ผู้เสียหายเข้าร้องเพจสายไหมต้องรอด แฉขบวนการ “แก๊งรถมือสอง” หลอกขายรถติดไฟแนนซ์ เหยื่อจ่ายเงินสด 1.18 ล้าน สุดท้ายโดนยึดรถ!
เมื่อวันที่ 18 กันยายน น.ส.ปิยะวดี อายุ 39 ปี พร้อมด้วย น.ส.พิศมัย อายุ 38 ปี ผู้เสียหาย เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีซื้อรถยนต์แล้วพบว่ายังติดสัญญาไฟแนนซ์ ซึ่งคดีค้างอยู่ในกระบวนการสอบสวนนานกว่า 1 ปี โดยไม่มีความคืบหน้า
ผู้เสียหายเปิดเผยรายละเอียดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังจากพี่ชายแท้ๆ ได้แนะนำรถยนต์ Toyota Fortuner ราคา 1,180,000 บาท โดยระบุว่าเป็นรถของคนรู้จักที่สามารถทำการซื้อขายได้ตามปกติ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจตกลงซื้อและโอนเงินชำระเต็มจำนวน จากนั้นได้นำรถมาใช้งาน โดยหลงเชื่อและเข้าใจว่ากระบวนการจัดทำเอกสารพร้อมการโอนกรรมสิทธิ์จะดำเนินการตามมาในภายหลัง แต่หลังจากนำรถมาใช้ได้เพียงประมาณ 15 วันถึงเกือบ 1 เดือน กลับได้รับการติดต่อจากบริษัทไฟแนนซ์แจ้งว่า รถยนต์คันดังกล่าวยังคงติดสัญญาเช่าซื้อ มียอดค้างชำระ และบริษัทต้องการติดตามรถคืน เมื่อพยายามติดต่อผู้ขายเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ก็ได้รับเพียงการเลื่อนนัดและคำกล่าวอ้างต่าง ๆ
กระทั่งมีการนัดหมายเจรจาที่เต็นท์รถ ซึ่งเจ้าของเต็นท์รถได้ยอมรับว่าประสบปัญหาสภาพคล่อง จึงนำเงินที่ได้จากการขายรถไปหมุนเวียนในธุรกิจ พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอให้ผู้เสียหายรับเช็คเปล่าและเซ็นสัญญากู้ยืมเงินเพื่อทยอยผ่อนชำระคืน อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าการทำสัญญากู้เงินจะทำให้รูปคดีเปลี่ยนจากกรณีฉ้อโกงหรือความผิดเกี่ยวกับการซื้อขายรถกลายเป็นเรื่องหนี้สินส่วนบุคคล จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวม 6 คน
ผู้เสียหายระบุเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา คดีมีความล่าช้าอย่างมากและมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนถึง 3 ครั้ง จนกระทั่งล่าสุดได้เข้าพบ ผู้บังคับบัญชาตำรวจในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีคำสั่งให้รื้อฟื้นและตรวจสอบคดีใหม่อีกครั้ง ทำให้ในวันนี้ต้องเดินทางมาขอความ ช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด เพื่อให้ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดี ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา และช่วยเหลือในการติดตามเงินที่เสียไปทั้งหมดคืนมา
ทางด้านทีมงานเพจสายไหมต้องรอดระบุว่า หลังจากนี้จะเร่งประสานไปยังผู้กำกับการ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นที่มีผู้เกี่ยวข้องถึง 6 คน รวมถึงสาเหตุที่คดียืดเยื้อนานกว่า 1 ปีและมีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนหลายครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและชี้แจงกระบวนการดำเนินคดีที่ผ่านมาให้เกิดความชัดเจน

