หน้าแรก ในประเทศ กปร. ผนึกพลัง...

กปร. ผนึกพลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าสืบสานพระราชดำริ หญ้าแฝก สร้างอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

8.09.26 | 12:34 น.

กปร. ผนึกพลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าสืบสานพระราชดำริ หญ้าแฝก สร้างอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดการสัมมนาผลสำเร็จด้านการส่งเสริม เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาคี ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และเกษตรกรเครือข่ายหญ้าแฝก จาก 40 หน่วยงาน เข้าร่วมกว่า 200 คน


นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(กปร.) กล่าวว่า สำนักงาน กปร. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี “หญ้าแฝก” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ

ปัจจุบัน สำนักงาน กปร. ได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวม 51 หน่วยงาน พร้อมทั้งพัฒนาเครือข่ายคนรักษ์แฝก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันขยายองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้ส่งเสริมการใช้หญ้าแฝกมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี นับตั้งแต่มีพระราชดำริเมื่อปี 2534 ให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ผ่านคณะกรรมการบริหารโครงการและการบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาคี ขยายผลจากองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

“นอกจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว สำนักงาน กปร. ยังมุ่งต่อยอดหญ้าแฝกให้เกิดประโยชน์ในมิติของเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพ โดยสามารถนำส่วนต่าง ๆ ของหญ้าแฝก ตั้งแต่ใบ ลำต้น ไปจนถึงราก มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายทั้งงานหัตถกรรม เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง เสื้อผ้า และกระเป๋า พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานและคุณภาพ มีมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รับรอง” นางสุพรกล่าว

Advertisement

จากภูมิปัญญาสู่ “งานวิจัย-นวัตกรรม” เพิ่มมูลค่าหญ้าแฝกด้านการวิจัยและนวัตกรรม นายภานุวัตร ทองสอง หัวหน้าแผนกพัฒนาวิจัยนวัตภัณฑ์ มูลนิธินวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน กปร. เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก นำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้กับประชาชนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ ไปจนถึงเวชภัณฑ์ “สารสกัดจากหญ้าแฝกยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นน้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน สเปรย์ฉีดช่องปาก และผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดฟันปลอม โดยใช้วัตถุดิบจากหญ้าแฝกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP มาสกัดสารสำคัญ ซึ่งพบว่าสารจากหญ้าแฝกมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ในช่องปาก รวมถึงเชื้อที่ก่อให้เกิดฟันผุ เชื้อรา และแบคทีเรีย อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากน้ำมันหอมระเหยของหญ้าแฝก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของหญ้าแฝกในการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ” นายภานุวัตร กล่าว

ขณะเดียวกัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้นำใบหญ้าแฝกมาพัฒนาเป็นเส้นใยสำหรับผลิตสิ่งทอ โดยสามารถนำเส้นใยหญ้าแฝกมาผสมกับฝ้ายเพื่อผลิตเป็นผืนผ้า กระเป๋า หรือเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน อาจารย์พิชิตพล เจริญทรัพยานันท์ สาขาวิชาเทคโนโลยีเคมีสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดเผยว่า เส้นใยจากใบหญ้าแฝกมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ดี ที่สำคัญ การนำใบหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ไม่กระทบต่อการปลูกหญ้าแฝก เนื่องจากเป็นการนำใบที่ตัดแต่งเมื่อหญ้าแฝกเจริญเติบโตได้ระดับหนึ่งมาใช้ ซึ่งยังช่วยกระตุ้นให้หญ้าแฝกแตกกอและเพิ่มปริมาณได้อีกด้วย
“ก่อนหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อสำรวจความต้องการและแนวทางในการพัฒนาอาชีพของคนในชุมชน พบว่าในพื้นที่มีการปลูกหญ้าแฝกเป็นจำนวนมาก จึงเกิดแนวคิดในการนำหญ้าแฝกมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า โดยได้นำใบหญ้าแฝก ที่ผ่านการตัดแต่งมาพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานจักสานและงานถักทอ ซึ่งประสบความสำเร็จ สามารถนำมาถักทอร่วมกับผ้าฝ้าย ก่อนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เสื้อคลุมและกระเป๋า นอกจากนี้ ยังพบว่าใบหญ้าแฝกสามารถนำมาย้อมสีได้ทั้งจากสีธรรมชาติและสีเคมี ช่วยเพิ่มความหลากหลาย ความสวยงามให้แก่ผลิตภัณฑ์ และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุในชุมชน พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อีกทางหนึ่ง” อาจารย์พิชิตพล เจริญทรัพยานันท์ กล่าว

นางสุพรกล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสรุปผลสำเร็จของการดำเนินงาน พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงาน และเครือข่ายคนรักษ์แฝก รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้และขยายผลการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การอนุรักษ์ดินและน้ำ การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม การส่งเสริมสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานหัตถกรรม ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ การเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนิทรรศการแสดงผลสำเร็จจากหน่วยงานต่าง ๆ รวม 19 หน่วยงาน สะท้อนให้เห็นถึงการนำหญ้าแฝกไปประยุกต์ใช้และต่อยอดในมิติต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ การสัมมนายังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมหญ้าแฝกนานาชาติ ครั้งที่ 8 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 พฤษภาคม 2570 ณ เมืองเจนไน สาธารณรัฐอินเดีย โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ทรงเปิดการประชุม

“การเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายผลงานวิจัย องค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านหญ้าแฝก พร้อมทั้งสร้างและปลูกฝังคนรุ่นใหม่ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายให้เข้มแข็ง เพื่อให้หญ้าแฝกเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริต่อไป” นางสุพรกล่าว