กรมชลฯ เตือนน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม เร่งระบาย 1,000–1,300 ลบ.ม./วินาที
เมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 21 ก.ย. 69 เวลา 7.00 น. ดังนี้
สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค
ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี (148) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ชัยภูมิ (81) ภาคกลาง จ.ลพบุรี (108) ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี (89) ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (87) และ ภาคใต้ จ.ตรัง (83)
วันนี้ : ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะเริ่มอ่อนกำลังลง ในขณะที่ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 22 – 26 ก.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังอ่อนลง
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม
ปริมาณน้ำรวม: 72% ของความจุเก็บกัก (58,250 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 60% (34,130 ล้าน ลบ.ม.)
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค
ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 18,548 ล้าน ลบ.ม. (67%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 7,199 ล้าน ลบ.ม. (60%)
ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 955 ล้าน ลบ.ม. (51%)
ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 1,957 ล้าน ลบ.ม. (62%)
ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 24,372 ล้าน ลบ.ม. (86%)
ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 5,219 ล้าน ลบ.ม. (68%)
สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยา
ภูมิพล: มีปริมาณน้ำ 8,110 ล้าน ลบ.ม. (60%)
สิริกิติ์: มีปริมาณน้ำ 7,453 ล้าน ลบ.ม. (78%)
แควน้อยบำรุงแดน: มีปริมาณน้ำ 553 ล้าน ลบ.ม. (59%)
ป่าสักชลสิทธิ์: มีปริมาณน้ำ 557 ล้าน ลบ.ม. (64%)
สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาฉบับที่ 3 (20 ก.ย. 69) เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และลำน้ำสาขามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าจะทำให้เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำประมาณ 1,550 – 1,650 ลบ.ม. ต่อวินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทาน 2 ฝั่ง ในอัตรา 400 – 450 ลบ.ม. ต่อวินาที จึงมีความจำเป็นจะต้องบริหารจัดการน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็นอัตรา 1,000 – 1,300 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลกระทบบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนในคันกั้นน้ำ ปัจจุบัน (เวลา 06.00 น.) สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,377 ลบ.ม. ต่อวินาที ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 990 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยมีระดับน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ +16.73 ม.รทก.

