หมอ LGBTQ ร้องถูกสาวหลอกคบ 6 ปี สูญ 20 ล้าน สุดท้ายจับได้มีผัวแล้ว ซ้ำเอางินเปย์สามีตัวเอง
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมอ LGBTQ+ เจ้าของคลินิกชื่อดัง หอบหลักฐานเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจ “สายไหมต้องรอด” หลังถูกอดีตแฟนสาวหลอกคบหานานกว่า 6 ปี ทุ่มเงินดูแลไปกว่า 20 ล้านบาท หวังสร้างครอบครัวแต่งงานเป็นคู่ชีวิต แต่สุดท้ายเรื่องมาแดงเมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านจึงชวนฝ่ายหญิงไปจดทะเบียนสมรส กลับถูกปฏิเสธบ่ายเบี่ยง พอสืบความจริงถึงรู้ว่าฝ่ายหญิงมีสามีอยู่แล้ว แถมเอาเงินที่หลอกไปซัพพอร์ตผัวตัวเองจนหมด
คุณหมอ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2562 โดยรู้จักกันทาง Facebook ผ่านเพจแห่งหนึ่ง ซึ่งฝ่ายหญิงโพสต์ในลักษณะเพิ่งอกหัก คุณหมอจึงทักไปพูดคุยและสอบถามสถานะ ซึ่งฝ่ายหญิงยืนยันมาตลอดว่า “โสด” หลังจากพูดคุยกันได้หลายเดือน จึงนัดพบกันครั้งแรกในงานลอยกระทงปี 2562 แม้ตัวจริงจะไม่ตรงปกมากนัก แต่ด้วยความรู้สึกดีที่สะสมมา จึงตกลงคบหากันเป็นแฟน
คุณหมอ กล่าวว่า ต่อมาตนตัดสินใจย้ายไปตั้งหลักที่ จ.ขอนแก่น เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับฝ่ายหญิง โดยช่วงแรกทำหน้าที่เป็นแพทย์พาร์ตไทม์ จนกระทั่งพบคลินิกปล่อยเซ้ง จึงลงทุนเซ้งกิจการและจ้างฝ่ายหญิงมาทำงานเป็นพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ ให้เงินเดือนสูงถึง 50,000 บาท ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ฝ่ายหญิงมีพฤติกรรมใช้เงินเก่ง ชอบสินค้าแบรนด์เนม ทั้งกระเป๋า เครื่องสำอาง และเครื่องประดับต่างๆ ซึ่งตนตามใจและเปย์ให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นถอยรถ H-RV ให้ใช้ แต่ฝ่ายหญิงบ่นว่ากระด้าง ขับไม่นิ่ม จึงขอย้ายไปใช้ BMW X1 คุณหมอก็ดาวน์ให้อีกกว่า 4 แสนบาท ซื้อทองคำหนักรวม 50 บาท และโทรศัพท์มือถือ iPhone 14 Pro Max รวมมูลค่าตลอด 6 ปีไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
“กระทั่งช่วง 3-4 ปีหลัง ฝ่ายหญิงเริ่มไม่ใส่ใจงานในคลินิก ชอบไปเที่ยวปาร์ตี้สังสรรค์กับลูกน้อง จนเมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน คุณหมอที่ฝันอยากใช้ชีวิตคู่และแต่งงานกันตามที่เคยตกลงกันไว้ จึงเอ่ยปากชวนฝ่ายหญิงไปจดทะเบียนสมรส แต่ฝ่ายหญิงกลับบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธมาโดยตลอด”คุณหมอ กล่าว

ด้วยความสงสัย คุณหมอจึงเริ่มค้นหาความจริง จนทราบเรื่องสุดช็อกว่า ฝ่ายหญิงแต่งงานมีสามีอยู่แล้ว และยังอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันกับสามี ซึ่งเมื่อเค้นถาม ฝ่ายหญิงจึงยอมรับว่าแต่งงานแล้วจริง แต่อ้างว่า “ถูกบังคับให้แต่ง” และจำเป็นต้องอยู่บ้านเดียวกัน ทว่าเงินทั้งหมดกว่า 20 ล้านบาทที่คุณหมอทุ่มเทให้ไป กลับถูกฝ่ายหญิงนำไปเปย์เลี้ยงดูสามีตัวเองจนหมด
หมอชี้ถูกข่มขู่ วอนขอความยุติธรรม คุณหมอระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโดนฝ่ายหญิงข่มขู่ จนไม่สามารถกลับไปทำงานที่คลินิกแห่งนั้นได้ จึงต้องการแจ้งให้คนไข้ที่เคยมารักษาทราบว่า ตนไม่ได้ประจำอยู่ที่คลินิกใกล้บ้านฝ่ายหญิงแล้ว
ทั้งนี้ คุณหมอเรียกร้องขอความยุติธรรมและต้องการทรัพย์สินคืนทั้งหมด พร้อมฝากถึงพ่อแม่ของฝ่ายหญิงว่า หากจะอ้างว่าลูกสาวกู้เงินมาให้ตน ขอให้นำหลักฐานทางการเงินออกมาแสดง อย่าพูดเพียงปากเปล่า โดยหลังจากนี้เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด


