สุรศักดิ์ ขับเคลื่อนความปลอดภัยท่องเที่ยว ยกระดับ “ตำรวจท่องเที่ยวยุคใหม่” เสริมเทคโนโลยี–อุปกรณ์ทันสมัยทั่วประเทศ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบายยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้สามารถป้องกันและตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ภายใต้นโยบายดังกล่าว พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพตำรวจท่องเที่ยวทั้งด้าน “คน–เทคโนโลยี–อุปกรณ์” ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

โดยในวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. เป็นประธานพิธีปิดการฝึกอบรมการใช้ปืนไฟฟ้า (TASER) รุ่นที่ 21 ณ Seabed Grand Hotel Phuket ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีการประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นำโดยนายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน , นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน , นายสรายุทธ มัลลัม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และนายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต
เพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหา และข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมหารือแนวทางบูรณาการมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย โดยแนวทางการบูรณาการหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการยกระดับความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ

ในส่วนของการยกระดับกำลังพล บช.ทท. เดินหน้าฝึกอบรมการใช้ ปืนไฟฟ้า (TASER) แก่ตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศ จำนวน 1,250 นาย พร้อมสนับสนุนปืนไฟฟ้า 450 กระบอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทางเลือกในการระงับเหตุและควบคุมสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ประชาชน และเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ
พร้อมกันนี้ ได้เสริมขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีด้วย รถ Mobile CCOC 11 คัน และรถ Mobile CCOC (Microbus) 4 คัน ติดตั้งระบบกล้องอัจฉริยะ AI สามารถตรวจจับใบหน้าและการติดตามบุคคลตามหมายจับ พร้อม Smart Check Point 32 ชุด รถสายตรวจโดรน 32 คัน และโดรน 128 ลำ ซึ่งติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อน (Thermal) รองรับการลาดตระเวน ตรวจการณ์ และค้นหาจากมุมสูงทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อยกระดับการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวให้รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังพัฒนาชุด Smart Patrol ให้สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวมีอุปกรณ์ประจำกายที่ทันสมัย ประกอบด้วย เสื้อเกราะสะท้อนแสง เครื่องแปลภาษา วิทยุสื่อสารระบบดิจิทัล และกล้องบันทึกภาพประจำตัว (Body Camera) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่
การประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำ นโยบายระดับกระทรวงลงสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยเชื่อมโยงศักยภาพของตำรวจท่องเที่ยวเข้ากับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยง ป้องกันเหตุ และสร้างระบบดูแลนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะเดินหน้าพัฒนากำลังพลให้มีศักยภาพ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็น จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพและปลอดภัยในระดับสากล.

