หน้าแรก ในประเทศ สภากทม. ปัดตก...

สภากทม. ปัดตกโครงการ เช่ารถขยะอีวี 6 พันล้าน เสียงข้างมากห่วง ล็อกสเปก-เอื้อกลุ่มทุน

15.09.26 | 20:49 น.

สภากทม. ปัดตก คก.เช่ารถขยะอีวีระยะ5 ปี วงเงิน 6 พันล้าน กทม.จำใจเช่ารถดีเซลเจ้าเดิม 1-2 ปี สร้างมลพิษฝุ่นควันต่อ เสียงข้างมากห่วง ล็อกสเปก-เอื้อกลุ่มทุน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหารกทม. หัวหน้าหน่วยงาน สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องรายการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีคณะกรรมการวิสามัญฯ สงวนความเห็นไว้เพื่อขอให้สภากรุงเทพมหานคร วินิจฉัย โครงการเช่ารถไฟฟ้าเก็บขนมูลฝอย จำนวน 3 โครงการ เพื่อใช้ทดแทนรถเก็บขนมูลฝอย (รถสันดาป) ที่จะสิ้นสุดสัญญา ในปี 2570 รวม 1,347 คัน ดังนี้ 1.โครงการเช่ารถไฟฟ้าเก็บขนมูลฝอยแบบอัด ขนาด 2 ตัน 399 คัน วงเงินโครงการ 1,595,577,060 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี (2570-2576) ระยะเวลาเช่า 5 ปี โดยของบปี70 จำนวน 1 ล้านบาท

2.โครงการเช่ารถไฟฟ้าเก็บขนมูลฝอยแบบอัด ขนาด 5 ตัน 874 คัน วงเงินโครงการ 4,125,463,540 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี (2570-2576) ระยะเวลาเช่า 5 ปี โดยของบปี70 จำนวน 1 ล้านบาท

และ 3.โครงการเช่ารถไฟฟ้าเก็บขนมูลฝอยแบบยกภาชนะขนาด 8 ลบ.ม. 74 คัน ของบฯ 317,541,400 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (2570-2577) ระยะเวลาเช่า 5 ปี โดยของบปี70 จำนวน 1 ล้านบาท รวม 1,347 คัน รวม 3 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 6,038,582,000 บาท

Advertisement

ทั้งนี้บรรดา ส.ก.อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่สนับสนุนและไม่ต่อต้านการใช้รถอีวี แต่โครงการดังกล่าว ฝ่ายบริหาร เคยขอจัดสรรงบประมาณประจำปี68 มาแล้ว จนถึงปัจจุบันทั้ง 3 โครงการนี้ยังไม่ได้ตัวผู้รับจ้าง เพราะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีปัญหามาตลอด กระทั่งฝ่ายบริหารขอยกเลิกทั้ง 3 โครงการและเสนอทั้ง3โครงการเข้ามาใหม่ แต่กลับมีมูลค่าแพงกว่าเดิม

นอกจากนี้ รายละเอียดที่ฝ่ายบริหาร เสนอโครงการมา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่เพียงพอต่อการพิจารณา ยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจนจำนวนมาก โดยเฉพาะการกำหนดสเปคและขอบเขตของงาน รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ และจำนวนลดลง แต่ราคากลับสูงกว่าเดิมโครงการละ 100-200 ล้านบาท รวมทั้งผลการทดลองใช้งานรถขยะอีวี ตลอดจนปัญหาเรื่องสถานีชาร์จ ขณะที่ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าจริง ลดมลพิษจริง แต่ไม่ได้ดูต้นทุนแฝงอื่นๆ พร้อมเสนอให้เตรียมพร้อมรถชนิดดีเซลไว้ในกรณีฉุกเฉิน

บรรดา ส.ก.ยังชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาทั้ง 3 โครงการ มีปัญหามาตลอดว่ามีการล็อกสเปก เพื่อเอื้อให้เอกชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จนกระทั่ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงานป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบ จึงอยากให้ฝ่ายบริหาร กลับไปศึกษาความเสี่ยง และทบทวนโครงการให้รอบคอบ ทั้งการทดสอบน้ำหนัก และระยะทาง การกำหนดทีโออาร์ เอกสารเสนอราคา และระบบชาร์จไฟฟ้า ก่อนเสนอโครงการเข้ามาใหม่ พร้อมมีข้อแนะนำให้ใช้รถขยะอีวีทดลองนำร่องก่อน เมื่อได้ผลดี จึงค่อยขยายต่อไป

ด้าน นายฉัตรชัย หมอดี สก.เขตบางนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 กล่าวว่า ส่วนตัวมีคำถามทำไมๆ กับทั้ง 3 โครงการดังกล่าว

ขณะที่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ทั้ง 3 โครงการ มีการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ทำให้เกิดความล่าช้า ฝ่ายบริหาร จึงของบเหลื่อมปี แต่สภากทม.ไม่อนุมัติให้ จึงเสนอโครงการเข้ามาใหม่ ปัจจุบันในประเทศไทย มีรถขยะอีวีใช้แล้ว 13 จังหวัด อีกทั้งค่าเช่ารถขยะอีวี ถูกลง อัตราค่าเช่ารถอีวี ต่ำกว่าค่าเช่ารถดีเซลเดิมเมื่อปี 2563 ประมาณ 7-10% และยังประหยัดค่าพลังงานกว่า 4,745 ล้านบาท รถขยะอีวี จำนวน 1,347 คัน วิ่งเฉลี่ย 200 กิโลเมตรต่อวัน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดสัญญา 5 ปีได้ประมาณ 4,745 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 949 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นการประหยัดประมาณ 54% เมื่อเทียบกับรถดีเซล

นอกจากนี้เห็นตัวเลขชัดเจน รถดีเซลมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอด 5 ปีประมาณ 8,756.63 ล้านบาท คำนวณจากราคาดีเซล 39 บาทต่อลิตร ขณะที่รถอีวี อยู่ที่ประมาณ 4,011.90 ล้านบาท คำนวณจากค่าไฟฟ้า 6 บาทต่อหน่วย จึงประหยัดได้ 4,744.72 ล้านบาท ทำให้ ประหยัดเกือบ 80% ของวงเงินเช่า เงินที่ประหยัดจากค่าพลังงานประมาณ 4,745 ล้านบาท คิดเป็นราว 79% ของวงเงินโครงการเช่ารถอีวี ทั้งหมดประมาณ 6,038 ล้านบาท

ส่วนความพร้อมของ กทม. ได้มีความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงในการติดตั้งระบบชาร์จไฟ และจะมีการทดสอบสมรรถนะรถอย่างรอบคอบก่อนใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับภารกิจเก็บขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับงบประมาณปี 2570 กทม. จะต้องเช่ารถดีเซลเดิมต่อไปอีกประมาณ 2 ปี ซึ่งรถบางส่วนมีอายุการใช้งาน 5–7 ปี และยังคงมีปัญหาด้านมลพิษและเสียงรบกวน

สำหรับข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส กทม. ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโครงการอย่างรอบด้าน มีการตั้งคณะกรรมการร่วมจากหลายหน่วยงาน พิจารณารายละเอียดและดำเนินการตามข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำเข้าสู่กระบวนการด้านคุณธรรมและความโปร่งใส เพื่อให้การดำเนินงานตรวจสอบได้

ส่วนข้อเสนอให้จ้างงานหรือการส่งมอบงานให้บริษัทอื่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นผู้รับผิดชอบดูแลแทน (เอาต์ซอร์ส) ทั้งรถและบุคลากรนั้น กทม. ยังมีความจำเป็นต้องรักษาบุคลากรด้านการเก็บขยะไว้ เนื่องจากเป็นภารกิจบริการพื้นฐานที่ต้องดำเนินการทุกวัน และบุคลากรยังสามารถระดมไปช่วยภารกิจอื่นในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ จึงควรทยอยปรับลดกำลังคนตามการเกษียณและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว โดยไม่มีนโยบายเลิกจ้าง

หลังจากการอภิปรายเสร็จสิ้น ประธานสภากรุงเทพมหานคร ได้สอบถามผู้สงวนความเห็นและเปิดระบบลงมติด้วยเครื่องออกเสียงลงคะแนน โดยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ยืนยันตัวตนเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนเต็มจำนวน 50 คน ผลการลงมติ ปรากฏว่า มีผู้เห็นชอบตามที่ผู้สงวนความเห็นเสนอ (เห็นควรให้ตัดงบประมาณ) จำนวน 27 คน ไม่เห็นชอบ (ให้คงงบประมาณตามร่างเดิม) จำนวน 19 คน งดออกเสียง จำนวน 4 คน ส่งผลให้ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบตามผู้สงวนความเห็น คือ เห็นควรตัด เนื่องจากเห็นว่า กทม. ควรเช่ารถเก็บขนมูลฝอยในรูปแบบเดิมไปก่อนจนกว่าจะมีการทดสอบการใช้รถไฟฟ้าว่ามีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง แต่คณะกรรมการวิสามัญฯ มีมติให้คงไว้ในรายการแปรญัตติ