เสวนา “เมาเกลื่อนเมือง เรียนรู้จาก UK” ชี้ไทยเน้นแก้ปัญหาน้ำเมาเฉพาะช่วงเทศกาล

23.06.17 | 17:08 น.

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่หอศิลปวัฒนธรรรมกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดโครงการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านการชมภาพยนตร์ A Royal Hangover และจัดงานเสวนาในหัวข้อ “เมาเกลื่อนเมือง เรียนรู้จาก UK” โดยมีนายตวง อันตะไชย ประธานคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการบริหารกองทุนและกรรมการสำนัก 1 สสส. นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการงานแผนพัฒนาและนโยบายสาธารณะฯ สคล. นางธิดา ผลิตผลการพิมพ์ บรรณาธิการนิตยสาร Bioscope และผู้ก่อตั้ง Documentaty Club และนายนพรัตน์ คาบสมุทร ผู้มีประสบการณ์ตรง ร่วมบรรยาย

นายตวง กล่าวว่า แม้ประเทศไทยได้มีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ปี 2551 และมีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในหลายมติเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังคงเห็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โฆษณาทั้งทางตรงและแอบแฝง อีกทั้งใช้สื่อสมัยใหม่เจาะกลุ่มเด็กและเยาวชนมากขึ้น ดังนั้น การใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์ A Royal Hangover ที่เป็นเหตุการณ์จริงในประเทศอังกฤษ จะตีแผ่แนวคิดได้อย่างหลากหลายแง่มุม โดยจะช่วยให้กระตุ้นให้คิดและมองปัญหาได้อย่างรอบด้าน สอดคล้องกับสถานการณ์นักดื่มในบ้านเรา
ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องเครื่องแอลกอฮอล์ ไม่เพียงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นปัญหาของทั่วโลกด้วย ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าวได้สะท้อนแง่มุมได้ 3 ช่วงเวลา คือ ช่วงแรกหนังได้สะท้อนให้เห็นถึงสาเหตุของประชาชนที่หันไปดื่มแอลกอฮอล์ อันเนื่องมาจากเพราะอดีตหรือประวัติศาสตร์ เช่น การส่งเบียร์ไปยังกองทัพ ไม่เชื่อมั่นว่าน้ำสะอาดต้องดื่มเบียร์ และความเชื่อ ฉะนั้นหากจะมองปัญหาว่าทำไมคนหันไปกินเหล้าต้องมองหลายมิติและหากจะแก้ปัญหาต้องย้อนกลับไปยังต้นเหตุด้วย ต่อมาถึงเรื่องของผลกระทบจากการดื่มที่สะท้อนให้เห็นว่ามักส่งผลกระทบแก่ผู้อื่น ทั้งหน่วยงานรัฐที่ต้องทุ่มงบประมาณจำนวนมาก ตลอดจนสังคมและครอบครัว และช่วงสุดท้ายหากจะแก้ปัญหาโดยการดึงเยาวชนออกมาจากปัญหาจะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งสะท้อนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาอย่างไร รวมถึงสสส.ด้วย

“ผมชอบตอนหนึ่งในหนังที่นักวิเคราะห์เข้าไปศึกษาและเห็นว่าภาครัฐได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่กลับทุ่มงบในเรื่องของแอลกอฮอล์น้อยมาก ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยเป็นเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อปี 2559 กระทรวงสาธารณสุขอยู่ในลำดับที่ 9 ของการจัดงบประมาณ และลงลึกเข้าไปถึงรายละเอียดการทำงานของกรมและภาคีต่างๆ ปรากฎว่างบน้อยมากและเอาไปทำอย่างอื่นเสียหมดและนำมาดำเนินโครงการเกี่ยวกับแอลกอฮอล์น้อยที่สุด ซึ่งรัฐไม่เห็นในส่วนนี้ เน้นรณรงค์เฉพาะเทศกาลแต่ไม่ทำในระยะยาว” นายวิเชษฐ์ กล่าว

Advertisement

ด้านนายวิษณุ กล่าวว่า หนังเรื่องนี้พูดถึงเรื่องโครงสร้างทางสังคม ไม่มีพื้นที่สร้างสรรค์ ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยก็เป็นเช่นนั้น ซึ่งมองว่าควรกดดันรัฐให้บังคับใช้กฎหมายและจัดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับประชาชน ซึ่งตนหวังว่าหากหนังเรื่องนี้ได้ฉายไปในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศและเปิดให้เกิดการถกเถียงในสังคมจากหนังอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่นโยบายได้