รวบหนุ่มหน้าหยกโดนกล่าวหา ’18 มงกุฎ’ ตีสนิทเหยื่อชายตายใจโกงหลายล้าน

4.03.16 | 16:37 น.

ตุ๋น
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสกุญยา รองผกก.1 บก.ป.รรท.ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายอธิษกฤษ ธนาธรธนะเดช หรือนายภูดิส ชูโชคชัยกุล อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี วันที่ 19 มกราคม 2558 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง ใช้และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยจับกุมตัวได้ภายในร้านอาหารแชร์ ริมถนนกัลปพฤกษ์ เลขที่ 162/3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

สืบเนื่องจากนายอธิษกฤษมีพฤติกรรมหลอกลวงผู้เสียหายที่เป็นชายหนุ่มหน้าตาดีตามสถานที่ต่างๆ โดยจะทำทีเข้าไปตีสนิทพูดจาหว่านล้อม อ้างตัวว่าเป็นคนมีฐานะ สามารถซื้อรถยนต์หรูพร้อมส่งเสียเลี้ยงดูผู้เสียหายได้ ผู้เสียหายเกิดความไว้ใจหลงเชื่อ จากนั้นผู้ต้องหารายนี้ก็จะออกอุบายหลอกให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจเช่ารถยนต์หรือหลอกเอาบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปสมัครบัตรเครดิตตามธนาคารต่างๆ แล้วนำไปใช้รูดซื้อสินค้าต่างๆ รวมถึงนำไปใช้ทำธุรกรรมต่างๆ กว่าผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ ผู้ต้องหารายนี้ก็ได้หลบหนีไปเสียก่อน รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากได้รับเรื่องเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น จึงนำกำลังเข้าไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว

นายพิทยา สมบัติชัชวาล อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่สจ๊วตของสายการบินแห่งหนึ่ง กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นายอธิษกฤษผู้ต้องหารายนี้ได้เข้ามาทำทีตีสนิทพูดคุยกับตน ก่อนจะออกอุบายให้ไปซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นคัมรี่ มูลค่าล้านกว่าบาท รวมถึงผู้ต้องหารายนี้ยังได้แอบใช้บัตรประชาชนของตนไปทำการซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นอัลติส ราคาประมาณ 9 แสนกว่าบาทอีก 1 คัน โดยที่ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหนี้นับล้านบาทไปแล้ว

จากการสอบสวนนายอธิษกฤษยังให้การปฏิเสธ โดยจะขอให้รายละเอียดในชั้นศาลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้พบว่ามีการถูกออกหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวด้วยกันอีก 4 หมายจับ ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี 2 หมายจับ และหมายจับศาลแขวงพระนครใต้อีก 2 หมายจับ และยังอยู่ในขั้นตอนการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 4 หมายจับ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.บางชัน นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป