เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าว จ.อุตรดิตถ์ รายงานว่า กรณี น.ส.วิมลลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) ลูกสะใภ้ของ นางจำรัส (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี ชาวเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ แจ้งความดำเนินคดีแม่สามี ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ในข้อหาลักทรัพย์ เป็นตู้ไม้ 2 หลัง โดยใช้พาหนะเพื่อแก่การกระทำความผิด เหตุเกิดที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ โดยสาเหตุของเรื่องดังกล่าวนั้น เกิดจากลูกชาย และ น.ส.วิมลลักษณ์ ไม่พอใจที่นางจำรัสยังไม่ยอมแบ่งมรดกตามที่ทั้ง 2 คน มีส่วนจะได้รับ ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า ทั้ง 2 คนนั้นก็ที่มีฐานะดีอยู่แล้ว หลังจากเรื่องนี้ถูกนำเสนอออกไปทางสื่อแล้ว ปรากฏว่า มีชาว จ.อุตรดิตถ์ และกลุ่มคนที่ใช้โซเชียลต่างวิจารณ์ในทางที่เสียหายกับลูกชายและลูกสะใภ้ของนางจำรัส ที่กระทำได้ต่อคนที่เป็นแม่
ด้าน พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชาติสยาม แจ่มรัตนโสภิณ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เรียกนางจำรัสมาพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาข้อหา ลักทรัพย์ซึ่งเป็นตู้ไม้ 2 หลัง โดยการใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมแล้วปล่อยตัวไป ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.ชาติสยาม ก็พยายามติดต่อทั้งบุตรชายของนางจำรัส ซึ่งรับราชการอยู่หน่วยงานหนึ่ง พร้อมนางวิมลลักษณ์มาเพื่อให้ถอนแจ้งความ เพราะเห็นแก่แม่ที่เคยให้กำเนิด แต่ทั้งคู่ไม่ยอมถอนแจ้งความ อย่างไรก็ตามวันที่ 23 มิถุนายนนี้ คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายรับปากว่า จะมาพบเพื่อพูดจากันคาดว่าเรื่องอาจจะจบลงด้วยดี

