หน้าแรก ในประเทศ เผย สมีโชติ เ...

เผย สมีโชติ เคยเป็นเด็กวัด-ร่างทรง ก่อนลาอดีตภรรยามาบวชตอนอายุ 35

11.09.26 | 19:34 น.

เผย สมีโชติ เคยเป็นเด็กวัด-ร่างทรง ก่อนลาอดีตภรรยามาบวชตอนอายุ 35

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงการสงฆ์และสร้างความสะเทือนใจแก่พุทธศาสนิกชน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเข้าจับกุม “อดีตพระอาจารย์โชติ” หรือ “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวงชื่อดัง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยสีกาคนสนิท ในข้อหายักยอกเงินวัดหลายร้อยล้าน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน รวมทั้งมีคลิปเสพเมถุนสีกา กลายเป็นข่าวสะเทือนวงการสงฆ์เป็นอย่างมาก


รายการ โหนกระแส วันที่ 11 ก.ย. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ได้สัมภาษณ์ตร.ชุดเข้าจับกุม อย่าง พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รองผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร รองผกก. 1 บก.ป. มาพร้อม จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา , ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ และ มหาหมี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม

สมีโชติ

หลังจากออกอากาศไป เห็นว่าตอนนี้เงิน 200 กว่าล้านแล้วนะ?

จตุรงค์ : จำนวนยอดก็ไม่ได้เกินความคาดคิด ครั้งนี้ก็ดูแลได้อย่างดี ค้นได้เต็มที่ รุกได้ทุกหน่วย สามารถไปค้นหาฝั่งสีกา ได้หลักฐานพยานวัตถุได้เป็นอย่างดีแล้วครับ

Advertisement

ที่มาที่ไปคดีนี้ เริ่มได้ยังไง ทำไมถึงไปจับสมีโชติได้?

พ.ต.ท.สมเดช : ที่มาที่ไปคดีนี้เริ่มต้นจากหนังสือร้องเรียน 1 ฉบับ มีคนร้องเรียนมา ไม่ประสงค์ออกนาม พอเราดูหนังสือร้องเรียน เราแยกเป็นสองประเด็น คือเจ้าอาวาสวัดมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกไปในเชิงชู้สาวในหนังสือร้องเรียนระบุชัดเจนและสุ่มเสี่ยงกับการทุจริตเงินของวัด ซึ่งครั้งที่เราได้รับหนังสือร้องเรียน ช่วงกลางๆ เดือนก.ค.ที่ผ่านมา พอได้รับร้องเรียน ผู้บังคับบัญชาก็ให้ตรวจสอบตามที่มีคนร้องเรียน ปรากฏว่าทางรองกฤษฏา ท่านเป็นรองผู้กำกับที่คุมด้านการสืบสวน บังเอิญท่านเป็นอดีตลูกศิษย์ของอดีตหลวงพ่อ

เป็นลูกศิษย์เลยเหรอ?

พ.ต.ท.กฤษฎา : เคยไปกราบไหว้ครับ

เหนือดวง มีมั้ย?

ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ (หัวเราะ)

พ.ต.ท.สมเดช : ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ระหว่างที่เราตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อมูล เราใช้เวลาตรวจสอบบวกลบเกือบเดือน ต่อมามีหนังสือร้องเรียนอีกฉบับตามมาอีก น่าเชื่อว่าเป็นคนเดิม แต่หนังสือร้องเรียนฉบับที่สอง มาพร้อมแฟลชไดร์ฟแนบคลิปมา ซึ่งปรากฏว่าพอเราตรวจสอบคลิปจากแฟลตไดร์ฟที่แนบมากับพยานหลักฐานที่เราได้รวบรวมหลังจากได้รับการร้องเรียนฉบับแรกปรากฎว่ามันแมตซ์กันตรงกัน เราก็รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบว่าเรื่องนี้แบ่งเป็นสองประเด็น คือพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสในส่วนพระธรรมวินัย น่าจะมีความผิดชัดเจนแล้ว เรื่องปาราชิกก็ว่ากันไป

แฟลชไดร์ฟนั้นเปิดมาตกใจมั้ย?

พ.ต.ท.สมเดช : ถามว่ามันชัดมั้ย ทับไดร์ฟอันที่สอง น่าจะมาจากกล้องวงจรปิดของวัด เราก็เอามาแมตซ์กับพยานหลักฐานที่เราได้จากการสืบสวนของเราเอง เพื่อตอบข้อร้องเรียนตามหนังสือ ปรากฏว่าพยานหลักฐานมันแมตซ์กัน เห็นภาพ เห็นพฤติกรรม ก็ชี้ชัดได้ว่าน่าจะมีการปาราชิก

ก็เป็นคลิปที่เราได้เห็นกันมั้ย (เปิดคลิปกอดจูบหน้าเตาตึ๊ง)?

พ.ต.ท.กฤษฎา : อันนี้ไม่ใช่จากตร.ครับ

เดี๋ยวจะหาว่าหลุดจากตร. ไม่ใช่นะ ที่ท่านได้มาเป็นแบบไหนเหรอ?

พ.ต.ท.กฤษฎา : เป็นบนโต๊ะครับ

แต่ยืนยันว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ตร.ไม่ได้เอาคลิปออกมาเองแล้วหลุดออกไป แต่เป็นพลเมืองดี นำคลิปที่ก่อนหน้านี้กระจายแพร่หลายก่อนแล้ว แล้วเอามาให้ตร. เดี๋ยวจะเข้าใจว่าหลุดจากตร.หรือเปล่า ไม่ใช่นะ?

พ.ต.ท.สมเดช : ครับ ทีนี้เราก็ย้อนกลับไปที่หนังสือร้องเรียน ความประพฤติไม่เหมาะสม 1 เรื่อง สุ่มเสี่ยงทุจริตเงินวัด จึงเป็นจุดเริ่มต้นนับหนึ่งให้เราเจาะไปลึกว่าทางอดีตเจ้าอาวาสมีการทุจริตจริงหรือไม่ พอตรวจสอบแล้ว พบว่ามีมูลความจริง เพราะเกี่ยวกับมูลนิธิของวัด มูลนิธิหวันโชติ จดเมื่อพ.ย.68 ซึ่งตรงนี้เป็นข้อที่ทางตัวท่านเองก็รับสภาพว่ามูลนิธินี้ไม่สามารถออกใบอนุโมทนาได้ ยังไม่ครบหลักเกณฑ์ ปรากฏว่าผู้มาบริจาคเงินให้วัด ใช้วิธีการเอาบัญชีมูลนิธิให้ผู้บริจาคโอนเข้าไปแล้วออกใบอนุโมนาบัตรให้ พอพบพยานหลักฐานตรงนี้ก็ค่อนข้างชี้ชัด ความเสียหายเบื้องต้นเท่าที่เราตรวจสอบ และประมวลเรื่องมา ประมาณ 100 ล้านบาทเศษ เลยเป็นที่มาที่ไปได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับเจ้าอาวาส และหญิงคนสนิท เพราะทางธุรกรรมการเงินมีการเชื่อมกัน จนนำมาสู่การออกหมายจับ เราได้ขออนุมัติศาลอาญาทุจริตภาค 1 ในการพิจารณาออกหมายจับและหมายค้น และจับกุมตัวเมื่อวาน ซึ่งการจับกุมตัวแยกเป็นสองส่วน ทางวินัย ทางสำนักพุทธจังหวัด พระผู้ปกครองชั้นผู้ใหญ่ที่มีชั้นยศเหนือกว่าของท่านได้มาดำเนินการในส่วนตรงนี้ ท่านก็ดำเนินการสึกไป ข้อหาที่เราตั้งคือ 147 157 ฟอกเงิน ผู้หญิงโดนสนับสนุนก็ว่ากันไป

หลักฐานไปถึงเอ๋ชัดเลยมั้ย?

พ.ต.ท.สมเดช : ในชั้นนี้ค่อนข้างชัด เพราะศาลได้พิจารณาออกหมายจับ

มุมพี่กฤษฏา เป็นลูกศิษย์ลูกหา ขึ้นตรงกับท่านเลยใช่มั้ย?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ต้องบอกว่าตัวลูกศิษย์ของท่านมันแบ่งเป็นชั้นๆ เป็นชั้นใน ชั้นกลาง ชั้นนอก ลูกศิษย์ชั้นในคือลูกศิษย์ที่รับใช้ภายในวัดอยู่แล้ว ชั้นกลางเป็นผู้มีตำแหน่ง มีเงินทอง ชั้นนอกอาจเป็นคนทั่วไปมาไหว้เป็นประจำ ส่วนผมอยู่กลางๆ ไปทางนอกๆ หน่อย ผมเคยไปกราบไหว้นานแล้วเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว

ท่านรองไปสืบยังไง?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ทางหนังสือร้องเรียนเข้ามาปุ๊บ ผกก.ก็มอบหมายให้ทีมพวกผมเป็นคนทำ ซึ่งผมเป็นรองผกก.คุมงานสืบอยู่ ชุดผมเคยมีประสบการณ์ทำเคสวัดพระบาทน้ำพุ ก็เลยได้เข้ามาทำเคสนี้ด้วย พอได้รับหนังสือร้องเรียน  เราก็อ้าว พระอาจารย์ เลยดำเนินการสืบสวนตามที่ท่านรองสมเดชบอกไป ผมก็สืบสวน พอเราชี้ชัดแล้วว่ามีการผิดพระธรรมวินัยจริง มันก็เป็นมูลเหตุจูงใจให้กระทำความผิดทางอาญา มีมูลเหตุจูงใจให้ใช้เงินตรงนี้ เราก็ใช้เป็นตัวรายงานของเราด้วย

ถ้าเทียบระหว่างวัดพระบาทน้ำพุกับวัดพุทไธศวรรย์ความแตกต่าง มันแตกต่างกันไม่มากเลยใช่มั้ย กับการออกใบอนุโมทนาบัตร?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  เคสพระบาทน้ำพุมีความยากในการสืบสวน เส้นทางการเงินและเอกสารค่อนข้างยากกว่า แต่รูปแบบคล้ายกันเป็นการใช้มูลนิธิ ผมมองว่าถ้าดูจากไทม์ไลน์เวลาการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ มันเกิดขึ้นปี 68 หลังพวกเราแถลงข่าวเรื่องวัดพระบาทน้ำพุไป เป็นไปได้ว่าสมีโชติอาจดูข่าว แล้วเกิดความกังวล ก็อาจใช้ช่องทางอีกช่องทางนึงเพื่ออยากให้ตัวเองโปร่งใสสะอาดขึ้น

ก่อนจดเป็นมูลนิธิ เขามีช่องทางรับเงินแล้วโอนข้าวของเขาเลย?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ครับ ตรงนี้อยู่ในเนื้อสำนวนอยู่แล้วครับ

พอเห็นว่ามีข่าววัดพระบาทน้ำพุเลยจดเพื่อให้เป็นมูลนิธิเพื่อสวมภายหลังว่าต่อไปออกใบอนุโมทนา แต่ถ้าสมีดูละเอียดจริงๆ จะไม่ทำแบบนี้เลย ที่เขาเกมกันเพราะเงินที่บริจาคให้วัด แต่ออกเป็นใบอนุโมทนาบัตร บางใบปั๊มตราวัดด้วยถึงโดน ฉะนั้นอันนี้ชัดเจนเลย เส้นเงินถ้าไม่เข้าบัญชีวัด มันไปไหน พอเขาตรวจสอบแล้วกระทบยอดกับใบอนุโมทนาบัตร มันเห็นชัดเลยว่าเงินไปอยู่กับหลวงพ่อ นี่เป็นที่มาที่ไป เรื่องเงิน ล่าสุด 200 กว่าล้าน?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  เป็นเงินสด เจอจากวัดประมาณ 140 ล้าน

เห็นว่าเมื่อวานกองปราบเอาเครื่องนับเงินไปนับ จนเครื่องพังไปสองเครื่อง จริงมั้ย?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  จริงครับ เพราะเครื่องมันเล็ก เรายืมร้านทองแถวนั้นมาใช้ ร้านเขาปิดเราเลยต้องเอาไปคืน เอาเครื่องเล็กมาใช้ เครื่องมันก็เลยพัง

พฤติกรรมที่นายโชติทำ เขาทำแค่สองคนจริงๆ เหรอ ตัวเส้นเงินอาจกระจายไปหาใครหรือเปล่า ได้ตรวจสอบหรือยัง?

พ.ต.ท.สมเดช : เบื้องต้นเราตรวจสอบ ก็มีบุคคลที่อยู่ในข่ายมากกว่าสอง แต่พยานหลักฐานที่ชี้ชัดจริงๆ ก่อนไปนำเสนอศาลออกหมายจับ มันยังบ่งชัดแค่ 2 คน แต่หลังจากนี้ที่เราจับกุม มีการนำหมายค้นเข้าไปยึดและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จากสถานที่ที่เราเข้าค้นเมื่อวานเราจะได้นำมาวิเคราะห์และประมวลดูว่ามันจะมีความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นด้วยหรือไม่อย่างไร

คิดว่าน่าจะมีมั้ย?

พ.ต.ท.สมเดช :  ผมเชื่อว่าความรู้สึกเดียวกันกับพี่น้องสื่อมวลชน คิดว่ายังไงก็มี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ภายใต้พยานหลักฐานที่เราพบครับ

เวลาเซ็น เขาเซ็นกันกี่คน?

พ.ต.ท.สมเดช :  ถ้าเป็นใบอนุโมทนาบัตรเป็น 1  ไวยาวัจกร 2 ท่านเจ้าอาวาส เพราะมีตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงาน อำนาจเซ็นมีแค่สองคนนี้ เมื่อวานที่เข้าไปได้ต้นขั้วของใบอนุโมทนาบัตร ต้นขั้วมีก่อนหน้า 1 ม.ค. เป็นเปเปอร์หมด หลัง 1 ม.ค.69 เป็นระบบอินโนเนชั่นหมด เป็นอิเล็กทรอนิกส์หมด เราก็ไปไล่ดูว่ามียอดเงินที่ออกไป แล้วเงินไม่เข้าวัดบ้างมากน้อยเพียงใด ต้องใช้เวลา

พ.ต.ท.กฤษฎา :  ที่เราตรวจสอบตั้งแต่ 1 ม.ค. ปีนี้เป็นต้นมา แต่เราต้องตรวจสอบเอกสารที่เรายึดมาเมื่อวาน เอกสารต้นขั้วที่ท่านรองสมเดชบอกซึ่งต้นขั้วพวกนี้มีเยอะ เราอาจต้องใช้เวลาในการประมวลและตรวจสอบอาจจะเจอมูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นครับ

เอาแบบชัดๆ เงินในบัญชีหลวงพ่อ เฉพาะเงินในบัญชี มีเท่าไหร่?

พ.ต.ท.สมเดช : เท่าที่ตรวจพบหลายๆ บัญชีของแก ยอดกลมๆ อยู่ที่ 290 ล้านบาท

เงินสดที่ไปเจอเมื่อวานเท่าไหร่?

พ.ต.ท.สมเดช :  138 ล้าน

428 ล้าน มีทองคำอีกเท่าไหร่?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ที่ชั่งได้ประมาณพันกว่าบาท มีทองคำที่เป็นพระพุทธรูป รูปใหญ่ๆ ตรงนี้น้ำหนักมันเยอะ ข้างใต้เอาปูนพลาสเตอร์อัดไว้ ตรงนี้อาจหามวลน้ำหนักไม่ได้ แต่เบื้องต้นที่ลองตรวจสอบดู น่าจะน้ำหนักองค์ละกิโลกว่าๆ ถึงสองกิโล อีกประมาณ 7-10 องค์ ไม่แน่ใจตรงนี้ เพราะไม่แน่ใจ มันต้องหลอมก่อนถึงจะรู้ว่าน้ำหนักเท่าไหร่

แต่เป็นทองทั้งหมดหรือเปล่า?

พ.ต.ท.กฤษฎา : เป็นสีทอง แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ แต่ทองคำแท่งต่างๆ นานา อาจมีน้ำหนัก 10 กิโล

พันกว่าบาทที่ไปเจอ?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  พันกว่าบาทนี่คือพันกว่าบาท บวกกับพระพุทธรูปอีกประมาณ 10 กิโล ที่เอามาหลอมเป็นทอง พระพุทธรูปสี่องค์ด้านหลัง มีน้ำหนักเยอะมาก พอพลิกดูข้างใต้มีปูนพลาสเตอร์อัดอยู่ เราก็ลองเคาะปูนพลาสเตอร์ออก แล้วชั่งน้ำหนักเพียวๆ เกือบ 2 กิโล รวมๆ ตรงนี้ก็เกือบ 8 กิโล ตีเป็นกี่บาทก็ต้องคำนวณดูอีกที

คร่าวๆ เงินในบัญชี 290 ล้าน เงินสดที่เจอเมื่อวาน 138 ล้าน ทองคำอีก 1,000 บาท (ไม่รวมทองจากพระพุทธรูปอีกประมาณ 10 กิโล) เบ็ดเสร็จรวมประมาณ 500 ล้าน ยังไม่มีการเช็กว่ามีการกระจายไปถึงจุดไหน ไปอยู่กับสีกาเท่าไหร่ อยู่กับบุคลที่สอง ที่สาม ที่สี่ อันนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ตัวท่านเอง ณ ตอนนี้ ที่เจอ 500 ล้าน เงินที่เข้าไป เป็นเงินขายวัตถุมงคลหรือเงินทำบุญ?

พ.ต.ท.สมเดช : เท่าที่เราตรวจพบ เราเห็นสักประมาณ 100 ล้านนิดๆ เท่านั้นเอง แต่ต้องมาดูว่ามูลค่าทรัพย์สินที่ได้มา 500 ล้าน มีใบอนุโมทนาบัตรหรือมีอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับตรงนั้นด้วยหรือไม่

หนึ่งมาจากวัตถุมงคลที่มีการให้เช่า สองบริจาคเข้ามา?

พ.ต.ท.สมเดช : ถ้าเราดูข้อมูลของท่าน ท่านมีชื่อเสียงเป็นเกจิ เป็นพระอาจารย์ที่ทางเซียนพระรู้จักกันดี ตั้งแต่ปี 49 ที่สร้างเหรียญเหนือดวง เราก็ต้องมาดูว่าจริงๆ แล้วทรัพย์สินที่เราตรวจยึดตรวจพบมันอยู่ในส่วนไหน เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เขาทำมาหาได้มาจากอะไร ก็ต้องว่ากันไป มีสิทธิ์ทำได้หรือเปล่า มันเหมาะมันควรหรือไม่อย่างไร ต้องดูว่าทางสงฆ์ห้ามหรือไม่ ทำวัตถุมงคลเป็นพุทธพาณิชย์ ถ้าไม่ได้ห้ามก็ไม่ได้ผิดหรือเปล่า ต้องดูอีกที

เงินอาจต้องแยกออกไปแล้วตรวจความผิดกันก่อน ท่านเองเชี่ยวชาญวัตถุมงคล ทำวัตถุมงคลขายแล้วเงินเข้ามาเป็นของท่านหรือเปล่า แต่ผิดหรือไม่ผิดตอบไม่ได้ ได้มั้ยพี่หมี?

มหาหมี : ประเด็นคือท่านเป็นเจ้าอาวาส ถ้าท่านเป็นพระลูกวัดก็อีกเรื่องนึง แต่เจ้าอาวาสเขาให้แยกบัญชีวัดกับส่วนตัวออกอย่างชัดเจน ทีนี้การทำวัตถุมงคลไม่ว่าจะวัดทำเองหรือมีเซียนพระมาร่วมกัน แต่ทำขึ้นชื่อวัด เหมือนเราเอาชื่อบริษัทไปใช้ในกิจการต่างๆ ทุกอย่างที่เข้ามาต้องเป็นของวัด ยกเว้นกรณีวัตถุมงคลรุ่นนี้ ท่านทำในวันเกิดของท่านต่างหากไม่เกี่ยวกับวัด การแยกบัญชีไม่มีทางแยกออก เพราะความที่ท่านเป็นเจ้าพนักงาน อย่างที่ท่านรองพูดว่า ความเป็นเจ้าพนักงาน เป็นเจ้าอาวาสวัด ไม่สามารถแยกเงินวัดกับเงินตัวเองออกได้ เพราะจัดกิจการ ทุกอย่างคือกิจการ พอขึ้นชื่อวัดมันเข้าข้อกฎหมาย ผลประโยชน์รายได้ต้องเข้าวัดครับ

เมื่อวานเกรงใจลูกศิษย์เขาที่มานั่งอยู่ด้วย?

จตุรงค์ : ผมเกรงใจเยอะมาก กระทบหมด เซียนก็กระทบ ผู้ใหญ่ก็กระทบ ตร.ก็กระทบ ถ้าให้ผมวิเคราะห์ ผมมองว่าเราต้องเข้าใจก่อนว่างานนี้จุดตัดอยู่ที่อนุโมทนาบัตร ไม่ทำก็ได้ นาทีแรกคุณบอกไปซะว่าพระเครื่องจัดสร้างเป็นของบุคคล เช่นผมเป็นเจ้าอาวาส ผมให้พี่ตุ๋ยเป็นคนสร้าง ผมทำหนังสือเซ็นให้พี่ตุ๋ยสร้าง โดยพี่ตุ๋ยถวายเงินให้วัดมา 500 ล้านบาท จะเอาพระเครื่องไปขายเท่าไหร่เป็นเรื่องนายตุ๋ย ก็อารมณ์เดียวกับเสี่ยอู๊ด สมเด็จเหนือหัว เราจะเห็นได้ชัดว่าทำไมเจ้าพระคุณสมเด็จเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวถึงรอด ก็ใช้วิธีนี้ ดังนั้นฉันใดก็ฉันนั้น จะอธิบายให้ง่ายๆ ที่สุด พระเครื่องก็เหมือนดอกไม้ธูปเทียน ถ้าเราลงให้เป็นดอกไม้ธูปเทียน ก็จบ ทำไมต้องไปลงอยู่ในรูปเงินบริจาค แล้วยิ่งไปดื้อมาใส่ในรูปแบบบัญชีตามมูลนิธิของกระทรวงมหาดไทยอีก ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ตร.บอกแล้วว่าทำไม่ได้ สิ่งที่เขาทำมันไม่เข้าเกณฑ์ ไม่เข้าเกณฑ์กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับมูลนิธิ ไม่เข้าเกณฑ์สำนักพุทธฯ แล้วเชื่อมั้ยเดี๋ยวนี้วัดหลายวัดเขาแอดวานซ์ถึงขนาดว่า ปีบัญชีล่าสุดที่ยื่น อย่างรายการคุณกรรชัย มันจะเด้งมาหมดเลยว่าจ่ายเงินผมกี่บาท ที่ตกใจกว่านั้นผมไปทำบุญวัดเทวราชกุญชร กับวัดสามพระยา ขึ้นหมดเลย แล้วให้ผมลดหย่อนได้ตรงนั้นเลย กลายเป็นว่าเดี่ยวนี้เทคโนโลยีล่าสุดมันจะเห็นเลยว่าเราทำบุญที่ไหนบ้าง สรรพากรจะขึ้นมาเลย ดังนั้นฝากนะครับวัดไหนก็ตาม เขาจะไม่เอาไว้นะครับ  ของพวกนี้ต้องระวัง ท่านต้องฝึกในการลงบัญชี วัตถุมงคลก็ควรลงบัญชีเป็นรายได้อื่นๆ หรือลงบัญชีรายได้จากการขายของบริจาค ของที่ระลึก ไม่ควรเอามาลงแล้วออกใบอนุโมทนาบัตร เพราะคุณจะซวย เป็นเงินผิดประเภท เงินทำบุญก็เหมือนตอนแพรรี่รับสแกนตอนเป็นพระ ต้องแยกจากเงินส่วนตัวกับเงินวัด กฐิน ผ้าป่าคือเงินวัด แต่เงินขายวัตถุมงคล มันเป็นพื้นที่สีเทา ถ้าคุณบริหารบัญชี คุณจะเอาไว้วัดหรือส่วนตัว ซึ่งมันทำได้ทั้งคู่ ผมเชื่อว่าพระในประเทศไทยมีเงินในบัญชีส่วนตัวหลักพันล้าน ให้ชี้มั้ยมีองค์ไหน แล้วทำอะไรไม่ได้ด้วย เพราะเขาบอกเงินเขา

แย้งได้มั้ย เปิดมูลนิธิแต่ไม่ทำงานทำการอะไรเลย?

มหาหมี : เอาให้ชัดก่อนระหว่างมูลนิธิกับวัด เดิมในปี 2505 พรบ.สงฆ์วัดเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 72 ของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่หลังปี 35 เป็นกฎหมายมหาชน แต่มูลนิธิวัดเป็นแพ่งและพาณิชย์ มันแยกส่วนกันนะครับ มูลนิธิสมาคมเขาทำงานตามวัตถุประสงค์ มีคณะกรรมการชัดเจน แม้ประธานคณะกรรมการเป็นเจ้าอาวาสก็จริง แต่วัตถุประสงค์ต่างกัน และเงินของมูลนิธิไม่ใช่เงินวัด เงินวัดไม่ใช่เงินมูลนิธิ ในกรณีเขาเปิดมูลนิธิสมาคมขึ้นมาในวัดหมิ่นเหม่สมคบกันฟอกเงิน ในการเอาเงินวัดแล้วออกใบอนุโมทนาในนามมูลนิธิมันทำไม่ได้ เนื่องจากการเปิดมูลนิธิสมาคมถ้าไม่ครบ 3 ปี ไม่สามารถออกใบตอบแทนในลักษณะผู้ลดหย่อนแล้วเอาไปเบิกได้ถูกมั้ย พอทำไม่ได้ เขามีวิธีการง่ายๆ หลังเกิดกรณีสีกาคนดังปี 68 เขาก็ชิงไปเปิดเพื่อเอาเงินไปเข้า แต่เขาลืมศึกษาไปว่าพอเปิดมูลนิธิเข้ามา การเอาใบอนุโมทนาวัดไปออกในนามมูลนิธิมันจะกลายเป็นว่าเป็นเจ้าพนักงานแล้วทำเอกสารเป็นเท็จหรือปลอมขึ้นมาทั้งฉบับ แล้วเงินที่เข้ามูลนิธิกับวัด มันเป็นลักษณะการเอาเงินไปฟอก เพื่อเข้าบุคคลที่สามหรือเจ้าอาวาส หรือใครก็แล้วแต่

การเปิดมูลนิธิมันบิดได้มั้ย?

มหาหมี : ช่องมี แต่กระบวนการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย เขาต้องมีส่งงบการเงิน วัดเป็นนิติบุคคล แต่วัดไม่มีงบการเงินนะครับ แต่มูลนิธิสมาคมมี ฉะนั้นคุณจะมีรายรับรายจ่าย เอาไปใช้เพื่อกิจการใด คุณต้องแจ้งปิดงบเดือนมี.ค.ของทุกปี แต่วัดไม่ต้อง ฉะนั้นการที่วัดแต่ละวัดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปเปิดมูลนิธิแล้วเอาเงินมา ตรงนี้เป็นลักษณะมีการพยายามฟอกเงิน แล้วไปหาบุคคลใดๆ ตรงนี้เป็นกระบวนการเข้าพรบ.ฟอกเงินปี 42

จตุรงค์ : ให้ง่ายๆ เลย มูลนิธิสิ่งที่ควรทำไม่ใช่อนุโมทนาบัตร ควรเป็นหนังสือขอบคุณ ถ้าตั้งใจจะบริจาคให้วัด เงินกฐิน ผ้าป่า ใช้ระบบอีโนเนชั่น นั่นออกใบอนุโมทนาบัตรออกได้ แต่ถ้าในนามมูลนิธิ สิ่งที่ทำได้นาทีนี้ แค่หนังสือขอบคุณ

ทนายตุ๋ย : พระท่านเองได้เงินบริจาค ส่วนตัวมองว่าท่านโชติอาจบอกก็ได้ว่าได้รับเงินเข้าส่วนตัว ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

มหาหมี : โดยข้อกฎหมายสงฆ์ ทำไม่ได้ครับ พรบ.สงฆ์ปี 35 มาตรา 31 เขาให้วัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนในกิจการทั่วไป ซึ่งบีบเจ้าอาวาสเลยว่าจะต้องดำเนินการจัดบัญชีวัดให้ชัดเจน ฉะนั้นจะมีคำในตัวบท หน้าที่คือจัดกิจการของวัดให้เป็นไปด้วยดี คำว่ากิจการมันกว้างมากครับ เช่นจัดงานบุญ งานกุศล งานโน่นงานนี้ เขาเรียกจัดกิจการ เงินตรงนี้ไม่มีทางเข้าบัญชีเจ้าอาวาสได้เลย เพราะตรงนี้บีบ คนเป็นเจ้าอาวาสจะใช้เงินลำบากมากในระยะหลังเพราะกฎหมายตัวนี้มันจับครับ

ทนายตุ๋ย : วัดน่าจะไม่มีนักบัญชี ถ้ามีนักบัญชีคงจะชัดเจนมาก

จตุรงค์ : จริงๆ การมีอีโนเนชั่นเราอยากให้มีองค์กรที่สามเข้ามาดูแลด้วยซ้ำ ไม่งั้นการบริจาคของผมหรือใครก็ตาม ในปีที่ผ่านมา ต่อให้คุณสแกนอะไรก็ตามมันขึ้นหมดครับ

จริงๆ แล้วประวัติที่มาที่ไป ของฝั่งท่านโชติ ท่านมีประวัติอะไรยังไง ท่านมีภรรยา มีครอบครัวมาก่อนมั้ย?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  เคยมีภรรยาอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา ประวัติสมีโชติเขาก็เป็นคนธรรมะธัมโมอยู่แล้ว ทำบุญตามวัดต่างๆ ก่อนบวชเป็นพระที่วัด ก็เป็นเด็กวัดอยู่เดือนนึงก่อนมาบวช คบหาภรรยาตอนเขาอายุ 35 36 คบกันสั้นๆ สองปี แล้วเขาขอภรรยาลาบวช ภรรยาก็ให้บวช แล้วมาบวชเป็นพระที่วัดพุทไธศวรรย์

เห็นว่าเขาเชี่ยวชาญการดูดวง?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  เขาเป็นร่างทรงมาก่อน จากข้อมูลที่เราสืบสวนมา ห้องพักเก่าเขาเป็นลักษณะคอนโด ใช้เป็นสถานที่ร่างทรง และเขามีความสนิทสนมกับร่างทรงอื่นๆ ด้วยครับ

แล้วมาบวชได้เป็นเจ้าอาวาส มิน่าหลายคนถึงบอกว่าเขาดูดวงเก่ง ใครไปใครมาก็ได้รับกระดาษมา แล้วเขียน แล้วให้ไปเผา ท่านรองน่าจะเคยเผา?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  ครับ (หัวเราะ) เขาให้มาหลายใบ ยิ่งลูกศิษย์ใกล้ชิดจะได้หลายใบ

ทนายตุ๋ย :   สำเร็จมั้ยครับที่เผาไป

พ.ต.ท.กฤษฎา :  อาจสำเร็จด้วยส่วนหนึ่ง เพราะมันมีเงื่อนไขในการเผาแต่ละใบ ต้องมีการทำความดี บุญพวกนี้อาจจะเกื้อหนุน

กรณีกล้องวงจรปิด ในกุฏิเองเยอะมากขนาดนั้นเลยเหรอ?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  มีเยอะมากครับในกุฏิ มีรอบวัด มีทั้งตัวกุฏิ หลายสิบตัว จะเห็นเกือบทุกมุม ตั้งแต่รถวิ่งเข้าจากถนน มีเวลาก่อนถึงกุฏิ 3-4 นาที แกสามารถไหวตัวได้ทันเลย ท่านมีพฤติกรรมแปลกๆ ถ้าลูกศิษย์ลูกหาไปกราบไหว้จะเห็นได้เลยว่าสถานที่ที่ท่านนั่งอยู่ให้คนเขาไปไหว้ จุดที่นั่ง ตรงข้ามเป็นทีวี 3 ตัว ซึ่งเรียลไทม์เป็นกล้องวงจรปิดเลย ให้พรลูกศิษย์ไปด้วย ตาก็ดูกล้องไปด้วยตลอดเวลา มีความระมัดระวัง

ทำไมต้องดูกล้องตลอดเวลา?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  ตอนแรกเราไม่สงสัย แต่ตอนนี้เราพอเริ่มๆ จับใจความได้ว่าอาจจะระแวงเรื่องที่ตัวเองทำไม่ดี

ถ้าสังเกตท่านมองกล้องตลอด ฉะนั้นในระหว่างท่านปฏิบัติบนโต๊ะ ท่านก็ดูกล้องด้วยเพื่อดูว่ามีใครเดินเข้ามาหรือเปล่า เขาจุดเตาไฟทำไม?

พ.ต.ท.กฤษฎา : อุ่นอาหารครับ เพราะหน้าที่สีกาคนนี้คือต้องมาอุ่นอาหารให้ตอนเช้า

เขาลืมปิดไฟเหรอ?

จตุรงค์ : คุณหนุ่มไม่เข้าใจโรงครัววัด เขาเรียกว่าไฟล่อ เปิดไว้ไง แก๊สจะออกบางๆ มีแค่จุดเดียว ถ้าไม่ทำอาหารแล้วก็ปิดไฟล่อให้หมด แก๊สไม่มีตัวจุดระเบิดในตัว คนแก่บางคนอาจจุดหนังสือพิมพ์แล้วโยนลงไป ไม่ได้ตลกนะ ไฟล่อจริงๆ

แล้วเขาล่อจริงๆ?

จตุรงค์ : ใช่ครับ

ท่านดูกล้องตลอดเวลา?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  น่าเชื่อว่าดูกล้องวงจรปิด เพราะท่านมีความระแวงตลอดเวลาอยู่แล้ว ใครเข้าไปกราบไหว้จะเห็นว่าท่านดูทีวีที่ติดตรงข้ามตลอดเวลาอยู่แล้ว มีช่วงเวลาเดียวที่ไม่ดูคือช่วงฉันอาหาร

ท่านก็มีความสามารถพิเศษนิดนึงนะ ปากก็ประกบ ตาก็เหลือบมองกล้องตลอดเวลา ทำได้ยังไง งงมากเลย?

ทนายตุ๋ย :   สมาธิดีครับ

แล้วมีจุดนึง ที่มีฆ้อง มีโอ่ง ตรงจุดไหน?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  เป็นคลิปที่อยู่ในบัตรสนเท่ห์ ในร้องเรียน เชื่อว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดมุมนึงของวัด เพราะมุมเดียวกับตัวกล้องวัดเลย จุดนี้เราเข้าไปก็เจอกล้องซีซีทีวีที่ติดอยู่ อยู่หน้าห้องนอนเจ้าอาวาสเลย แพนไปทางโต๊ะห้องครัว ถ้าจากคลิปจะเห็นแค่หัว

หัวอะไรครับ?

พ.ต.ท.กฤษฎา : หัวคนครับ (หัวเราะ)

พ.ต.ท.สมเดช : ที่เบลอน่าจะเป็นโต๊ะกลมแล้วผู้หญิงนอนข้างล่าง แล้วมีนอนทับข้างบน มันเลยแมตซ์กับข้อมูลที่เรามี จุดเกิดเหตุก็คือตรงนี้ คู่ก็คือคู่นี้

ทนายตุ๋ย : ไม่ใช่กล้องดักถ่ายไว้

พ.ต.ท.กฤษฎา : เป็นมุมเดียวกับกล้องวัดเลยครับ ถ้าจุดจากมุมนั้น เราเข้าไปดู มันต้องยิงติดผนัง กล้องอื่นเป็นไปไม่ได้ครับ

กล้อง 60 ตัว มีเศษด้วย?

พ.ต.ท.กฤษฎา : จะเห็นตั้งแต่รถวิ่งทางเข้าวัดเลย ซึ่งนอกถนนเลย ไม่ใช่ในวัด ถ้ารถตร.วิ่งผิดสังเกต อาจโดดลงแม่น้ำได้

ทำไมวันนั้นเข้าไปจับได้ ท่านไม่ได้ดูกล้องอยู่เหรอ?

พ.ต.ท.กฤษฎา : เราใช้วิธีการพุ่งเข้าไปเลยครับ อาจเป็นจังหวะที่ท่านฉันอาหารและไม่ได้ดู โชคดีครับ

พี่ไปขอเข้า เขาให้เข้ามั้ยตอนแรก?

พ.ต.ท.กฤษฎา : เรามีหมายอยู่แล้วครับ เรามีหมายค้นด้วย หมายจับด้วย

ท่านตกใจมั้ยตอนเข้าไป?

พ.ต.ท.สมเดช : ตกใจ ท่านก็ถามว่าโดนอะไร เรื่องอะไร ก็ยังงงอยู่ พอให้อ่านหมายก็โอเค เข้าใจเป็นหมาย โดนเรื่องอะไร ใครเป็นคนแจ้ง

พี่ตร.ว่าไงกัน?

พ.ต.ท.สมเดช : ก็เป็นข้อมูลที่เราดำเนินการสืบสวนมา ก็ต้องสงวนไว้ ปกติไม่พูดถึงอยู่แล้ว พอดำเนินการเสร็จแกเข้าใจสเต็ปหมด ก็บอกว่าแกยังไม่ได้ฉันเลย ขอกินข้าวก่อนได้มั้ย ก็บอกว่าได้

ท่านฉันลงเหรอ?

พ.ต.ท.สมเดช : อาหารดี น่ากินอยู่ครับ

มีไก่มั้ย เห็นท่านล้างหน้าไก่แต่เช้า ตอนไปจับเจอหรือเปล่า?

ทนายตุ๋ย : ตอนไปแสดงหมายจับ พนักงานตร.มีการวางแผนเพื่อป้องกันการหลบหนีด้านนอกมั้ยครับ

พ.ต.ท.กฤษฎา : เรามีการดำเนินการแล้ว ตั้งแต่คืนนั้นแล้วครับ เรามีการวางกำลังไว้หมดแล้ว ทั้งทางน้ำ ทางบก ท่านผกก.1 ได้มีการสั่งการให้ดำเนินการตั้งแต่คืนนั้นเลย

พ.ต.ท.สมเดช : เป็นปกติ เป็นมาตรฐานกองปราบอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะไปวัดดวงว่าเป้าหมายอยู่หรือไม่อยู่ ต้องล็อกไว้ก่อน

พ.ต.ท.กฤษฎา : กุฏิข้ามกำแพงมาก็ลงเรือได้เลย เราก็กังวลกันว่าจะออกทางนั้นหรือเปล่า

ดักไว้หมดเลย?

พ.ต.ท.กฤษฎา : มีกำลังดักไว้ครับ

ตร.เองไปค้นบ้านสีกาเอ๋ เจอพระเครื่องเนื้อทองคำ 35 องค์ ทองคำแท่งรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 90 บาท คิดเป็นเงิน 6 ล้านกว่าบาท ยังไปพบเงินสด 3.5 ล้าน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง เอกสารที่ดิน 10 รายการ โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ สมุดบัญชี 7 เล่ม สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ เอกสารการลงทุน 18 รายการ กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ ใบประกันทองคำ 6 ใบ ใบซื้อขายทองคำ 7 ใบ สลากออมสินอีก 4 ใบ ยึดหมด?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ครับ ยึดมาก่อนเพื่อตรวจสอบ เพราะมันมีข้อหาฟอกเงิน

เก็บเป็นซีเคร็ตในการบุกเข้าไป?

พ.ต.ท.กฤษฎา : เรากังวลว่าเขาจะไปแจ้งให้เขารับทราบ ให้รู้ตัวก่อน แล้วไหวตัวทัน ทรัพย์สินต่างๆ จะถูกโยกย้ายออกไป เราก็จะตามหายากขึ้น ทำงานยากขึ้น ในการหาพยานหลักฐาน อย่างต้นขั้ว ถ้าเขารู้ก่อน เขาเอาไปทิ้ง เราตรวจค้นไม่เจอ เราก็จะได้ความผิดอินโนเนชั่นปี 69 ความผิดต้นขั้วเราจะหาไม่เจอเลย

รู้กี่คนเข้าไปจับ?

พ.ต.ท.สมเดช : ถ้าตั้งแต่รับบัตรสนเท่ห์มา 15 ก.ค. ไม่เกิน 5 คน แต่ถ้ารู้จริงๆ เลย วันที่เราได้หมายจับหมายค้นมาแล้ว คือเย็นวันที่ 9 มีการเรียกลูกน้องประชุมกำชับและให้ไปคืนนั้นเลย

ต้องยึดโทรศัพท์มั้ย?

พ.ต.ท.สมเดช : จริงๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น เราอยู่ด้วยกันมา เราเชื่อใจกันแล้ว

5 คนที่รู้เรื่องนี้ ผู้บังคับบัญชาบางคนก็ไม่ทราบ ลูกน้องบางคนก็ไม่ทราบ ไม่งั้นจะหลุดได้?

พ.ต.ท.สมเดช : เรามีการทำโมเดลสืบสวนคู่กับสอบสวน เคสนี้ก็เหมือนกัน ชุดสืบกับชุดสอบ ทำงานควบคู่ขนานกัน สุดท้ายเราทำรายงานสืบเสร็จต้องส่งหมายต่อให้พนักงานสอบสวน เขาจะพิจารณาว่าพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่กับข้อหานี้กับพฤติกรรมนี้ ถ้าเขาบอกว่าพอแล้วเขาจะไปขอศาล มันก็ง่ายในการไปถึงพนักงานอัยการ คดีที่กองปราบทำจะ 100 เปอร์เซ็นต์ อัยการจะได้ไม่ต้องตีกลับมาให้ทำโน่นทำนี่เพิ่ม

นอกจากเอ๋ มีอีกมั้ยที่สอยไปตอนเป็นพระ?

พ.ต.ท.สมเดช : ตรงนี้ขอสงวนไว้นิดนึง

แสดงว่ามี ถ้าไม่มีตร.ต้องบอกว่าไม่มี ถ้าบอกสงวน แสดงว่ามี?

พ.ต.ท.สมเดช : อยู่ระหว่างสืบสวน (หัวเราะ) ถ้าพยานหลักฐานถึงใคร เราเอาหมด ไม่เว้น แต่ถ้าไม่ถึง ไม่มี ไม่เพียงพอ แล้วดันไป สุดท้ายยกขึ้นมาก็เสียมาตรฐาน

โต๊ะเอากลับมาทำไม?

พ.ต.ท.สมเดช : ดีครับจะได้เป็นการชี้แจง วัดนี้เป็นวัดอารามหลวง เป็นโบราณสถาน ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พอคลิปที่เราเข้าปฏิบัติการเผยแพร่ออกไป ทั้งคนในวัด เจ้าหน้าที่สำนักพุทธได้มาร่วมคุยกันว่าโต๊ะตัวนี้น่าจะไม่เหมาะไม่ควรที่จะอยู่ตรงนี้แล้ว เราก็ต้องมูฟต้องย้ายออกไปคำถามต่อมา ย้ายไปไหน สำนักพุทธก็ไม่มีที่เก็บ ที่อื่นก็ไม่มีที่เก็บ กองปราบรับจบ เก็บให้ ตอนนี้ก็อยู่ที่กองปราบ

เอามาประมูลมั้ย?

พ.ต.ท.สมเดช : จริงๆ ต้องดูอีกที

แรกๆ ของขลัง หลังๆ ของแข็ง?

พ.ต.ท.สมเดช : จริงๆ อยากประชาสัมพันธ์ว่าเราไม่ได้ยึด เพราะมันไม่ใช่ทรัพย์ในคดี ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาในการกระทำความผิดแต่ว่าเป็นความละเอียดอ่อนทางความรู้สึก ไม่อยากให้เอาตรงนี้มาเล่นเป็นประเด็น ซึ่งตอนนี้แพร่ไปทั่วโซเชียลแล้ว ไปถ่าย จุดเช็กอิน ตัดต่อเอไอ บานปลายไปกันใหญ่แล้ว

คนหาซื้อโต๊ะแบบนี้เยอะมาก ขายดีมาก?

พ.ต.ท.กฤษฎา: ถ้ายังอยู่ เกรงว่าอนาคตต่อไปเปิดให้เข้าไปกราบไหว้ คนก็จะเข้าไปทำคอนเทนต์แปลกๆ ซึ่งจะทำให้พระพุทธศาสนามันเสียชื่อเสียง สู้เอาออกไปเลยดีกว่า

ทนายตุ๋ย : โห ตร.มองแบบนี้เลยเหรอ

พ.ต.ท.กฤษฎา : ใช่ครับ

พ.ต.ท.สมเดช : เรามองตั้งแต่เราเห็นว่ามีการทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว  มันเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน การมีเพศสัมพันธ์ถามว่าผิดมั้ย ไม่ผิด ถ้าเป็นคนธรรมดา ประชาชนทั่วไป สามารถทำได้ แต่ตรงนั้นมันไม่ได้แล้ว

เป็นพระแล้วไปกินสีกาบนโต๊ะ?

พ.ต.ท.สมเดช : มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะศาสนาพุทธ เป็นศาสนาคู่บ้านคู่เมืองเรา เราทำอะไรก็ต้องมีการรายงานผู้บังคับบัญชา เราจะไม่มีการตัดสินใจทำอะไรโดยพลการ

กองปราบจะเก็บไว้ที่ไหน?

พ.ต.ท.กฤษฎา : เก็บไว้ที่ห้องประชุมครับ

ต้องตรวจดีเอ็นเอมั้ย?

พ.ต.ท.สมเดช : ไม่ครับ ต้องนำเรียนว่ามันไม่ใช่ทรัพย์ที่มีไว้ ได้ใช้ได้มา ไม่ได้เข้าไปในสำนวนเลย

พ.ต.ท.กฤษฎา : ไม่ได้เกี่ยวกับคดี

พ.ต.ท.สมเดช : จะได้ตอบคำถามว่าเรายึดมาเพื่ออะไร เราไม่ได้ยึด แต่เป็นการบริหารความรู้สึก

ทนายตุ๋ย : ปกป้องพระพุทธศาสนา

มหาหมี : ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ไม่ใช่ทรัพย์ที่เกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ มันจะกลายเป็นทรัพย์สินของวัด พอทรัพย์สินของวัดโบราณถ้าไปไว้ตรงไหน มันไม่ดีกับที่ตรงนั้น ตกตรงไหนมันก็จะไหม้ ต้องผาติกรรม คือซื้อ รักษาการเจ้าอาวาสรูปใหม่ต้องผาติกรรมให้กองปราบ กองปราบต้องทำบุญสักนิดหน่อยแล้วเอาของมาเก็บไว้หรือจะเอาไปไหนก็แล้วแต่ เพราะตรงนี้เป็นทรัพย์สินวัดไม่ใช่ของเจ้าอาวาส

ทนายตุ๋ย : หรือคดีจบแล้วจะส่งคืนวัด

พ.ต.ท.สมเดช : ก็เป็นประเด็นที่ตกค้างกันอยู่ เพราะเมื่อวานในการตรวจค้นยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต ต้องฟรีซสถานที่ไว้ มีการแจ้งไวยาฯ ว่าเมื่อมีการแต่งตั้งรักษาการแล้ว เดี๋ยวคงต้องมาประสานกัน อย่างเคสที่มหาหมีพูดคือต้องหารือ

มหาหมี : ผาติกรรมคือซื้อไว้ 5 บาท 10 บาท 100 บาท ซึ่งเขาต้องทำ เพราะถ้าของวัดของสงฆ์ไปอยู่ตรงไหน โบราณบอกไว้ว่าฉิxหายตรงนั้น ต้องผาติกรรม คือซื้อขาย ถ้าวัดไม่ใช้สงฆ์ต้องสละทรัพย์สินตรงนั้น ต่อให้เป็นทรัพย์ที่ไม่เป็นมงคลยังไงก็แล้วแต่ แต่มันก็เป็นทรัพย์วัด ถ้าป็นการเอาไปเก็บเพื่อคุณค่าทางจิตใจอะไรต่างๆ เจ้าอาวาสรูปใหม่ต้องประชุมสงฆ์และผาติกรรม และต้องสวดอุบาทว์ ไล่เสนียดจัญไร สวดอุบาทว์ 7 อย่าง ถ้าสมภารแพ้ผู้หญิง เกิดเหตุแบบนี้ ในอนาคต สมภา 7 รุ่น 8 รุ่นก็จะเป็นอีก ถ้าปฐมปาราชิกแบบนี้ โบราณเขาถือ เขาบอกจะตกเป็นภูมิวัด ถ้าไปดูภูมิวัดต้องเคยมีมาก่อนถึงเป็นรูปนี้ อาจกระโดดข้ามไปสองสามรุ่นอนาคตก็จะเป็นอีก โบราณเขาจะสวดอุบาทว์ อุบาทว์ไฟ อุบาทว์น้ำ

กรณีตาโชติทำแบบนี้ ออรัลเซ็กซ์ หน้าขยุกขยุยตรงหว่างขาสีกา ตามที่เห็นตามภาพ ลูกศิษย์ลูกหาที่ไป ตอนนั้นตีห้าครึ่ง แปดโมงลูกศิษย์เข้า ท่านไปเป่ากระหม่อมให้ เสนียดจัญไรมั้ย?

มหาหมี : สิริมงคลหายไปจากเรา เรามีสิริอยู่บนหัว ถ้าใครเอาของต่ำไปเป่า สิริตรงนั้นจะหายไป

ไม่รู้ลูกศิษย์ลูกหากี่คน ตีห้าครึ่งท่านแผล่บๆๆ แล้ว แปดครึ่งเก้าโมงพ่วงๆ โอ้โห ?

มหาหมี : จะไม่ดีกับเรา บางคนเขาถือสิริ เขาจะไม่ให้ใครเป่าหัวเลยถ้าไม่ใช่ครูบาตัวเองไม่ให้เป่า บางครั้งเขาเป็นคนทรง ถือภูตผีปีศาล ซึ่งไม่ได้ถือคุณพระ แต่เราถือคุณพระ มาเป่าหัวเรา สิริมงคลไม่อยู่กับเรา โบราณเขาถือ นี่พูดถึงความเชื่อนะ

แกน่าจะมีลักษณะแบบนี้กี่ปีแล้ว กับสีกาคนนี้?

พ.ต.ท.กฤษฎา : จากคลิปตัววัด เป็นวันที่ 5  เม.ย. ปีนี้ แต่คลิปบนโต๊ะ 17 ก.ค. ปีนี้เหมือนกัน คนละวัน ซึ่งอาจมีการทำหลายครั้งแล้ว สีกาอยู่ที่นี่มา 20 ปีแล้ว

เมื่อวานคุยกับเวกัส กับนัท เขาบอกเพิ่งมาอยู่สองปี?

มหาหมี ; ต้องดูว่าคนไหนด้วยนะ

ทนายตุ๋ย : เพราะคุณนัทบอก 4 คนหรือเปล่า

มหาหมี : ต้องดูว่าคนไหน

แต่อันนี้อยู่ที่นี่ 20 ปีแล้ว?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ครับ จากข้อมูลสืบสวนอยู่มานานมากครับ แต่ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอาจเพิ่งเริ่ม

ผมแย้งคุณเวกัสไปว่าชาวบ้านบอกว่ามาอยู่เป็นสิบปีก่อนที่พระเป็นเจ้าอาวาส คุณเวเขาค้านบอกว่า 2 ปี เขาไปที่นี่ตลอด 10 ปีไม่เคยเจอ?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ก่อนหน้านั้น สีกาท่านนี้ไม่ใช่ลูกศิษย์ชั้นใน เป็นลูกศิษย์ชั้นนอกๆ กลางๆ แต่ก่อนเขามีธุรกิจของเขา เขาค่อนข้างมีฐานะ อาจเป็นลูกศิษย์กลางๆ ที่เข้ามาครับ

เรื่องวัตถุมงคลทำไงกัน เซียนพระบอกยังขลังอยู่?

จตุรงค์ : เซียนพระบอกยังขลัง แต่บางคนบอกไม่เอาแล้ว แล้วแต่ดุลยพินิจ ถ้าใครเห็นน้องอลิสสวยๆ น้องประกาศเลยว่ารับซื้อคืน 100 เปอร์เซ็นต์ตามพี่นัท แต่ท่านอื่นไม่รู้นะ แล้วแต่คน มีน้องคนสวยนี่แหละที่ประกาศรับซื้อคืน ใครไม่สบายใจรับซื้อไปก็เอามาคืนน้องได้

รุ่นนี้เช็กง่ายมาก ธรรมดาเช็กขอบตัด แต่นี่เช็กขอบโต๊ะ รู้เลย?

จตุรงค์ : กลุ่มเฟซบุ๊กจตุคาม มีบางคนกดราคา ใครมีรอยจานก็บวกขึ้นร้อยเดียว ใครไม่เอาผมเอานะครับ แต่ผมไม่ซื้อ ผมเอามาถือไว้ก่อน

โทรหา “แจ็ค แฟนฉัน” เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ วันนั้นแจ็คไม่ได้ตั้งใจไปหาพระ?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  ท่านจะฉีดน้ำหอมให้ด้วย เคยโดนครับ น้ำหอมซีเค น้ำหอมอะไรแพงๆ ท่านมีอยู่ข้างตัวหลายๆ อัน

จตุรงค์ : อันนี้เรื่องปกตินะ เพราะว่าใครไปบูชาองค์จตุคามจะมีน้ำหอมวางอยู่ข้างๆ องค์จตุคาม เราบูชาท่านหยิบขึ้นมาแล้วพ่นๆ องค์จตุคามเป็นปกติ แต่พ่นให้โยมผมก็เพิ่งทราบ

“แจ็ค” เป็นลูกศิษย์ตาโชติเหรอ?

แจ็ค : ใจเย็นๆ ครับพี่ ไหนเราคุยกันว่าเราจะประนีประนอมกัน (หัวเราะ) ผมมีโอกาสไปเที่ยวอยุธยา และมีโอกาสได้ไปไหว้พระ มีพระแม่ธรณี รวมถึงไหว้ที่วัดพุทไธศวรรย์ ตามประสาปุถุชนทั่วไปเลยครับ ที่วัดเขามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่คนเขานับถือ มันมีรูปที่ผมไปไหว้ ลงนะ แต่ตอนนั้นไม่รู้ท่านเจิมหรือยัง หรือเคลือบแก้วหรือยัง เราไม่รู้ แต่หมายถึงว่า วันนั้นเราก็ไปไหว้พระเสร็จก็มา แล้วเขาก็ทำเหมือนที่เซียนพระบอก เขียนยันต์ แต่สิ่งที่ผมตกใจ คือเขาดูดวงให้ผม บอกว่าไอ้อ้วน ระวังเป็นไข่ดันนะ ผมก็เลยตกใจ ตาโชติบอกว่าไอ้นี่ระวังเป็นไข่ดัน ผมเครียดมาก ผมไม่กล้ามีอะไรกับผู้หญิงเดือนนึง เพราะผมกลัวว่าผมจะเป็นอะไร ผมโทรหาหมอไข่ดันว่าเฮ้ย หมอ ผมจะเป็นอะไรหรือเปล่า เขามาทักผมว่าเป็นไข่ดัน แต่พอเห็นข่าวเมื่อวานผมก็เซ็งเลย เรื่องราวประมาณนั้นวันที่เจอเขา

ธรรมดาแจ็คก็ไปกับมดดำบ่อยไปเจิมกระหม่อม?

แจ็ค : ถ้าเอาตรงๆ เราไปเผยแผ่บารมีวัด เราทำตามโปรเซสทั่วไป เราไม่รู้ว่าหลังคารั่ววัดไหนบ้าง ถ้าเรารู้เราคงไม่ไป รวมถึงเราเชื่อว่าจริงๆ ตัววัดเองหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เองท่านอาจไม่เกี่ยว แต่เกี่ยวกับตัวบุคคล ตามที่หลายๆ คนพูด

ของที่เคยลงไว้น่าจะไปหมดแล้วล่ะ?

แจ็ค : ไปตั้งแต่เขาทักว่าระวังไข่ดันแล้วครับ (หัวเราะ) พอผมเห็นท่านดันตรงโต๊ะผมก็นอยด์เลย ผมก็มนุษย์ธรรมดาคนนึง

แกสายเบิร์นด้วยไง แล้วเป่าหัวแจ็ค?

แจ็ค : ไม่ๆ (หัวเราะ) ผมไม่รู้เขาเบิร์นหรือไม่เบิร์น เขาแค่เอานิ้วแตะเฉยๆ

แจ็คไม่เห็นเหรอแกเอามือไปที่ไหนก่อนขึ้นโต๊ะ?

แจ็ค : ไม่ใช่เหตุการณ์ตีห้าอย่างที่พี่พูด (หัวเราะ) อันนั้นนานแล้วพี่

มึงรู้เหรอ อาจตอนเช้าก่อนมึงเข้าไปก็ได้แจ็ค?

แจ็ค : (หัวเราะ) ผมมีน้ำมนต์แก้ได้แล้ว ตื่นมาก็ตกใจ เหมือนเราก็ทำงานของเราไป ตื่นเช้ามาก็ตกใจว่าเฮ้ย วัดนี้นี่หว่าที่ทักกูไข่ดัน เหมือนนอยด์กับเหตุการณ์นี้ว่ากูจะเป็นมั้ย เดินออกมาก็จับไข่ตัวเองมาทักอะไรแบบนี้วะ เราไม่กล้าทำอะไรกับใครเดือนนึง นอยด์

เป็นประสบการณ์?

แจ็ค : นี่ถ่ายรายการอยู่ใช่มั้ย (หัวเราะ) พี่ช่วยผมด้วยนะ หมอไข่ดันต้องเข้าแล้วตอนนี้ (หัวเราะ) พี่เคยให้เขาเจิมเปล่า

ไม่เอาพี่กลัว ไม่ค่อยชอบแบบนี้?

แจ็ค : แต่มีผู้ใหญ่ให้ผมมาองค์นึง องค์ใหญ่มาก พี่เอามั้ย

แจ็คเช่ามา 4 แสน?

แจ็ค : ไม่ได้เช่า ผู้ใหญ่ให้มา ผู้ใหญ่เขาเมตตา เอาไว้บูชา ผมมองว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บุคคลก็ว่ากันไป ราคาท่านก็แรงอยู่น่าจะอุ้มไว้ก่อน (หัวเราะ) พี่ช่วยผมด้วยนะ ไม่ทิ้งกันนะ

พี่ถือไว้มั้ย?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  ผมเคยมีครับ แต่พอเห็นคลิปผมก็ไปเลยครับ

ทิ้งเหรอ?

พ.ต.ท.กฤษฎา :   ปล่อยแล้วครับ

ทำไมไม่ทิ้งไปเลย?

พ.ต.ท.กฤษฎา :   ของมีราคาก็เอาไปปล่อย รู้ว่ามีข่าวออกมันตกแน่นอน

พี่นะ พี่รู้ก่อนนะว่าพี่จะจับ พี่ปล่อยก่อนไปจับนะ พี่ใจร้ายมากเลยนะ?

พ.ต.ท.กฤษฎา : ไม่รู้แผงพระไหน ขออภัยด้วย (หัวเราะ) มีเซียนพระไลน์มาแซวบ้างว่าไม่บอกพี่เลย

พี่ตุ๋ยมีถือไว้มั้ย?

ทนายตุ๋ย : ไม่มีครับ ผมไม่ค่อยเข้าวัด ผมคือคนบาป

พี่หมีรู้จักมาก่อนมั้ยหลวงพ่อโชติ?

มหาหมี : รู้จักกิตติศัพท์ท่านและเห็นท่านอยู่ในวงการมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ท่านปลุกเสกเลขยันต์มา ท่านเป็นจอมขมังเวทย์มาอยู่แล้วตั้งแต่สมัยจตุคามรามเทพดังๆ สมัยก่อนคู่กันมีองค์นึงเสียชีวิตไปแล้ว หลวงหนุ่ย แล้วมาวัดนี้ จะเกี่ยวข้องกับการทรง ท่านเป็นลักษณะทรงเจ้าด้วย ก็ทำวัดมา

เรื่องสีกาเคยได้ยินมั้ย?

มหาหมี : มีแต่ข่าวเล่าลือเรื่องผู้หญิง แต่ไม่เคยเห็นคลิป

จตุรงค์ : ดูหรือยังครับ

มหาหมี : ดูแล้วครับ

จตุรงค์ : ประทับใจมั้ย

มหาหมี : เชื่ออย่างนึงข่าวเล่าลือครับ (หัวเราะ) เขาลือไปตามเรื่อง สองคนบ้าง สามคนบ้างก็แล้วแต่ ผมก็ไม่เข้าใจ แต่ก็เป็นข่าวลือ เราก็ไม่ได้เห็นข้อเท็จจริง

พี่หมีมองความผิดเป็นยังไง?

มหาหมี : แยกเป็นสองส่วนครับ เรื่องพระธรรมวินัย กับกฎหมายบ้านเมือง เรื่องพระธรรมวินัย คือท่านยอมสึกไปแล้ว ที่จริงการสึกไม่ต้องเปล่าวาจาสึกก็ได้เพราะท่าปาราชิก เหลือแต่ผ้าเหลือง ที่จริงแค่ดึงผ้าออกเลย แต่กระบวนการตร.ต้องเอาให้มั่นคั้นให้ตาย ต้องเปล่งวาจาสึกด้วย แต่จริงๆ ไม่ต้องเปล่งก็ได้ หลักคือพระที่ปาราชิกไม่ต้องเปล่าวาจาสึก ท่านทำพิธีเป็นสักขีพยานก็จบ จะได้ไม่มาบิดพลิ้วทีหลัง แต่เรื่องพระธรรมวินัยก็มีข้อโต้แย้งตลอด ปัญหาเกิดซ้ำซาก เรื่องพระมีเพศสัมพันธ์กับสีกา พอจบกันไปต่างคนต่างแยกย้าย ไม่มีการดำเนินคดี ยกเว้นของรูปนี้หรือรูปอื่น ท่านเป็นเจ้าพนักงานด้วย เป็นเจ้าอาวาสด้วย ท่านก็เลยโดน ตรงนี้มีความพยายามรื้อฟื้นกฎหมายหลายตัว เมื่อก่อนความผิดฐานปาราชิกป็นความผิดอาญา มองมุมไหนก็แล้วแต่มีแต่ความเสื่อม ฉะนั้นเรื่องนี้อนาคตควรมีกฎหมายป้องปรามไม่ให้เจ้าอาวาส พระ หรือสีกา ทำความผิดเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

แทค ภรัณยูก็ลงข้อความ อาจารย์ก็ถามเหมือนกัน ทำไม?

จตุรงค์ : เห็นว่าแทคมีความคุ้นเคยกับหลวงพ่อหวล แต่แทคพยายามอธิบายว่าหลังจากหลวงพ่อหวลมรณภาพ แทคไม่กลับไปเหยียบวัดอีกเลย ผมก็สงสัยอยู่ว่าคืออะไร เป็นเรื่องที่น่าแปลกอยู่เหมือนกัน ขอถามนอกเรื่อง จะมีเยาวชนโดนดำเนินคดีมั้ยเพราะมีบางสื่อรายงานว่าแม่เด็กเอาสินทรัพย์บางอย่างไปไว้ในชื่อเยาวชน หรือมองว่าเยาวชนไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้รู้ คนทำคือแม่

พ.ต.ท.สมเดช :   กรรมคือเครื่องชี้เจตนา ตรงนี้อยู่ในสำนวน แต่ก็พูดได้ เด็กถ้าเรามองตามคอมมอนเซ้นส์ไม่น่ารู้ คนจัดการคือผู้ใหญ่ ไม่อยากเอามาไว้ในชื่อตัวเอง อาจเป็นเพราะสาเหตุอะไรก็เดี๋ยวค่อยมาว่ากัน ดันเอาไปไว้ในชื่อลูก

จตุรงค์ : สงสารเด็ก เมื่อคืนทัวร์ลงเล็ก น้อง ป.กับน้อง น.

ต้องบอกผ่านทางนี้ ว่าเด็กไม่เกี่ยวข้องอะไรนะ อย่าไปว่าเขา ลูกของสีกาเอ๋ ต้องแยกเขาไว้นะ ถ้าจะว่าจะด่าก็ว่าเฉพาะแม่กับพระ แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าเด็กจะไปโรงเรียนยังไงแล้ว เอาตรงๆ?

จตุรงค์ : เหมือนกับตอนพวกท่านคุมตัวไป ยังไม่ได้ปิดเฟซบุ๊ก คนไปคุ้ยประวัติ ก็เห็นหน้าหมดเลย ว่าเด็กจบอะไรมา เป็นประธานนักเรียนที่ไหน เด็กทำอะไร

สงสาร?

จตุรงค์ : คนกลางจบปธ.3 มา คนเล็กเป็นประธานนักเรียน น่าสงสารมาก ทัวร์ลงกันฉ่ำ

ฝากทุกคนช่วยกันนิดนึง อยากให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงของเด็กๆ เหล่านี้หน่อย ลูกสีกาเอ๋เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร อย่าเอาเรื่องไปให้เขา อย่าเปิดเผยตัวตนของเขา อย่าไปด่าเขา อย่าไปด่าเด็ก ถ้าจะด่าแม่ทำความผิด ไม่ดี ว่าไปตามแม่ คิดดูตอนนี้เด็กไม่กล้าไปเรียนแล้ว?

จตุรงค์ :  ล็อกโปรไฟล์ไปแล้วด้วย

โอ้โห น่าสงสาร ช่วยเป้นกระบอกเสียงแทนหน่อย ช่วยกันห้ามๆ หน่อยแล้วกัน อยู่ในสายกับแทค ภรัณยู เห็นแทคลงข้อความเอาไว้ว่าตั้งแต่หมดหลวงพ่อหวล ไม่เข้าไปเหยียบอีกเลย?

แทค : ไม่พี่

เพราะอะไร?

แทค : มันมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ตั้งนานแล้วนะพี่ ฝั่งนึงก็หลวงปู่หวล อีกฝั่งก็พี่โชติของเรานี่แหละพี่ ฝั่งหลวงปู่ของผมจะเป็นแบบพัฒนาช่วยเหลือ ฝั่งโน้นจะเป็นอย่างที่เห็น ทำพระ สายมู เรื่องเงินเรื่องทอง ฝั่งนั้น หลังหลวงปู่มรณภาพไป ผมก็ไม่เหยียบแล้วพี่ ไม่ไปอีกเลย

พบพิธีกรรมอะไรบ้าง?

แทค : ฝั่งโน้นผมอยากให้พี่ๆ ลองไปตรวจสอบพวกลิ่วล้อต่างๆ นานา พวกเด็กวัดที่เดินกร่าง แอ็กอาร์ตสนู๊ปด็อก แล้วมีป้ายด้วยนะ ในวัดหมาดุ เลี้ยงหมาสิบกว่าตัว บางแก้วใครเข้าไปโดนกัดนะ ในนั้นฝั่งมาเฟีย พี่ลองไปตรวจสอบดูสิ คนอยุธยาเขารู้ เขาไม่ไปเลยพี่

มีอะไรอีก?

แทค : มีลึกกว่านั้น ยามค่ำคืนมีรถตู้ส่งผ่านต่างๆ นานา ยามวิกาล

เดี๋ยวเชิญที่กองปราบ?

แทค : ผมไม่ว่างพี่ (หัวเราะ) อย่าเลยครับพี่

มีคนพูดเรื่องนี้เหมือนกันว่าตั้งแต่สมัยหลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาส ท่านพัฒนาวัด มีเงินบริจาคเข้ามา เงินนี้ต้องไปตรวจสอบมั้ยว่าไปอยู่ตรงไหน?

พ.ต.ท.สมเดช : ที่เราไปตรวจค้นเมื่อวาน เป็นกุฏิเดิมหลวงปู่หวล โดยมีพยานหลักฐานจากไวยาวัจกร วัตถุมงคลของท่านทำเป็นระบบมาก มีการรายงานสำนักพุทธถูกต้อง โอนเข้าบัญชีวัดถูกต้อง ถือว่าแบ่งแยกให้เห็นชัดเจน ระหว่างอดีต ปัจจุบัน บริหารจัดการดีต้องดูต้นแบบหลวงปู่หวล

เงินเก่าของเจ้าอาวาสรูปเก่า แล้วพอเจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ามา เงินไปอยู่ไหน?

พ.ต.ท.สมเดช :  มีการเปลี่ยนบัญชีใหม่ มาใช้บัญชีใหม่ของวัด แต่ข้อมูลเพิ่งได้เมื่อวาน ต้องเจาะตรวจค้นเข้าไปดู

เงินอดีตเจ้าอาวาสหลังมรณภาพ เข้าวัดแล้วถูกถอนออกมาอยู่ในบัญชีตาโชติ จะเป็นไปได้มั้ย?

พ.ต.ท.สมเดช :  อันนี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะสเตทเมนต์เราเช็กได้อยู่แล้ว ถ้ามีการถอนทำธุรกรรม ต้องลงลายมือชื่อร่วมกันในการเอาออก ยิ่งบัญชีวัดเป็นการใช้จ่ายลำบาก ถึงเป็นที่มาเปิดโน่นเปิดนี่เปิดนั่น เพื่อเอาเงินไปเข้าตรงโน้นเพื่อความสะดวกในการเอาออกมาใช้ เงินบัญชีวัดเอาออกลำบาก เพื่อความบริสุทธิ์โปร่งใส

แทคจะไปวัดนี้อีกมั้ย?

แทค : ดูก่อนครับว่าใครเป็นหลวงพ่อ

ตอนนี้แต่งตั้งรักษาการณ์แล้ว หลวงพ่อเบิ้ม วัดท่าการ้อง?

แทค : อ๋อ หลวงพ่อเบิ้มโอเค ผมไปสืบประวัติมาแล้ว ท่านโอเคครับ

มหาหมี : ผมว่าไม่จบแค่นี้ น่าจะเยอะกว่านี้ ก้อนใหญ่อยู่ครับ

พ.ต.ท.กฤษฎา :  มีประเด็นในการเอาชื่อคนอื่นมาครอบครองทรัพย์สิน ที่พูดถึงน้องไป มันมีมูลเหตุอยู่ เนื่องจากสีกาเดิมเขาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ แต่หมายจับในระบบที่เรากดดู ระบบตร. มีหมายเหตุท้ายว่ามีการถอนคำร้อง เราจะเช็กให้ขาดว่าหมายนี้ยังสามารถจับกุมได้มั้ย เราต้องเช็กไปที่พนักงานสอบสวนโดยตรง ซึ่งเราทำไม่ได้ คดีนี้เรารู้กันอยู่แค่ 4-5 คน เพราะเรากำลังสืบกันอยู่ ถ้าเราเช็กประวัติหมายเข้าไป เขาจะมีการตื่นตัว เราก็เลยอาจจะยัง ดูประวัติเขาเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่สามารถมีทรัพย์สินได้ เขาเพิ่งปลดไปไม่นานเอง

พ.ต.ท.สมเดช  :  ซื้อบ้านของตัวเอง อีกหลังก็เป็นของตัวเอง แต่เอาไปใส่ชื่อคนอื่นก่อน

เธอไม่ได้ทำงานอะไรเลย?

พ.ต.ท.กฤษฎา :  ก็อยู่ที่ตู้พระ ตรงกุฏินั่นแหละครับ

มันน่ากลัวตรงนี้ สีกาไม่ได้มีงานมีการทำ อันนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่พลเมืองดีเขาร้องไปด้วยว่าสีกามีเงินขึ้นมาผิดปกติ ใช้เงินไปซื้อบ้าน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำงานอะไร แต่กลับมีเงินไปซื้อบ้านสองหลัง หลังเป็นล้าน แต่งตัวอู้ฟู่ ใช้เงินอู้ฟู่ อันนี้ผิดสังเกต เขาเลยไปตรวจสอบ และพบว่ามีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับมูลนิธิในวัดมั้ย มูลนิธิถูกต้องหรือเปล่า เงินออกมามีใบอนุโมทนาบัตรถูกต้องหรือเปล่า เงินเข้าวัดมั้ย มันเชื่อมโยงกันได้หมดเลย?

ทนายตุ๋ย : เชื่อว่าสุดท้ายเขาชี้แจงไม่ได้หรอกว่าเงินได้มาโดยสุจริตยังไง

มหาหมี : เรื่องนี้ที่จริงเป็นเรื่องที่คณะสงฆ์ต้องเข้มงวดกวดขัน บางครั้งจุดเล็กๆ ที่พระสมัยโบราณทำไว้เป็นจุดที่ดีนะ ถ้าพูดไปก็ไกล สมัยร.4 ท่านออกประกาศฉบับนึง ห้ามพระรับแขกผู้หญิงในกุฏิ ห้ามเด็ดขาด เป็นแม่ พี่สาว น้องสาว ห้าม ไม่งั้นจับสึกเลย ตอนแรกผมอ่านยังขำเลย คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่คณะสงฆ์ต้องกวดขันภิกษุสามเณรเพราะอยู่ใกล้ผู้หญิง มันก็นำไปสู่เชื้อไฟ นำไปสู่หลายสิ่งหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น สองในการทำวัตถุมงคลอะไรก็แล้วแต่ แต่เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะเมื่อ 6 เดือนก่อน มีมติมหาเถรสมาคมว่าไม่อยากให้พระภิกษุสามเณรทำวัตถุมงคลเกร่อ ไม่ต้องทำเยอะให้ไปศึกษาเล่าเรียนปริยัติธรรม ให้ลดพุทธพาณิชย์ให้มากที่สุด มีมติออกมาแล้วควรเข้มงวดกวดขัน เรื่องผู้ญิงเรื่องเงินจะไม่เกิดปัญหาขึ้นอีกครับ

จตุรงค์ : ผมเป็นห่วงทีมพนักงานสอบสวน ถ้าเจอพระผู้ใหญ่จัดๆ เจออดีตผู้บังคับบัญชาตัวโตๆ หรือเจออดีตนักการเมือง ถ้ามีเอี่ยว ท่านกลัวมั้ยว่าเขาจะให้ท่านเลิกยุ่งกับคดีนี้

พ.ต.ท.กฤษฎา :   ไม่ครับ กองปราบเราทำงานเป็นเอกเทศอยู่แล้ว

จตุรงค์ : ผมก็เดาสุ่มไปเรื่อง แค่อยากให้กำลังใจพวกท่านทำงานผดุงนิติรัฐนิติธรรมให้เต็มที่ มันก็เป็นประโยชน์กับพระที่สร้างพระเครื่องด้วยว่าคนที่เขาทำถูกกฎหมาย ทำถูกตามพระวินัยก็มี แต่ทำไม่น่ารักก็มีแต่กลัวว่าท่านจะถูกบอกว่าเฮ้ย มายุ่งอะไรกับเพื่อนกู

ทนายตุ๋ย : ผมเชื่อมือกองปราบอยู่แล้ว เพราะมีประสบการณ์จากคดีเดิม เชื่อว่าเก็บหลักฐานมั่นคงชัดเจน การทำงานเขาไม่มีช่องว่างให้ศาลยกฟ้อง ถ้าเส้นทางไปหลักฐานมี ผมว่ามันไม่รอดนะครับ

จตุรงค์ : ก็ต้องเชื่อมั่นกองปราบต่อไป ที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน