จากกรณีที่มีการแชร์ในโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ว่า “ตำรวจทุบแม่ค้าตาหลุด” โดยนำภาพ พ.ต.ท. สมชาติ มณีรัตน์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ มาแนบเนื้อหาข่าวพร้อมกับภาพเหยื่อผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาว นั้น
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ทีมงานโฆษก ตร. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ากรณีข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ประกอบกับเนื้อหาข่าวได้มีการนำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพาดพิงว่าเป็นผู้ลงมือกระทำ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับความเสียหาย ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีไว้แล้ว
“ทีมงานโฆษก ตร. ขอเตือนกลุ่มบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี มุ่งหวังทำลายชื่อเสียงภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราจะดำเนินการนำผู้ที่กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 มาตรา 14 (1)นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” รองโฆษกตร.กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ผู้หญิงที่อยู่ในภาพ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งรายหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นที่ นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดัง เดินทางไปให้ความช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์ปลอม แต่งเรื่องและใช้ภาพบุคคลต่างๆ มาล่อให้คนมาคลิ๊กและขายโฆษณาโป๊ภายในเว็บ โดยตกแต่งเว็บไซต์ให้คนหลงเชื่อด้วยการแปะสัญลักษณ์เว็บไซต์ “ข่าวสด”ลงไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บริษัท ข่าวสด จำกัด ได้แจ้งความเพื่อดำเนินกับเว็บไซต์ปลอมดังกล่าว กับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อเอาผิดแล้ว

