หน้าแรก ในประเทศ เปิดข้อมูล 7 ...

เปิดข้อมูล 7 บริษัท เจ้าของร้านเสริมความงามเอี่ยวนักธุรกิจยิว พบ ชื่อผู้ถือหุ้นไทยซ้ำหลายบริษัท

15.09.26 | 13:04 น.

เปิดข้อมูล 7 บริษัทเจ้าของร้านเสริมความงามเอี่ยวนักธุรกิจยิว พบผู้ถือหุ้นไทย-อิสราเอลร่วมกัน และเกือบทั้งหมดบริษัทมีผู้ถือหุ้นคนไทยรายเดียวกัน และ มีผู้ถือหุ้นชาวอิสราเอลที่อาจจะเกี่ยวข้องกัน ผู้เสียหายคาดเชื่อมโยงกัน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นชาวอิสราเอล 49 เปอร์เซ็นต์ มีพฤติการณ์สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้บริการห้างดัง โดยเปิดร้านในห้างดังในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมขายเครื่องสำอางค์และคอร์สเสริมความงามราคาสูงกว่าปกติ เมื่อประชาชนที่เข้าใช้บริการเกิดปัญหาและติดต่อไปเพื่อขอคำตอบ ร้านใช้วิธีทยอยปิดและไปเปิดใหม่ในห้างเดียวกัน และ ที่ห้างอื่น จนผู้เสียหายเริ่มรวมตัวกัน ทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจ และร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค


ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้เสียหายทั้งหมด 4 ราย และ 3 ราย ที่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แล้ว โดยร้านค้ามีพฤติการณ์คือขายเครื่องสำอางค์ราคาแพงกว่าปกติรวมถึงเสนอคอร์สเสริมความงามแก่ผู้เสียหายในบางรายมีการบริการจากผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการแพทย์ทำหัตการให้กับลูกค้า เมื่อผู้เสียหายต้องการคืนสินค้าเป็นเงินปรากฎว่าร้านก็ได้ปิดตัวลงก่อนย้ายไปเปิดยังห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ หรือเปิดร้านใหม่แต่อยู่ในห้างเดิม ด้านตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายที่ได้แจ้งความกล่าวด้วยว่าจำนวนผู้เสียหายน่าจะไม่ได้มีเพียงแค่ 4 ราย เพราะเคยมีข่าวว่ามีร้านเสริมความงามที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบของูผู้เสียหาย พบว่า กรรมการของบริษัทที่เป็นเจ้าของร้านเสริมความงามต่าง ๆ มีกรรมการบริษัทที่มีคนไทยชื่อซ้ำกันในหลายบริษัท รวมถึง บริษัทมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกันหลายบริษัท โดยบริษัททั้งหมด 7 บริษัทมีชาวไทยถือหุ้นร่วมกับชาวอิสราเอลทั้งหมด โดยบริษัทที่ 1 ผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้น 30,600 หุ้น และชาวอิสราเอล 29,400 หุ้น บริษัทที่ 2 มีผู้ถือหุ้นชาวไทย 35,700 หุ้น และชาวอิสราเอล 34,300 หุ้น บริษัทที่ 3 มีผู้ถือหุ้น 3 คน เป็นชาวไทย 1 รายและชาวอิสราเอล 2 ราย ผู้ถือหุ้นชาวไทยถืออยู่ที่ 25,500 หุ้น ชาวอิสราเอลอีก 2 ราย ถือจำนวน 24,500 หุ้น บริษัทที่ 4 มีผู้ถือหุ้นชาวไทยและอิสราเอล ผู้ถือหุ้นชาวไทยถืออยู่ที่ 30,600 หุ้น และชาวอิสราเอล 29,400 หุ้น บริษัทที่ 5 มีผู้ถือหุ้นชาวไทย 2 ราย ถือหุ้นอยู่ที่ 37,750 หุ้น ชาวอิสราเอล 1 ราย 12,250 หุ้น บริษัทที่ 6 เป็นนิติบุคคลของไทยถือหุ้นอยู่ที่ 20,400 หุ้น และชาวอิสราเอล 19,600 หุ้น และบริษัทที่ 7 มีผู้ถือหุ้นชาวไทยและอิสราเอลร่วมกันโดยชาวไทยถืออยู่ที่ 30,200 หุ้น (นามสกุลเดียวกับต่างชาติ) และชาวอิสราเอล 19,800 หุ้น

อีกทั้งผู้เสียหายยังบอกอีกว่าเคยติดต่อ ผ่านคนไทยมี่เป็นกรรมการ และ ผู้ถือหุ้น ของบริษัท เพื่อแจ้งถึงปัญหาที่เกิดขึ้นปรากฎว่าไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และ บอกปัดว่าเป็นแค่พนักงานขายไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ จนกระทั่งผู้เสียหายรายเดิมได้โทรไปสอบถามอีกปรากฎว่าผู้ถือหุ้นรายนี้กลับตัดช่องทางการติดต่อจากผู้เสียหายรายนี้จนทำให้ต้องเข้ามาแจ้งความ และผู้เสียหายคาดว่าบริษัททั้งหมดที่มีรายชื่อผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลคนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกัน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าบริษัททั้งหมด 7 บริษัทมี 1 แห่งที่มีข้อมูลว่าได้จดทะเบียนเลิกกิจการไปแล้วเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา