สปส.ตอบทุกดราม่าเลือกตั้งประกันสังคม ‘จดเลขเข้าคูหา-ใส่เสื้อมีเบอร์-หีบบัตรต่างกัน’
ดราม่าการลงทะเบียนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้ง ทั้งกรณีกำหนดเวลาลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. การลงคะแนนที่ต้องเขียนหมายเลขผู้สมัครทั้ง 7 หมายเลข รวมถึงกรณีผู้ลงคะแนนฝ่ายนายจ้างที่ต้องเตรียมเอกสารหลายฉบับเพื่อยืนยันสิทธิ ทำให้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก
เมื่อวันที่ 22 กันยายน น.ส.มาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์กับ “มติชน” ถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับกติกาและขั้นตอนการเลือกตั้งว่า ระเบียบเลือกตั้งของสำนักงานประกันสังคมเป็นระเบียบกระทรวงแรงงาน ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี 2564 และสำนักงานประกันสังคมเคยจัดการเลือกตั้งมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อเดือนธันวาคม 2566 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงใช้ระเบียบฉบับเดิม
เมื่อถามถึงกรณีที่กำหนดเวลาลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. และมีความแตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ระยะเวลาการลงคะแนนเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดไว้ชัดเจน คือ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. และกำหนดมาตั้งแต่ระเบียบปี 2564
น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ส่วนวิธีการลงคะแนนมีความแตกต่างจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เนื่องจากคณะกรรมการประกันสังคมมี 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายรัฐบาล โดยฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนมีฝ่ายละ 7 คน ดังนั้นการเข้ามามีส่วนร่วมจากการเลือกตั้งจึงต้องมีผู้แทนฝ่ายละ 7 คน จึงเป็นที่มาของการกำหนดให้มีการเลือกตั้งฝ่ายละ 7 คน โดยมีการประกาศรับสมัครผู้สมัครและกำหนดหมายเลขผู้สมัคร เพื่อให้ผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้างเลือกผู้แทนของตัวเองตามหมายเลขที่ผู้สมัครได้รับ
เมื่อถามว่าทำไมผู้ใช้สิทธิจึงต้องเขียนหมายเลขผู้สมัครทั้ง 7 คน และต้องเขียนเป็นเลขอารบิก น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า การเขียนหมายเลขเป็นเลขอารบิกเป็นไปตามระเบียบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทุกคนทั่วไปรู้จักและใช้กันตามปกติ ดังนั้นทั้งจำนวนผู้สมัคร 7 คน และการเขียนหมายเลขอารบิก เป็นสิ่งที่กำหนดไว้ในระเบียบปี 2564
เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยมีความพยายามแก้ไขระเบียบการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ระเบียบฉบับใหม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 สำนักงานประกันสังคมได้มีการถอดบทเรียนจากการเลือกตั้ง และมีการชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่ามีประเด็นที่ต้องทบทวนหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการออกเสียงและวิธีการลงคะแนน
น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า จากนั้นมีการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการประกันสังคมได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อทบทวนระเบียบการเลือกตั้ง อนุกรรมการได้พิจารณากระบวนการจนสุดทาง และมีการเสนอ 4 แนวทางให้คณะกรรมการประกันสังคมรับทราบ โดยกระบวนการแก้ไขระเบียบมีการรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย มีการแสดงความคิดเห็นและโต้แย้งกันค่อนข้างมาก ทั้งจากนักวิชาการ นักการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นสำนักงานประกันสังคมได้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการประกันสังคมเพื่อทราบ และเสนอไปยังกระทรวงแรงงาน
น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า แต่เนื่องจากระยะเวลาในการทบทวนและแก้ไขระเบียบมีความล่าช้า ขณะที่คณะกรรมการประกันสังคมชุดเดิมครบวาระเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงแรงงานจึงมีแนวทางให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการเลือกตั้งภายใต้ระเบียบปี 2564 ไปก่อน จึงเป็นที่มาของการเลือกตั้งครั้งนี้ที่ยังใช้ระเบียบฉบับเดิม
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้ง และประชาชนสามารถไปใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า หากเป็นผู้ประกันตนจะต้องเตรียมตัวอย่างไร น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า หากยังไม่ถึงวันที่ 27 กันยายน ผู้ประกันตนสามารถเข้าไปตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม โดยใช้ระบบ e-Service หรือแอพพลิเคชั่น SSO Plus เพื่อตรวจสอบสิทธิของตัวเองได้ แต่หากไม่ได้ตรวจสอบล่วงหน้าแล้วเดินทางไปใช้สิทธิในวันที่ 27 กันยายน ประเด็นสำคัญคือผู้ใช้สิทธิอาจไม่ทราบว่าตัวเองต้องไปลงคะแนนที่สถานที่ใด จึงขอแนะนำให้ทุกคนตรวจสอบสิทธิของตัวเองก่อนว่าอยู่ที่สถานที่เลือกตั้งใด สำนักงานประกันสังคมมีการประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และมีช่องทางให้ตรวจสอบค่อนข้างครอบคลุม นอกจากนี้ เมื่อผู้ประกันตนตรวจสอบสิทธิแล้ว ยังมี Google Maps เพื่อบอกว่าสถานที่เลือกตั้งอยู่ที่ไหนด้วย
เมื่อถามว่าหากมีสิทธิ แต่เดินทางไปผิดสถานที่เลือกตั้ง จะยังสามารถใช้สิทธิได้หรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า หากไปผิดสถานที่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและแนะนำว่าชื่อของผู้ใช้สิทธิอยู่ที่สถานที่เลือกตั้งใด เช่น หากชื่ออยู่ลาดกระบัง แต่เดินทางไปลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้เดินทางไปใช้สิทธิที่ลาดกระบัง โดยเวลาลงคะแนนมีตั้งแต่ 08.00-16.00 น.
เมื่อถามว่าหมายความว่าไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แต่ต้องตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิก่อนใช่หรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ใช่ และขอฝากประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเข้าใจว่า ก่อนเดินทางไปลงคะแนนต้องตรวจสอบก่อนว่าตัวเองมีสิทธิและอยู่ที่สถานที่เลือกตั้งใด
เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานที่เลือกตั้งของสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศประมาณ 5,233 แห่ง และสำนักงานประกันสังคมได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่ที่จะทำหน้าที่ในการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงคะแนนในวันที่ 27 กันยายน
น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า เมื่อผู้มีสิทธิเดินทางไปถึงสถานที่เลือกตั้ง บริเวณด้านหน้าจะมีบอร์ดประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะมีบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบรายชื่อและดูนโยบายของผู้สมัครที่สนใจ และจดจำหมายเลขผู้สมัครทั้ง 7 หมายเลข ก่อนเข้าไปลงคะแนน
เมื่อถามว่าสามารถจดหมายเลขผู้สมัครใส่กระดาษหรือพกเอกสารเข้าไปในคูหาได้หรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ตามระเบียบมีข้อห้ามนำเอกสาร กระดาษ หรือสิ่งใดที่เกี่ยวกับการหาเสียงเข้าไปในคูหา โดยระเบียบข้อ 44 ระบุห้ามนำเอกสารหรือวัตถุใดเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครเข้าไปในที่เลือกตั้ง
เมื่อถามว่าหากผู้ใช้สิทธิเขียนหมายเลขผู้สมัครไว้บนฝ่ามือเพื่อช่วยจำ จะสามารถทำได้หรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาตามข้อระเบียบ โดยหลักของสำนักงานประกันสังคมในเรื่องระเบียบเลือกตั้งมีความสอดคล้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. เช่นเดียวกัน คือห้ามนำเอกสารเกี่ยวกับการหาเสียงของผู้สมัครเข้าไปในคูหา
“ส่วนการปฏิบัติหน้างานจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ลงคะแนนและสถานการณ์หน้างาน โดยสำนักงานประกันสังคมย้ำถึงข้อห้ามตามระเบียบข้อ 44” น.ส.มาลากาลัญ กล่าว
เมื่อถามว่าผู้ใช้สิทธิสามารถนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในคูหาได้หรือไม่ และสามารถใช้เครื่องมือใด ๆ ช่วยค้นหมายเลขผู้สมัครระหว่างลงคะแนนหรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ตามระเบียบมีข้อห้ามนำเอกสารหรือวัตถุใดเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครเข้าไปในที่เลือกตั้ง และห้ามใช้เครื่องมือใด ๆ ในขณะลงคะแนน
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมมีข้อห้ามเรื่องการสวมเสื้อหรือแสดงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับหมายเลขผู้สมัครเหมือนการเลือกตั้งทั่วไปหรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ในข้อควรระวังที่สำนักงานประกันสังคมประชาสัมพันธ์ มีการขอความร่วมมือนายจ้าง ผู้ประกันตน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมติดตามการเลือกตั้ง ให้หลีกเลี่ยงการแสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่แสดงไปถึงการหาเสียง หรือเชิญชวนให้ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนรายหนึ่งรายใด ในบริเวณที่เลือกตั้งและที่นับคะแนนเลือกตั้ง
“ดังนั้นขอให้ผู้ใช้สิทธิหลีกเลี่ยงการทำสิ่งที่อาจมีประเด็น และหากสนับสนุนผู้สมัครรายใดก็ให้จดจำหมายเลขแล้วเข้าไปลงคะแนน เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างสุจริตและยุติธรรมสำหรับทุกคน” น.ส.มาลากาลัญ กล่าว
เมื่อถามถึงเอกสารที่ต้องใช้ในการยืนยันตัวตน น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า ผู้ใช้สิทธิทุกคนต้องมีเอกสารยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่สำนักงานประกันสังคมประกาศรายชื่อไว้ หากเป็นบุคคลธรรมดา สามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนได้ กรณีบัตรประจำตัวประชาชนหมดอายุ สามารถอนุโลมให้ใช้ได้ แต่หากไม่มีบัตรประชาชนจริง ๆ สามารถใช้บัตร ThaID หรือบัตรอื่น เช่น ใบขับขี่ ที่มีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวของผู้ถือบัตรได้
น.ส.มาลากาลัญ กล่าว สำหรับนายจ้างจะมีรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากนายจ้างเป็นบุคคลที่เป็นตัวแทนของนิติบุคคล จะต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลอายุไม่เกิน 6 เดือน และต้องมีหนังสือมอบหมายจากนิติบุคคลนั้นให้เป็นผู้เข้าไปลงคะแนนแทนนิติบุคคล ดังนั้นนายจ้างต้องเตรียมเอกสาร 2 อย่าง คือ หนังสือรับรองนิติบุคคล และหนังสือมอบหมาย หากไม่มีเอกสารดังกล่าว เจ้าหน้าที่อาจแจ้งว่าเอกสารไม่ครบและอาจไม่มีสิทธิลงคะแนน จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใช้สิทธิต้องเตรียมตัวเพื่อรักษาสิทธิของตัวเอง
เมื่อถามถึงลักษณะของหีบบัตรเลือกตั้งว่าจะเป็นกล่องใสหรือกล่องทึบ และทุกหน่วยจะเหมือนกันหรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ กล่าวว่า โดยปกติสำนักงานประกันสังคมจะยืมอุปกรณ์จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แต่หากอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ก็จะจัดหาและซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม
“หีบบัตรอาจมีลักษณะเป็นกล่องใสและมีฝาปิด และอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นหากผู้ใช้สิทธิไปเห็นหีบบัตรของแต่ละสถานที่มีสีหรือลักษณะแตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่ามีความผิดปกติ สิ่งที่กำหนดคือแต่ละสถานที่ต้องมีหีบบัตร มีคูหา และมีบัตรเลือกตั้ง เพื่อรองรับการใช้สิทธิของนายจ้างและผู้ประกันตน” น.ส.มาลากาลัญ กล่าว




