เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ราษฎรบนพื้นที่สูง ประจำปี พ.ศ.2560 จำนวน 349 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีคณะผู้บริหาร พม.เข้าร่วมพิธี ว่า พม.โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม โดยสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งได้จัดส่งคณะพระธรรมจาริกขึ้นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในหมู่บ้านราษฎรบนพื้นที่สูงตามแนวชายแดนและถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือ ตั้งแต่ปี 2508 และเมื่อปี 2514 มูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดาร ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ร่วมให้การอุปถัมภ์โครงการพระธรรมจาริกสืบมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ราษฎรบนพื้นที่สูงเกิดศรัทธาเลื่อมใส และประสงค์เข้ารับการบรรพชาอุปสมบทเพื่อสร้างศาสนทายาทในพระพุทธศาสนา โดยจะดำเนินการก่อนเข้าพรรษา ณ พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นประจำทุกปี
รมว.พม.กล่าวอีกว่า ขณะที่พิธีในวันนี้ได้ปฏิบัติสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นปีที่ 52 มีราษฎรบนพื้นที่สูงบรรพชาอุปสมบทหมู่รวมทั้งสิ้น 10,604 รูป โดยเป็นสามเณร 7,743 รูป และพระภิกษุ 2,861 รูป สำหรับในปีนี้มีบุตรหลานราษฎรบนพื้นที่สูง 10 ชนเผ่า ประกอบด้วย กะเหรี่ยง ลาหู่ อาข่า ม้ง เมี่ยน ถิ่น ลีซู ลัวะ ขมุ มลาบรี และราษฎรพื้นราบถิ่นกันดารที่เลื่อมใสศรัทธา ขอบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาจำนวน 349 คน



