หน้าแรก ในประเทศ คืบน้ำมันรั่ว...

คืบน้ำมันรั่วพระราม 3 เผยผลตรวจท่อระบายน้ำ ค่า VOCs พุ่ง 626 ppm จนท.ขุดเปิดหน้าดิน เริ่มเจอคราบ

9.09.26 | 22:47 น.

คพ.เตือนภัยไอระเหยน้ำมัน ตรวจ VOCs สูงสุด 626 ppm-LEL 2-18% กำชับตรวจวัดทุกครั้งก่อนทำงาน พร้อมเฝ้าระวังชุมชน

เมื่อวันที่ 9 กันยายน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เดินหน้าติดตามตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหล บริเวณถนนเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือตรวจวัดลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชนและเร่งค้นหาต้นตอการรั่วไหล


นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ.ตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และค่าระดับการติดไฟ (LEL) ภายในท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร พบว่าบริเวณด้านท้ายน้ำบางช่วงมีค่า VOCs สูงถึง 626 ppm และค่า LEL อยู่ที่ 2-18% โดยคาดว่าเป็นผลจากการจำกัดพื้นที่ปนเปื้อนน้ำมัน ทำให้ไอระเหยของน้ำมันสะสมอยู่บริเวณบ่อที่ถูกปิดกั้น จึงทำให้ค่าตรวจวัดสูงขึ้นเป็นบางช่วงเวลา ทั้งนี้ คพ.ยังคงติดตามตรวจวัดอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน คพ. ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สำรวจผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนโดยรอบ พบว่าชุมชนที่อยู่ติดพื้นที่เกิดเหตุยังคงได้กลิ่นน้ำมันเป็นระยะ ขณะที่ชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา เขตยานนาวา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20-50 เมตร ไม่พบกลิ่นน้ำมัน และผลตรวจวัดของสำนักอนามัยไม่พบค่า VOCs และ LEL โดยเจ้าหน้าที่ได้แนะนำประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัย งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ เพื่อความปลอดภัย

Advertisement

สำหรับการค้นหาสาเหตุ ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันได้หยุดใช้งานท่อน้ำมันตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 และอยู่ระหว่างเปิดหน้าดินบริเวณจุดต้องสงสัย เพื่อค้นหาตำแหน่งการรั่วไหลที่แน่ชัด โดยคาดว่าหากพบจุดรั่วและสามารถเข้าซ่อมแซมได้ จะใช้เวลาประมาณ 5 วัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการแต่ละรายได้เตรียมแผนรองรับผลกระทบจากการหยุดใช้งานท่อไว้แล้ว

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และสั่งเร่งเปิดผิวดินบริเวณถนนเชื้อเพลิงที่ความลึกประมาณ 1.5-2 เมตร เพื่อค้นหาจุดท่อน้ำมันรั่วซึมใต้ดิน โดยประสาน กทม. การรถไฟแห่งประเทศไทย และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ร่วมดำเนินการ พร้อมระงับการส่งและจ่ายน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวทั้งหมดจนกว่าจะซ่อมแซมและยืนยันความปลอดภัย

ด้านการค้นหาต้นเหตุล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนใช้เครื่องตรวจสอบแนวท่อและการรั่วไหล DCVG (Direct Current Voltage Gradient) พบจุดต้องสงสัยเบื้องต้น 3 จุด ก่อนเปิดผิวถนนตรวจสอบ โดย คพ.กำชับให้ตรวจวัดค่า LEL ก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไอระเหยน้ำมัน

ล่าสุดเวลาประมาณ 17.30 น. ทีมผู้เชี่ยวชาญเปิดหน้าดินบริเวณจุดแรกริมทางรถไฟ และพบคราบน้ำมันเล็กน้อยที่ความลึกประมาณ 2.5 เมตร ถือเป็นข้อมูลสำคัญในการสืบหาต้นตอ โดยในวันพรุ่งนี้ คพ.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บตัวอย่างน้ำมันบริเวณดังกล่าว ส่งตรวจวิเคราะห์ Oil Fingerprint หรือลายนิ้วมือน้ำมัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับตัวอย่างน้ำมันที่พบในท่อระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยยืนยันว่ามีแหล่งที่มาเดียวกันหรือไม่ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการระบุต้นตอการรั่วไหล

“คพ.จะติดตามตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญทั้งการค้นหาต้นเหตุ การควบคุมผลกระทบ และความปลอดภัยของประชาชน พร้อมประสานทุกหน่วยงานจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” ดร.สุรินทร์กล่าว