เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่ สน.บางนา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีเหตุสลดบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียภายในบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ถนนบางนา-ตราด แขวงและเขตบางนา กทม. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดย พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวก่อนเข้าตรวจสำนวนว่า วันนี้ได้เดินทางมาตรวจดูสำนวนการสอบสวนว่ามีความคืบหน้าอย่างไร ทั้งในส่วนของผู้เสียหายและสอบสวนพยานใกล้เคียง ซึ่งก็ทราบว่าทางบริษัทที่เกิดเหตุมีการเยียวยาไปส่วนหนึ่งเเก่ผู้เสียชีวิตรายละ 3 ล้านบาท และดูเเลในเรื่องงานศพให้ ซึ่งตรงนี้เป็นการเยียวยาระดับหนึ่งที่เป็นส่วนของทางเเพ่ง ส่วนเรื่องการดำเนินการทางอาญาก็ต้องว่ากันอีก หากมีการดำเนินคดีอาญาจะต้องดูว่าเป็นเรื่องของนิติบุคคลที่บริษัทจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ เเต่ถ้าเป็นเรื่องบุคคลก็ต้องมีการมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบ ส่วนบริษัทจะเข้าข่ายประมาทหรือไม่ ต้องดูรายละเอียดก่อนยังไม่สามารถสรุปได้เนื่องจากตามกฎหมายสาเหตุที่ทำให้เกิดการตาย จะแบ่งว่าเป็นการทำประมาทหรือจงใจ เเละอีกอย่างคืออุบัติเหตุ เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเท็จจริงแล้วบ่อบำบัดน้ำเสียดังกล่าวเปิดฝาบ่อไว้อยู่หรือไม่ มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ต้องขอดูรายละเอียดก่อน ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีผู้ชำนาญการยืนยันว่าลักษณะเเบบนี้กระทำถูกต้องหรือไม่ ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดตนต้องขอดูในรายละเอียดสำนวนก่อนว่ามีพยานหลักฐาน พยานบุคคล กล้องวงจรปิดเเละพยานที่เกี่ยวข้องยืนยันในข้อเท็จจริงเพียงใด ซึ่งพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวล้วนเสียชีวิตเพราะมีการช่วยกันเป็นทอดๆ ส่วนที่ระบุว่ามีพยานบุคคลที่ไปเรียกคนมาช่วยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการสอบสวนเเล้ว เเต่ข้อเท็จจริงยังอยู่ในสำนวน ซึ่งขณะนี้มีการสอบพยานไปเเล้ว 8 ปาก การที่จะกล่าวหาผู้ใดนั้นต้องมีพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ปราศจากข้อสงสัย
เมื่อถามว่ากรณีเเบบนี้เข้าข่ายความผิดกฎหมายมาตราใดบ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า หลักการดำเนินคดีมีทั้งประมาทเเละเจตนา ถ้าเป็นกรณีประมาทก็จะต้องดูว่าเป็นกรณีประมาทที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดด้วย ก็ต้องดูว่ากฎหมายบัญญัติไว้อย่างไร กรณีนี้มีความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย ก็จะมีความผิดกระทำโดยประมาทได้ แต่เชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องคงไม่อยากให้มีคนเสียชีวิต
“ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59 อนุ 4 บัญญัติไว้ว่าการกระทำโดยประมาทที่มิใช่เจตนาแต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลจะมีตามวิสัย ส่วนบทลงโทษก็แล้วแต่ อย่างประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไม่เกิน 10 ปี” ผบช.น.กล่าว

