หน้าแรก ในประเทศ กรมธุรกิจพลัง...

กรมธุรกิจพลังงาน จ่อลุยเช็ค ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ หากพบเก็บน้ำมันเกินเกณฑ์ ต้องดำเนินคดี กทม.ยัน ไม่ช่วยใคร ทำตามกม.ทุกข้อ

2.09.26 | 14:39 น.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน เวลา 11.00น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายวิศณุ ทรัพย์สมพล, นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์, น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายสุพิเชฐ ถาวรทวีวงษ์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง และนายเกษม สระทองฮัก ผู้ช่วยผู้ว่าการ (สายงานวางแผนและนวัตกรรม) การไฟฟ้านครหลวง ร่วมแถลงข่าวกรณีดาต้าเซนเตอร์


โดยในตอนหนึ่ง น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จริงๆ แล้วดาต้าเซ็นเตอร์ เกิดมานานแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563-2567 ที่มีการขอในเรื่องของการติดตั้งถังน้ำมันเพื่อสำรองไฟฉุกเฉิน หมายความว่า เวลามีเหตุไฟดับ ไฟตกจึงจะมีการเปิดตัวเครื่องปั่นไฟ

“โดยหลักการที่วันนี้ท่านรัฐมนตรีเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการมาแล้ว ที่จะขออนุญาตใหม่ไม่อนุญาตแล้ว เป็นไปตามที่ท่านผู้ว่าชัชชาติได้ให้นโยบายไว้เช่นกัน ตอนนี้ถ้าเกิดจะมาขออนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ หยุดไว้ก่อน คือใครจะมาขอคลังน้ำมัน เพื่อจะสํารอง ปั่นไฟฉุกเฉิน สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ หยุดไว้ก่อนเช่นกัน เพราะว่าเรากำลังมี บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังกำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อที่จะพิจารณาการใช้น้ำใช้ไฟ รวมถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม” น.ส. ฐิติภัสร์ กล่าว

น.ส. ฐิติภัสร์ กล่าวต่อไปว่า ยืนยันว่ากระทรวงพลังงานจะหยุดในเรื่องของการอนุญาตไว้ก่อน ส่วนที่มีการอนุญาตไปแล้ว หลายท่านอาจจะมีความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนในส่วนของข้อมูลว่าที่รามคำแหง 28 มีการกักเก็บน้ำมันถึง 400,000 ลิตร

Advertisement

“ในข้อเท็จจริง ใบอนุญาตที่เราตรวจพบ เราไม่ได้อนุญาตให้เก็บขนาดนั้น ที่ขออนุญาตมา เจ้าหน้าที่จะลงไปตรวจสอบ ถ้ามีการเก็บเกินจะต้องถูกดำเนินคดีเพราะถือว่าเป็นการลักลอบประกอบกิจการ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ที่พระราม 9 ทาง กทม. ยังไม่อนุญาต กรมธุรกิจพลังงานก็ยังไม่อนุญาตเช่นกัน ก็จะมีการดำเนินคดี ถ้ามีการกักเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย” น.ส. ฐิติภัสร์ กล่าว

ด้าน นายชัชชาติ กล่าวว่า การเก็บน้ำมัน มีกฎหมายระบุไว้ 500,000 ลิตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่กรมธุรกิจพลังงานมีการกําหนด ขั้นสูงไว้ เพราะหากมีการกำหนดไว้ จะไม่สามารถจัดเก็บได้เกิน 500,000 ลิตร ซึ่งเหมือนเป็นการกำหนดขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องมีเครื่องปั่นไฟที่สำรองน้ำมันได้

“ตอนนี้อย่างน้อยสูงสุดตอนนี้คือ 500,000 ลิตร ในอนาคตอาจมีการปรับ ซึ่งแล้วแต่ทางกรมธุรกิจพลังงาน ไปดูความเหมาะสม ว่าพื้นที่จะปรับให้มันทันสมัยขึ้นไหม แต่ตัวเลขเดิมที่มีคือ 500,000 ลิตร อันนี้เป็นตัวหนึ่งที่กำหนดว่าทำไม ดาต้าเซ็นเตอร์ ในกรุงเทพ อาจจะใหญ่มากไม่ได้ เพราะไม่สามารถสะสมน้ำมันได้เกิน 500,000 ลิตร ที่กฎหมายกําหนดไว้เดิม” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาเราพยายามทำตามกฎหมายทุกข้อ ไม่ได้มีการหลีกเลี่ยง ไม่ได้มีการจะไปช่วยใคร แต่อย่างที่บอกว่าบางประเด็นมันอาจจะไม่ทันสมัย เพราะดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่งมาเป็น stand alone ขนาดใหญ่ ช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตนว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลได้ขยับตัวมาตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคมที่มีการกําหนดนิยามของ ดาต้าเซ็นเตอร์ ขึ้นมาทําให้ทุกหน่วยงานนำไปเป็นคำนิยามรวม และสามารถไปดูเรื่องผังเมือง เรื่องควบคุมอาคาร เรื่องพลังงาน เรื่องไฟฟ้า เรื่องประปาได้ ซึ่งจะดําเนินการต่อไป และจะได้หารือกับทางรัฐบาลต่อไป

“จะมีข้อกังวลเรื่องที่ร้องเรียน คือเรื่องที่ติดโรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งยังไม่ได้เปิดทำงาน อีกเรื่องหนึ่งคือ ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งหนึ่ง มีร้องเรียนเรื่องตอนทดสอบเครื่องปั่นไฟฉุกเฉิน ซึ่งไปทดสอบตอนกลางคืน ทำให้เกิดเสียงดัง และประชาชน ร้องเรียนว่า ตอนฉุกเฉินมันเสียงดัง ซึ่งพอไปทดสอบตอนกลางวันไม่ได้มีข้อร้องเรียนใดๆ เนื่องจากมีเสียงอื่น ซึ่งเป็น 2 เรื่องที่เราได้รับการร้องเรียนมาในปัจจุบัน” นายชัชชาติ กล่าว