‘พลภูมิ’ หนุนตรวจสอบงบฯกทม.ได้เต็มที่ ปม ‘รถEV – ถังขยะ’ จี้ตอบปชช.ให้ได้พาเมืองไปถึงเป้าหมายอย่างไร ชี้ของแพงต้องแก้ราคา TOR มีปัญหาแก้ TOR ไม่คุ้มเอาตัวเลขมาพิสูจน์
เมื่อวันที่ 13 กันยายน นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร และแกนนำกลุ่มคนทำงาน โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ สภากรุงเทพมหานครจะพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ใน วาระ 2 และวาระ 3 ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร (ส.ก.)และอดีต ส.ก.4 สมัย ผ่านกระบวนการพิจารณางบประมาณมาหลายครั้ง และยืนยันมาตลอดว่า เงินประชาชนทุกบาทต้องตรวจสอบได้ แต่การตรวจสอบที่ดีต้องตอบให้ได้ด้วยว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน และสิ่งที่เสนอให้แก้นั้น แก้ปัญหาตรงจุดจริงหรือไม่
นายพลภูมิ กล่าวว่า ประเด็นแรก รถเก็บขยะ EV เรื่องนี้ต้องพูดให้ครบ ไม่ใช่พูดเพียงด้านเดียว พรรคประชาชน(ปชน.) ยืนยันในการแถลงเมื่อวันที่ 11 กันยายนว่า สัดส่วนพรรคปชน.ในคณะกรรมการวิสามัญฯ ทั้ง 15 คน เห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านไปใช้รถพลังงานสะอาด เพื่อประหยัดงบประมาณและลดมลพิษ เพียงแต่เห็นว่าโครงการรถขยะ EV ทั้ง 3 โครงการยังมีข้อสงสัยเรื่องความพร้อมและความคุ้มค่า ตนเห็นด้วยว่า โครงการหลายพันล้านต้องตรวจให้ละเอียดที่สุด แต่ขอให้ประชาชนเห็นตัวเลขทั้งหมดก่อน โครงการที่นำกลับมาในขั้นแปรญัตติมี 3 โครงการ รถเก็บขนมูลฝอยไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 2 ตัน วงเงินโครงการ 1,595,577,060 บาท รถไฟฟ้าเก็บขนมูลฝอยแบบยกภาชนะ 8 ลูกบาศก์เมตร วงเงินโครงการ 317,541,400 บาท และ รถเก็บขนมูลฝอยไฟฟ้าแบบอัด ขนาด 5 ตัน วงเงินโครงการ 4,125,463,540 บาท รวมวงเงินผูกพันตลอดโครงการ 6,038,582,000 บาท แต่เงินที่นำกลับมาตั้งใน ปีงบประมาณ 2570 คือโครงการละ 1 ล้านบาท รวม 3 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นภาระผูกพันในปีต่อ ๆ ไป ไม่ใช่การเบิกเงินกว่า 6 พันล้านบาทในปีเดียว
นายพลภูมิ กล่างงาา อีกเรื่องที่ควรรู้คือ แนวคิดเรื่อง EV ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับฝ่ายที่กำลังตั้งคำถามวันนี้ ในปี 2566 ส.ก.พรรคก้าวไกล(ก.ก.)เคยเสนอร่างข้อบัญญัติ รถเมล์อนาคต เพื่อผลักดันรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพฯ ไปสู่รถพลังงานไฟฟ้า เพื่อลด PM2.5 และมลพิษ และสภากรุงเทพมหานครได้เห็นชอบร่างดังกล่าว เป็นเอกฉันท์ ก่อนที่ภายหลังจะติดข้อจำกัดด้านอำนาจของ กทม.ตามความเห็นทางกฎหมาย วันนี้พรรคปชน.เองก็ยังมีนโยบายระดับประเทศที่ชัดเจนเรื่อง EV Bus Ecosystem และตั้งเป้าผลักดันรถเมล์ไฟฟ้าหลายพันคัน รวมถึงให้ท้องถิ่นสามารถเลือกจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้าได้ตามความเหมาะสม
‘เพราะฉะนั้น ผมจะไม่ตั้งคำถามว่า ทำไมพรรคปชน.ไม่เอา EV เพราะเขาเองก็ยืนยันว่า เอา EV แต่ผมอยากถามให้ชัดกว่านั้นว่า ถ้าเป้าหมายของเราตรงกันว่า กรุงเทพฯ ต้องลดการใช้น้ำมัน ลด PM2.5 และเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด แล้วหาก TOR ยังมีปัญหา เหตุใดเราไม่แก้ TOR หากราคายังมีข้อสงสัย เหตุใดไม่เปิดราคา หากยังไม่มั่นใจว่าคุ้มค่า เหตุใดไม่เปิดต้นทุนเปรียบเทียบรถน้ำมันกับรถ EV ตลอดอายุสัญญาให้ประชาชนเห็น ดังนั้น ตรวจครับ แต่ตรวจแล้วต้องนำไปสู่ คำตอบ ไม่ใช่ตรวจแล้วสุดท้ายเมืองยังต้องกลับไปพึ่งระบบรถน้ำมันเดิม โดยไม่มีใครตอบว่าต้องใช้ต่ออีกนานเท่าไร และมีต้นทุนเท่าไร’นายพลภูมิ ระบุ
นายพลภูมิ กล่าวว่า ประเด็นที่สอง ถังขยะ ในรายการแปรญัตติมีตัวเลขที่ตรวจสอบได้ชัดเจน เช่น ถัง 130 ลิตร จำนวน 13,030 ใบ 18.242 ล้านบาท = 1,400 บาท/ใบ , ถัง 240 ลิตร จำนวน 18,200 ใบ 30.030 ล้านบาท = 1,650 บาท/ใบ และ ถัง 660 ลิตร จำนวน 980 ใบ 15.092 ล้านบาท = 15,400 บาท หากมีข้อสังเกตว่า ราคาต่อหน่วยสูงกว่าราคาท้องตลาด สนับสนุนให้ตรวจเลย ตรวจรุ่น ตรวจสเปก ตรวจวัสดุ ตรวจการรับประกัน ตรวจราคากลาง และเปิดราคาเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็น
‘แต่มีคำถามง่าย ๆ ว่า หากปัญหาคือ ราคาต่อใบแพง แล้วแก้ด้วยการลด จำนวนถัง นั่นคือการแก้ปัญหานั้นใช่หรือ เพราะถ้าลดจำนวนลง แต่ ราคาต่อใบยังเท่าเดิม ราคาที่บอกว่าแพงก็ยังแพงเหมือนเดิม ถ้าปัญหาคือราคา ต้องแก้ราคา ถ้าปัญหาคือสเปก ต้องแก้สเปก ถ้าปัญหาคือ TOR ต้องแก้ TOR นี่คือหลักง่าย ๆ ของการตรวจสอบงบประมาณ’นายพลภูมิ ระบุ
นายพลภูมิ กล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญ กระบวนการของสภายังไม่จบ วันที่ 11 กันยายน คณะกรรมการวิสามัญฯ รับรองรายงานแล้วจริง และพรรคประชาชนก็ออกมาแถลงจุดยืนของตัวเองในวันเดียวกัน แต่ขั้นตอนสุดท้าย ยังไม่จบ วันที่ 15 กันยายน สภากรุงเทพมหานครทั้งสภายังต้องพิจารณาและลงมติในวาระ 2 และวาระ 3 ในรายการที่มีการตัด ปรับลด หรือสงวนความเห็น ตนเคารพสิทธิของทุกฝ่ายในการแถลงข่าว แต่ในฐานะคนที่เคยทำงานในสภามาหลายสมัย อยากเห็น การให้เกียรติกระบวนการของสภา เช่นเดียวกัน การแถลงจุดยืนทำได้ การตรวจสอบทำได้ การคัดค้านทำได้ แต่ควรสื่อสารกับประชาชนให้ชัดว่า นั่นคือจุดยืนของฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่ข้อยุติของสภากรุงเทพมหานคร
‘ผมไม่ได้ขอให้ใคร ผ่านงบ โดยไม่ตรวจสอบ ตรงกันข้าม ยิ่งเงินมาก ยิ่งต้องตรวจหนัก แต่ผมอยากเห็นการตรวจสอบที่มีตรรกะเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ ของแพง แก้ราคา TOR มีปัญหา แก้ TOR ไม่คุ้มเอาตัวเลขมาพิสูจน์ สนับสนุนพลังงานสะอาด ก็ต้องมีคำตอบว่าจะพาเมืองไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้ว งบประมาณไม่ควรเป็นการแข่งขันว่า ใครชนะทางการเมือง แต่ควรเป็นการแข่งขันว่า ใครทำให้เงินของประชาชนเกิดประโยชน์มากที่สุด วันที่ 15 กันยายน ผมอยากชวนประชาชนติดตามไปพร้อมกัน และฝากคำถามไว้เพียงว่า เรากำลังตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหาให้ดีขึ้นจริง ๆ หรือกำลังตรวจสอบด้วยเหตุผลหนึ่ง แล้วใช้วิธีแก้ที่ไม่ตรงกับเหตุผลที่ตัวเองตั้งไว้ งบประมาณประชาชนต้องถูกตรวจสอบ และเหตุผลของผู้ตรวจสอบเอง…ก็ต้องผ่านการตรวจสอบจากประชาชนเช่นกัน’ แกนนำกลุ่มคนทำงาน ระบุ

