสิ่งนี้ออกจากกัน เราอาจเปลี่ยนความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ให้กลายเป็นเหตุผลในการจำกัดสิทธิของคนส่วนน้อย

คำถามที่สอง พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ของ ‘ทุกคน’ ในความหมายใด ประเด็นที่หนึ่ง พื้นที่สาธารณะย่อมต้องมีกติกาในการใช้ร่วมกัน และไม่มีใครมีสิทธิผูกขาดพื้นที่นั้น เช่น หากมีการนำของมาวางปิดทางเท้า นอนขวางทางลาดสำหรับผู้ใช้รถเข็น หรือปิดทางเข้าอาคารจนคนอื่นไม่สามารถสัญจรได้ การกำหนดข้อจำกัดย่อมมีเหตุผลรองรับได้

Advertisement

นายอนรรฆ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นที่สอง คือกติกาที่ชอบธรรมควรมุ่งกำกับ ‘พฤติกรรมที่ก่อผลกระทบ’ มากกว่ากำกับ ‘สถานะของบุคคล’ กล่าวคือ หากลองนึกภาพว่า คนทั่วไปนั่งพักบนม้านั่งในสวน นอนพักระหว่างรอรถ หรือวางสัมภาระไว้ข้างตัวชั่วคราว เรามักไม่มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหา แต่หากพฤติกรรมลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับคนที่แต่งตัวมอมแมมหรือถูกมองว่าเป็นคนไร้บ้าน สังคมอาจตีความว่าเป็นการยึดพื้นที่หรือเป็นภัยมากกว่าเดิม หากเป็นเช่นนั้น ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ ‘การใช้พื้นที่’ เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่อคติที่เราใช้ในการตัดสินว่าใครควรหรือไม่ควรปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะ

นายอนรรฆ กล่าวว่า คำถามที่สาม คือเมื่อรัฐมีกฎหมายและระบบคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งอยู่แล้ว การมี ‘สถานที่รองรับ’ ทำให้การห้ามนอนในพื้นที่สาธารณะมีความชอบธรรมขึ้นโดยอัตโนมัติหรือไม่ การมีที่ให้ไป ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าบุคคลนั้นมี ‘ทางเลือกที่แท้จริง’ หากสถานที่ดังกล่าวไม่เหมาะสม ไม่ปลอดภัย ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขชีวิต หรือเป็นสิ่งที่บุคคลไม่สมัครใจเข้าไป การคุ้มครองจึงควรถูกพิจารณาว่ากำลังเพิ่มความสามารถในการเลือกชีวิตของบุคคล หรือ กำลังถูกใช้เป็นเหตุผลเพื่อควบคุมและเคลื่อนย้ายเขาออกจากพื้นที่ที่สังคมไม่ต้องการเห็น

นายอนรรฆ กล่าวต่อไปว่า ส่วนคำถามที่สี่ การ ‘จัดระเบียบ’ เมืองควรมีเป้าหมายอะไร? หากเป้าหมายคือการทำให้คนทุกกลุ่มใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม การกำหนดกติกาต่อพฤติกรรมที่กระทบผู้อื่นย่อมมีความชอบธรรม เน้นว่ากติกาต่อพฤติกรรมแต่ไม่ใช่กติกาต่อสถานะการเป็นคนไร้บ้าน
แต่หากเป้าหมายที่แท้จริงคือการทำให้ความยากจนและความเปราะบางหายไปจากสายตา โดยเงื่อนไขชีวิตของคนเหล่านั้นไม่ได้ดีขึ้น เราอาจไม่ได้กำลังแก้ปัญหาความไร้บ้าน แต่เพียงกำลังแก้ปัญหา ‘การมองเห็นคนไร้บ้าน’