หน้าแรก ในประเทศ ทส. ไฟเขียว “...

ทส. ไฟเขียว “เขาสมโภชน์” จ.ลพบุรี ขึ้นทะเบียนแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งที่ 29 ของประเทศไทย

15.09.26 | 17:45 น.

ทส. ไฟเขียว “เขาสมโภชน์” จ.ลพบุรี ขึ้นทะเบียนแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งที่ 29 ของประเทศไทย เพื่อประโยชน์ชุมชนอย่างยั่งยืน


วันที่ 15 กันยายน  ดร.รวีวรรณ ภูริ เดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ในฐานะกรรมการและเลขานุการฯ พร้อมด้วยกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบ Video Conference

การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนพัฒนาเชิงบูรณาการพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยสองฝาอะลาโทคอนคิด เขาสมโภชน์ (เขาระเบิดหิน) เพื่อกำหนดทิศทางการดูแลและใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม โดยวางแนวทางการพัฒนาไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์ การศึกษาวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก และการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยสองฝาอะลาโทคอนคิด เขาสมโภชน์ (เขาระเบิดหิน) อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เนื้อที่ 41 ไร่ 2 งาน 48.4 ตารางวา เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน แห่งที่ 29 ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกรมทรัพยากรธรณี เรื่อง แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน แหล่งที่ 29 แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยสองฝาอะลาโทคอนคิด เขาสมโภชน์ (เขาระเบิดหิน) พร้อมแผนที่ท้ายประกาศ และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisement

การขึ้นทะเบียน “เขาสมโภชน์” เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์แห่งที่ 29 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการคุ้มครองมรดกทางธรณีวิทยาของประเทศในการวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งศึกษา วิจัย และเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อการรักษาคุณค่าของแหล่งซากดึกดำบรรพ์ให้คงอยู่ควบคู่กับการสร้างโอกาสและประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน